เกาะประเด็น ‘ธนโฮลดิ้ง’ กรณีเมืองการบิน ศาลปกครองสูงสุดเคาะ ให้ร่วมประมูลได้!

524

คดีพลิกแล้วพลิกอีก เรื่องยื่นซองประมูล ‘โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก’ มูลค่า 2.9 แสนล้านบาท จากการที่ ‘บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด กับพวก’ ถูกคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ ตัดสิทธิ์การประมูลเพราะยื่นเอกสารบางส่วนช้ากว่าเวลาที่กำหนดไป 9 นาที เท่ากับว่าเคาะให้กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด’ (กลุ่มซีพี) ไม่ได้ไปต่อ จึงเกิดเป็นข้อพิพาทตามมา

เพราะกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ยื่นฟ้องหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการฯ มีมติไม่รับซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคาที่ยื่นเกินเวลาที่กำหนด แล้วศาลปกครองชั้นต้นพิพากษา ‘ยกฟ้อง’ คำฟ้องของกลุ่มธนโฮลดิ้ง กลุ่มธนโฮลดิ้งจึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
วันที่ 10 มกราคม 2563 ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น จึงพิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ไม่รับข้อเสนอ ซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 6/10 และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ 9/10 ของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด เนื่องจากเห็นว่ามีเจตนาที่จะเข้าร่วมการประมูลงาน เพราะเอกชนทั้ง 3 กลุ่มที่เข้าร่วมการประมูลมาลงทะเบียนก่อนเวลา 15.00 น. โดยกลุ่มธนโฮลดิ้งมาลงทะเบียนก่อนถึงเวลาที่กำหนดหลายชั่วโมง

ทวนเรื่องราวกันก่อน
1) ทบทวนรายชื่อบริษัทในนาม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด กับพวก
บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทในเครือซีพี ซึ่งมี 4 พันธมิตร ได้แก่ 1. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บี.กริม จอยน์ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ 4.บริษัท โอเรียนท์ ซัคเซส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
เรียกได้อีกชื่อว่า กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด
2) ทบทวนช่วงเวลาคดีพลิก
  • 21 มีนาคม 2562
    คณะกรรมการคัดเลือกโครงการฯ เปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ายื่นซองประมูลโครงการ เวลา 9.00-15.00 น. ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ กรุงเทพฯ
  • 10 เมษายน 2562
    บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ยื่นข้อเสนอโครงการประมูลสนามบินอู่ตะเภาฯ เกินเวลา 15.00 น. โดยล่าช้าไป 9 นาที (มีการลงนามรับเอกสารสมบูรณ์จากฝั่งภาครัฐ) แต่ต่อมา คณะกรรมการฯ เคาะให้ตัดสิทธิ์จากการประมูล กลุ่มธนโฮลดิ้งจึงยื่นฟ้องคดีคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่มีมติไม่รับซองข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ และซองข้อเสนอด้านราคา โดยอ้างว่ากลุ่มธนโฮลดิ้งยื่นหลังเวลาที่กำหนด
  • 21 สิงหาคม 2562
    ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษา ‘ยกฟ้อง’ คำฟ้องของกลุ่มธนโฮลดิ้ง
  • 16 กันยายน 2562
    กลุ่มธนโฮลดิ้งยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
  • 15 ตุลาคม 2562
    คณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกให้ ‘กลุ่ม BBS’ ชนะการประมูล เพราะเสนอผลตอบแทนกับรัฐสูงสุด เหนือกลุ่ม Grand Consortium
  • 18 ตุลาคม 2562
    ศาลปกครองสูงสุดออกคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการคัดเลือกโครงการฯ 
  • 7 พฤศจิกายน 2562
    ตุลาการเป็นผู้แถลงคดี
  • 10 มกราคม 2563
    องค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษาคดีกลุ่มธนโฮลดิ้งฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกโครงการฯ และให้กลุ่มธนโฮลดิ้งชนะภาครัฐ 

รายละเอียดข่าวที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของศาลปกครอง

ศาลปกครอง

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

วันที่ 10 มกราคม 2563 ศาลปกครองสูงสุด พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ในส่วนที่ปฎิเสธไม่รับข้อเสนอซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 6 และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ 9 ของบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด 

เนื่องจากศาลเห็นว่า สาระสำคัญที่แท้จริงของกระบวนการยื่นข้อเสนอในคดีนี้ อยู่ที่การแสดงตนเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และหลังจากนั้น จะเป็นการนำข้อเสนอทั้งหมดยื่นและส่งมอบให้แก่ฝ่ายรัฐเพื่อนำเอาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายไปพิจารณาในเวลาต่อไป โดยทำการเปิดซองข้อเสนอแต่ละซองของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายพร้อมกันในเวลาเดียวกันที่จะมีการกำหนดและแจ้งให้ทราบต่อไปอีกครั้งหนึ่ง เป็นลำดับกันไปตามกระบวนการ 

