Ghost Science ศาสตร์หลอน “ตัวละครลับ” โลกวิชาการ

302

เรื่องราวเกี่ยวกับผีสางนางไม้ในโลกตะวันออก ส่วนใหญ่เป็นนิยายปรัมปรา หรือเรื่องเล่าปากต่อปาก

ซึ่งหลักใหญ่ใจความแล้ว มีแนวโน้มออกไปในทางวรรณคดี และสื่อบันเทิงเสียมากกว่าการผนึกเอาศาสตร์สมัยใหม่ หรือใช้วิทยาการมารองรับคำอธิบาย
ผมเคยเขียนถึงเรื่องราวทำนองดังกล่าวเอาไว้ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น “พลังจิตมีจริงและในที่สุดวิทยาศาสตร์ก็ไล่ตามจิตวิญญาณทัน” หรือ “ความคิดของเราไม่ใช่ของเรา”
ขณะที่ในโลกตะวันตก มีตำราวิชาการ เอกสาร และหนังสือหนังหามากมาย ที่พยายามขุดคุ้ย อรรถาธิบาย และหาเหตุผล เกี่ยวกับที่มาที่ไปของโลกแห่งวิญญาณที่มนุษย์บางคนสามารถสัมผัสได้ในชีวิตจริง

โดยหากจะเอ่ยถึงชื่อเสียงเรียงนามของ Vince Wilson เจ้าของหนังสือดังทั้ง 3 เล่ม คือ Ghost Science (2008) Ghost Tech (2005) และ Ultimate Ghost Tech (2012) แล้ว แวดวงศาสตร์ลี้ลับในโลกตะวันตกย่อมต้องรู้จักเขากันเป็นอย่างมาก
ส่วนแฟนพันธุ์แท้ SALIKA ที่เคยชมภาพยนตร์ในตระกูล Paranormal หรือเรื่อง “อาถรรพ์” ของฮอลลีวูด ก็คงคุ้นเคยกับคำว่า Paranormal นี้เป็นอย่างดี

