สาลิกาคาบข่าว Vol.12/63

125

อีอีซีไอคึกคัก ยอดจองที่ดินจ่อทะลุ 72% ลุย 3 โครงการยกชั้นอุตสาหกรรมฐานราก

EECi วังจันทร์วัลเลย์
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซีไอ) ได้เริ่มดำเนินก่อสร้างตั้งแต่เดือน ก.. 2562 ล่าสุดก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคกว่า 45% มีผู้เช่าที่ดินแล้ว 140 ไร่ คิดเป็น 29% อยู่ระหว่างการเจรจา 209 ไร่ หรือมีสัดส่วน 43% รวมแล้วคิดเป็นสัดส่วนที่ดินทั้งหมด 72% ของพื้นที่ให้บริการในระยะที่ 1 คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการได้ในช่วงกลางปี 2564 อีอีซีไอจะมีโครงการหลัก 3 ส่วน คือ 1.Biopolis หรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ 2.เขตนวัตกรรมพิเศษ ARIPOLIS ศูนย์กลางระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์และระบบอัจฉริยะ 3.ศูนย์กลางและฐานในการรังสรรค์นวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Space Krenovapolis) สำหรับโครงการ Biopolis จะเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรกเพื่อช่วยสนับสนุนนโยบาย BCG ที่ประกอบด้วย Bio Economy (เศรษฐกิจชีวภาพ) Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียนและ Green Economy (เศรษฐกิจสีเขียวซึ่งจะยกระดับอุตสาหกรรมที่เป็นรากฐานของไทยทั้งระบบ

สภาดิจิทัลฯชี้ E-commerce ไทยขึ้นแท่นเบอร์ 1 อาเซียน ทำเลทองลงทุนแห่งภูมิภาค

สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยข้อมูลภาพรวมและแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลที่สำคัญในปี 2563 พบว่ากลุ่มธุรกิจดิจิทัลมาแรงได้แก่ธุรกิจ E-commerce ที่มีการเติบโตสูงคิดเป็นมูลค่า 748,000 ล้านบาท นับว่าเป็นอันดับ 1 ของมูลค่าธุรกิจ E-commerce ในภูมิภาคอาเซียน ส่วนดิจิทัลเทรนด์ที่น่าจับตามอง ได้แก่เทคโนโลยี 5G ซึ่งจะช่วยยกระดับของเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันและส่งเสริมการพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าประเทศไทยกำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องคือกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โดย Fiber Optic ได้กลายมาเป็นเทคโนโลยีหลักในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบ้านเรือนเมื่อเทียบกับปี 2561 Fiber Optic มีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้น 14.85% ในขณะที่เทคโนโลยีอื่นมีอัตราการใช้งานลดลง เช่น Cable Broadband มีอัตราลดลง 18.30% และ xDSL ลดลง 7.03% การย้ายฐานการผลิตของเทคโนโลยีดิจิทัลออกจากประเทศจีนไปสู่ประเทศที่ไม่ได้มีปัญหากับสหรัฐฯ เช่น อินเดียและเวียดนาม โดยประเทศไทยอาจได้รับผลในเชิงบวกได้ด้วย

5G กระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้าน สร้างการจ้างงานกลุ่มโทรคมนาคม

นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET ผู้ดำเนินธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม กล่าวภายหลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบการกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลเทคโนโลยียุคที่ 5 (5G) ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ โอเปอเรเตอร์ที่สนใจ คาดว่าจะส่งผลให้เกิดเม็ดเงินการลงทุนด้านต่างๆ มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท โดยอิงจากการลงทุนก่อสร้างโครงข่าย 3 จีที่เกิดขึ้นเมื่อราว 3-4 ปีก่อน มีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 3-4 แสนล้านบาท ขณะที่การลงทุนโทรคมนาคม 5G คาดจะยังส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ เช่น การจ้างงงานเพิ่มขึ้นในชุมชนที่ผู้ประกอบการธุรกิจโทรคมนาคม เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ประเภทต่างๆ รวมทั้งในภาคการผลิตอุปกรณ์สื่อสัญญาณใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออพติก) เป็นต้น

เตือนคนกรุงเทพฯปริมณฑล ลดกิจกรรมกลางแจ้งเลี่ยงฝุ่น PM 2.5 มีอาการผิดปกติรีบพบแพทย์

กรมควบคุมโรค เผยแพร่พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 12-18 .. 2563 โดยเตือนประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ป้องกันดูแลตนเองและคนในครอบครัว ระวังผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) โดยระบุว่าจากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ข้อมูลจากจุดตรวจวัด 50 สถานี โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานครพบว่ามีค่า PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานในบางพื้นที่ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ โดยกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 ได้แก่ โรคหอบหืด โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (ACS) และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ เป็นต้น จึงขอแนะนำประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนเกินค่ามาตรฐานและเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) ลดการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นต้องออกนอกอาคารให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจติดขัด แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ ให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลโดยเร็ว สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