การที่กลุ่มบริษัทธนโฮลดิ้งฯ มีการนำข้อเสนอเฉพาะกล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 ขนผ่านจุดลงทะเบียน เวลาประมาณ 15.09 น. จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นข้อบกพร่องหรือการปฏิบัติไม่ถูกต้องถึงขนาดที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานโครงการร่วมลงทุนในครั้งนี้ ในทางที่จะเป็นการขัดหรือแย้งต่อหลักการดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

(คดีศาลปกครองสูงสุด หมายเลขดำที่ อ.381/2562 หมายเลขแดงที่ อ.1/2563)


3) ทบทวนชื่อ 3 ผู้ร่วมประมูลที่ได้เข้าสู่การยื่นซองรอบต่อไป

  • กลุ่มกิจการร่วมค้า BBS ได้แก่ บจ.การบินกรุงเทพ (สายการบินบางกอกแอร์เวย์), บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งฯ
  • กลุ่ม Grand Consortium ได้แก่ บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้, บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น, บมจ.คริสเตียนี และนีลเส็น
  • บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด กับพวก (กลุ่ม CP) 

คดีอู่ตะเภา เหตุใดไม่ต้องเข้าที่ประชุมใหญ่?

การที่ศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้กลุ่มธนโฮลดิ้งชนะคดี สามารถกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคัดเลือกต่อไปได้ มีสื่อออกมาตั้งคำถามกันว่า ทำไมคดีนี้จึงไม่ถูกนำเข้าที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด? จะให้ CP ชนะหรืออย่างไร?

อธิบายตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีปกครองที่บัญญัติไว้ว่า

ถ้าประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นสมควรจะให้มีการวินิจฉัยปัญหาใดหรือคดีใดโดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้ โดยมีเกณฑ์พิจารณาว่า ต้องเป็นคดีในลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้

  • คดีที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเป็นจํานวนมากหรือประโยชน์สาธารณะที่สําคัญ
  • คดีที่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับหลักกฎหมายปกครองที่สําคัญ
  • คดีที่อาจมีผลเป็นการกลับหรือแก้ไขแนวคําพิพากษาเดิมของศาลปกครองชั้นต้นหรือศาลปกครองสูงสุด
  • คดีที่มีทุนทรัพย์สูง

จากข้อมูลข้างต้น มีแง่มุมที่ควรต้องหาคำตอบและทำความเข้าใจก่อนจะตัดสิน (ใจ) ด้วยตัวเองว่า ควรนำเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่หรือไม่ ดังนี้

1. ถือว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก หรือประโยชน์สาธารณะหรือยัง?

ด้วยเพราะขณะเกิดเหตุ ยังไม่กระทบผลประโยชน์สาธารณะ ยังไม่ได้ตัวผู้ชนะประมูล ยังไม่ได้ทำสัญญา ยังไม่ได้ก่อสร้าง ส่วนการคิดคำนวณเกี่ยวกับผู้โดยสารเป็นเพียงการคาดการณ์ในเชิงพาณิชย์และแง่การคุ้มทุน รวมทั้งหากทำโครงการได้สำเร็จ กิจการนี้ก็ไม่ใช่ “การบริการสาธารณะ”

แง่มุมนี้จึงชัดเจนว่า ยังไม่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก!

2. เรื่องนี้เป็นการวินิจฉัยเกี่ยวกับหลักกฎหมายปกครองสำคัญหรือไม่?

อันนี้หากดูให้ดีๆ ก็ชวนให้คิดได้ว่า เป็น “การวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดี” มากกว่าการวินิจฉัยตามหลักกฏหมายปกครอง ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องของจุดอ่อนด้านกระบวนการ วิธีการ ที่ชัดเจนว่ากระบวนการในการตรวจรับผู้ร่วมประมูลทั้ง 3 รายในวันนั้น เริ่มหลัง 15.00 น. จึงเห็นได้ชัดว่า ไม่เกี่ยวกับการวินิจฉัยตามหลักกฎหมายปกครองแต่อย่างใด

3. เรื่องนี้เป็นการกลับหรือแก้คำพิพากษาของศาลปกครองเดิมหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะศาลชั้นต้นพูดถึงเวลามาส่งเอกสารล่าช้า แต่ประเด็นควรพิจารณาขององค์คณะศาลปกครองสูงสุด คือ การลงทะเบียนก่อนเวลา นั่นคือ 12.20 น. และกระบวนการรับเอกสารของกรรมการ ไม่ได้ใช้เวลาเป็นสาระสำคัญ เพราะให้ทุกรายรอในห้องรับรอง แล้วเริ่มเรียกรับเอกสารทีละรายหลัง 15.00 น.