Vince Wilson // magicandmurder.com
ซึ่ง Vince Wilson คนนี้ คือผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Paranormalist หรือ “ผู้เชี่ยวชาญอาถรรพ์ศาสตร์” ครับ
Vince Wilson กล่าวว่า การสร้างสมดุลระหว่างไสยศาสตร์และวิทยาศาสตร์คือสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์
“…ไสยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ต้องมีส่วนร่วมกันสำหรับการหาคำตอบให้กับเรื่องลี้ลับ ผมคิดว่า หากเราหลอมรวม ทั้งประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมถึงจิตวิทยา เข้ากับงานวิชาการ และการวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องอาถรรพ์ ก็อาจทำให้เราพบคำตอบที่เราต้องการ และก็ยังไม่มีใครไขปริศนาในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง…”
Brandon Alvis “นักล่าผี” หรือ Ghost Hunters ผู้ก่อตั้งสมาคมวิจัยปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติแห่งสหรัฐอเมริกา (American Paranormal Research Association หรือ APRA) กล่าวว่า “ภาวะกลัวผีรุนแรง” หรือ Phasmophobia ทำให้เกิด Panic Attack หรือ “ความตื่นตระหนกที่ควบคุมไม่ได้” นำไปสู่ “ภาพหลอน” ในห้วงคำนึงของมนุษย์ จนหลายคนทึกทักเอาว่า ตน “กำลังมองเห็นภูตผีปีศาจ”
Brandon Alvis “นักล่าผี” หรือ Ghost Hunters // facebook.com/brandonjalvis
“…ภาวะกลัวผีที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ จะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงทางร่างกาย เช่น อาการหายใจติดขัดหรือหอบอย่างมาก ส่งผลให้จังหวะการเต้นของหัวใจมีความถี่สูงและมีจังหวะที่ไม่แน่นอน และมักจะมีเหงื่อออกโดยไม่ทราบสาเหตุ คลื่นไส้และอาจอาเจียน โดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในสถานที่ที่น่ากลัว…” 
Brandon เล่าต่อว่า เมื่อหายใจติดขัดก็จะเกิด “ภาวะสมองขาดออกซิเจน” หรือ Cerebral Anoxia ตามมา
“…การขาดออกซิเจนในสมองอย่างฉับพลัน ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสเชื้อราหรือสารพิษตกค้างจากตึกร้างหรือบ้านเก่า โดยเฉพาะการอยู่ในสถานที่ซึ่งอากาศอับชื้นเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ประสาทสัมผัสบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง และนำไปสู่การเห็นภาพหลอนในที่สุด…”
อีกสาเหตุหนึ่งคือการเผชิญหน้ากับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับสมอง หลายคนจึงอาจเห็นภาพหลอน รวมถึงอาจรู้สึกถึงสัมผัสประหลาดคล้ายมีใครมาสะกิดอีกด้วย Brandon Alvis กระชุ่น
สอดคล้องกับ Dr. Joe Nickell นักวิจัยอาวุโสของ Committee for Skeptical Inquiry หรือ CSI (คณะกรรมการสอบสวนสิ่งลี้ลับ) ที่กล่าวว่า Waking Dream หรือ “ความฝันขณะตื่น” คือสภาวะที่ทำให้มนุษย์เชื่อมโยงสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะความกลัวในจิตใจกับสิ่งที่มองเห็นหรือรับรู้ขณะที่ร่างกายอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น
Dr. Joe Nickell // www.wikiwand.com/Joe_Nickell
“…Waking Dream คือภาวะเคลิ้มๆ ของเรา เกิดขึ้นขณะที่สมองยังตื่นอยู่ แต่ร่างกายยังไม่ตื่น ประเด็นนี้มีความเกี่ยวข้องกับอาการตัวแข็งหรืออัมพาตชั่วคราวขณะหลับอีกด้วย จึงทำให้หลายคนรู้สึกว่าถูกเงาดำกดทับ ไม่ก็เหมือนมองเห็นร่างคนมาล็อคแขนขา หนักที่สุดคือรู้สึกว่าถูกบีบคอ แบบว่าจะร้องก็ร้องไม่ออก…” Dr. Joe บอก
นี่เองที่คนไทยเราเรียกว่า “ผีอำ” ครับ!
Dr. Joe Nickell กล่าวต่อไปอีกว่า เขาและทีมงานของ CSI ยังไม่เคยพบหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียวที่ยืนยันว่าผีมีจริง ตรงกันข้าม กลับพบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์อาถรรพ์

“…คนส่วนใหญ่มักเหนื่อยอ่อนจากการทำงานมาทั้งวัน โดยเฉพาะสมองล้า และหลายคนก็อดนอน บวกกับความบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ที่ต้องนำตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์วังเวงวิเวกวิเหวโหว นี่คือความลงตัวสุดๆ กับคำว่า ผีอำ…”
Infrasonic Wave หรือการได้ยิน “เสียงในย่านคลื่นความถี่ต่ำ” ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งของ “ความหลอน” คือการได้ยินเสียงแว่วต่างๆ โดยเฉพาะเสียงฝีเท้า Dr. Joe สำทับ
Vince Wilson กล่าวปิดท้ายว่า อาการเย็นวาบที่ต้นคอ หรือขนลุกโดยไม่มีสาเหตุ มักเกิดจากการสัมผัสกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชั่วคราว
“…หากจู่ๆ อากาศรอบตัวคุณเกิดเย็นวูบวาบอย่างฉับพลัน หรือไม่ก็เกิดอาการขนหัวลุกอย่างไม่มีที่มาที่ไป อาจเกิดขึ้นได้จากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง ไม่ว่าจะเป็นเหตุบังเอิญตามธรรมชาติ หรือความผิดพลาดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รอบๆ ตัว แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองชั่วขณะ…” 
เรื่องราวเหล่านี้มีอยู่ใน Ghost Science, Ghost Tech และ Ultimate Ghost Tech ครบครัน
Vince Wilson จัดแจง “ขายของ” เป็นการส่งท้าย ฮิๆๆ