เล่านิทานให้ลูกฟัง เสริมสร้างพัฒนาการ 9 ด้าน

นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า นิทานเป็นเรื่องเล่าที่มีวัตถุประสงค์หลักคือการอบรมด้วยบรรยากาศที่มีความสุขและสนุกสนาน ทำให้เด็กไม่รู้สึกเหมือนถูกสอนและเด็กจะสัมผัสได้ว่าเป็นที่รักของพ่อแม่ เด็กจะชอบฟังนิทานเพราะนิทานมีเรื่องราวที่สร้างเสริมจินตนาการตอบสนองความต้องการของความรัก ต้องการให้คนอื่นสนใจ สร้างประโยชน์อย่างน้อย 9 ด้านคือ 1.เสริมปัญญาช่วยให้เด็กฉลาดทั้งทางปัญญา (IQ) และอารมณ์ (EQ) 2.ทำให้เด็กช่างคิด ช่างถาม ช่างสังเกต 3.เรียนรู้ภาษา มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษา 4.ฝึกจับประเด็น การเล่าซ้ำจะทำให้เด็กจำได้ทั้งเรื่อง มองภาพรวมเข้าใจเรื่องได้เร็ว 5.การตั้งใจฟังนิทาน เป็นการฝึกสมาธิให้เด็ก 6.เป็นการเสริมสร้างจินตนาการ 7.ได้รับการปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่เด็ก 8.ช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และ 9.เพิ่มความสุขในครอบครัว

โตโยต้าสร้างเมืองแห่งอนาคตริมภูเขาไฟฟูจิเนรมิตสู่ทุ่งหญ้าแห่งความฝัน

เมื่อเร็วๆ นี้ Akio Toyoda ประธาน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงแผนการสร้างต้นแบบเมืองแห่งอนาคต– City of the Future” ที่ฐานของภูเขาฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น บนพื้นที่ 175 เอเคอร์ (ประมาณ 440 ไร่) ด้วยคอนเซ็ปต์เมืองแห่งการจักสาน-Woven City” เป็นการอ้างอิงถึงต้นกำเนิดในฐานะผู้ผลิตเครื่องทอผ้า โดยจะเนรมิตให้เป็นเมืองที่ปลอดภัย สะอาด ใช้ชีวิตได้อย่างสนุกสนาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดความแออัด และใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตกับชีวิตประจำวัน มีทั้งตำรวจ พนักงานดับเพลิง บริการรถพยาบาล บ้านของพนักงานโตโยต้าทั้งที่ทำงานอยู่และเกษียณแล้ว นักวิจัย รวมถึงประชาชนทั่วไป การออกแบบเมืองดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปลายปี 2563 เริ่มต้นด้วยผู้อยู่อาศัย 2,000 คนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม โตโยต้าไม่ได้เปิดเผยเงินลงทุนสำหรับโครงการ แต่ยืนยันว่าจัดสรรงบประมาณไว้เพียงพอแน่นอน โดยผู้บริหารโตโยต้าหมายมั่นว่าจะทำให้โครงการนี้เปรียบเสมือนทุ่งหญ้าแห่งความฝัน

สหรัฐแสดงความยินดีไช่ อิงเหวินชนะเลือกตั้งคว้าเก้าอี้ประธานาธิบดีไต้หวันสมัย 2

ไช่ อิงเหวิน // en.wikipedia.org
นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ แถลงแสดงความยินดีกับนางไช่ อิงเหวิน ที่คว้าตำแหน่งประธานาธิบดีของไต้หวัน เป็นสมัยที่ 2 ทำให้เธอกลายเป็นผู้นำหญิงคนแรกของไต้หวันที่สามารถครองตำแหน่งได้ 2 สมัยติดต่อกัน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลอย่างเป็นทางการว่าเธอเป็นผู้ชนะด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 57.1% คิดเป็นคะแนนดิบ 8.17 ล้านคะแนน ซึ่งเธอลงสมัครในนามตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ตามด้วยนายฮั่น กว๋ออวี๋ นายกเทศมนตรีเมืองเกาสง ตัวแทนผู้สมัครจากพรรคก๊กมินตั๋ง ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 38.6% คิดเป็นคะแนนดิบ 5.52 ล้านคะแนน และนายเจมส์ ซุง ลงสมัครในนามพรรคประชาชนมาก่อน (พีพีพี) ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 4.3% คิดเป็นคะแนนดิบ 608,590 คะแนน
นายปอมเปโอระบุว่ารูปแบบการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย เศรษฐกิจตลาดเสรีและสังคมพลเรือนของไต้หวันทำให้ไต้หวันเป็นต้นแบบสำหรับภูมิภาคอินโดแปซิฟิกและเป็นพลังที่จะช่วยให้โลกใบนี้มีแต่สิ่งที่ดี สหรัฐขอขอบคุณประธานาธิบดีไช่ ที่แสดงบทบาทความเป็นผู้นำในการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งกับสหรัฐและขอชื่นชมพันธกิจของนางไช่ในฐานะผู้นำไต้หวันที่พยายามคงไว้ซึ่งเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ด้านนายเกิ้ง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกแถลงการณ์ย้ำนโยบายจีนเดียว พร้อมทั้งเรียกร้องประชาคมโลกให้ความเคารพต่อนโยบายนี้ด้วย