ซึ่งหลักการพิจาณาคดีจาก “ข้อเท็จจริงและความสมบูรณ์รัดกุม” ที่ปรากฏ นำไปสู่การวินิจฉัยตัดสินก็ย่อมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายกำหนดให้ศาลปกครองสูงสุดมีอำนาจในการวินิจฉัยให้ ยืน กลับ แก้ ยกคำพิพากษา (สั่งให้ทำใหม่ ให้พิจารณาใหม่) รวมทั้งการยกคำอุทธรณ์ก็ได้ 

เพื่อให้ประเด็นนี้กระจ่างยิ่งขึ้น ขออ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ศาลปกครอง เรื่อง ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฟ้องคดีปกครอง. การดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีปกครอง. การอุทธรณ์ (11 มี.ค. 2556) ซึ่งมีใจความสำคัญดังนี้

“ศาลปกครองสูงสุดมีอำนาจพิพากษายกอุทธรณ์ ยืน กลับ หรือ แก้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นได้ รวมทั้งมีอำนาจสั่งยกคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น แล้วส่งสำนวนคดีคืนไปให้พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ หรือกำหนดให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ หรือดำเนินการตามคำชี้ขาดของศาลปกครองสูงสุด แล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งไปตามรูปคดี นอกจากนั้น หากศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า คำอุทธรณ์ใดมีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย จะสั่งไม่รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาก็ได้”

4. เรื่องนี้เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์สูงหรือไม่?

ก็ยังมีประเด็นพิจารณาได้ว่า เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประมูล ยังไม่เกิดความเสียหายที่มีทุนทรัพย์สูง ยังไม่รู้ผลว่าฝ่ายใดจะเสนอราคาเท่าไร ยังไม่มีการต่อรองราคา ยังไม่มีการทำสัญญา ดังนั้น มูลค่าหรือทุนทรัพย์ของโครงการอาจถือได้ว่า ยังไม่ชัดเจน…ซึ่งแง่มุมนี้ก็น่าสนใจ!

เพราะการที่หลายฝ่ายออกมาเต้นกรณี CP ได้กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาหาผู้ชนะที่เสนอประโยชน์สูงสุดให้ประเทศ ก็ไม่ได้หมายความว่า CP จะชนะ

อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม www.admincourt.go.th

และความเข้าใจของสังคมส่วนใหญ่ อาจจะอยู่ในชุดความคิดที่เรียกว่า “เข้าใจง่าย” คือ ยื่นซองเกินเวลาก็หมดสิทธิ์ จึงควรนำเรื่องไปพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครอง

หากใครติดตามคดีนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ก็จะเห็นถึงข้อเท็จจริงหลายๆ ประการที่มีนัยสำคัญ ถึงขั้นชวนให้คิดและต้องพิจารณากันอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะถ้าคดีไม่มีความซับซ้อนละเอียดอ่อน ก็คงไม่ต้องสู้กันมาถึงชั้นศาลปกครองสูงสุดให้เสียเวลาพิจารณาเป็นแรมเดือน และที่สำคัญ ควรต้องให้ความเชื่อมั่นและเคารพในการตัดสินของศา

ผู้ชมข้างเวทีก็ต้องเคารพด้วย ไม่เช่นนั้น…สังคมจะเดินหน้าได้อย่างไร


สรุปประเด็น

    • ดูจากเจตนาและเวลาที่มาลงทะเบียนก่อนกำหนดเวลา การยื่นข้อเสนอโครงการประมูลสนามบินอู่ตะเภาฯ ของกลุ่มธนโฮลดิ้งที่ช้าไป 9 นาที จึงไม่ใช่สาระสำคัญ ไม่ได้บกพร่อง และไม่ได้ทำให้เสียประโยชน์
    • ในวันยื่นซองมีการลงนามรับเอกสารสมบูรณ์จากฝั่งภาครัฐ และไม่มีการท้วงติงกันในวันนั้น
    • ตามกำหนดแล้ว ต้องประกาศผลตรวจรับซองเวลา 16.00 น. แต่คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าขั้นตอนของภาครัฐเปลี่ยนไปจากเงื่อนเวลาที่กำหนดได้ตลอดเวลา
    • โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์สำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งจะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ประเทศไทย พ.ร.บ. อีอีซี จึงต้องคำนึงถึงความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ เอกชน และมุ่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เรื่อง : Green Tea


ที่มา