‘Kongjian Yu’ ปรมาจารย์ผู้ใช้ ‘ภูมิสถาปัตย์’ สร้างพื้นที่สีเขียว คืนสุขกลับสู่เมืองใหญ่

956

ทุกวันนี้ เทรนด์เรื่อง สมาร์ทซิตี้ ยังคงอยู่ในความสนใจของผู้คน เนื่องจากใครๆ ก็อยากอาศัยอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดี สะดวก และทันสมัย โดยหนึ่งในโซลูชันที่ได้รับการนำมาปรับใช้เพื่อพลิกฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรม เสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วม ให้เป็นพื้นที่สีเขียว สร้างสรรค์ มีความเป็น สมาร์ทซิตี้ เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนสำหรับคนเมือง นั่นคือศาสตร์ของ ‘ภูมิสถาปัตย์’ ‘ภูมิสถาปัตยกรรม’ หรือ Landscape Architecture และหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก กับผลงานการใช้ภูมิสถาปัตย์ ปรับพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างสรรค์ คือ ‘Kongjian Yu’ (หรือ หยู ข่งเจียน)

โดย Kongjian Yu เป็นทั้ง Professor คณบดีและผู้ก่อตั้ง College of Architecture and Landscape, Peking University ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และประธานบริษัท TURENSCAPE ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำ มีผลงานการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมเป็นที่ยอมรับในระดับโลก
‘Kongjian Yu’ Professor คณบดีและผู้ก่อตั้ง College of Architecture and Landscape, Peking University ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และประธานบริษัท TURENSCAPE
เป็นโอกาสอันดีที่ปีนี้ อาจารย์หยูได้บินลัดฟ้ามาปาฐกถาในหัวข้อ Nature Based Solutions for Resilient City จัดโดยสถาบันอาศรมศิลป์ ร่วมกับสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย​ โดยนอกจากปาฐกถาพิเศษ ยังมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนทางวิชาการในหัวข้ออื่น พร้อมชมนิทรรศการผลงานภูมิสถาปนิกไทยที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติด้วย

ชวนคุยกันก่อน ภูมิสถาปัตย์’ ที่ Kongjian Yu ใช้ สร้างพื้นที่สีเขียว สร้างสุขให้ชุมชนเมืองได้อย่างไร

Landscape Architecture เปรียบไปก็เหมือน ศาสตร์ หรือ องค์ความรู้ที่อาจารย์หยูใช้เป็นอาวุธในการพลิกฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรม เต็มไปด้วยปัญหาให้เป็นพื้นที่สีเขียว สร้างสุขคืนกลับให้ชุมชนเมืองอีกครั้ง โดยภูมิสถาปัตยกรรมนี้อธิบายได้ง่ายๆ ว่า เป็นศาสตร์ว่าด้วยการวิเคราะห์ วางแผน ออกแบบ และ จัดการสิ่งที่อยู่รอบๆ อาคาร และรวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้นและสภาพตามธรรมชาติ ซึ่ง ‘ภูมิสถาปัตยกรรม’ นี้ ส่งผลต่อสิ่งต่างๆ หลายต่อหลายส่วน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ชุมชนและคุณภาพชีวิต

เรื่องภูมิสถาปัตยกรรม ครอบคลุมการออกแบบ เช่น Parks (สวนสาธารณะ) Campuses (สถาบัน วิทยาเขต) Streetscapes (ภูมิทัศน์ถนน) Trails (เส้นทางเดินเท้าหรือจักรยาน) และ Plaza (จัตุรัส หรือ ลานกิจกรรม)
นอกจากศาสตร์ด้านภูมิสถาปัตย์แล้ว อีกหนึ่งองค์ความรู้ที่อาจารย์หยูและทีมงานได้นำมาใช้ออกแบบเมืองหลายๆ แห่งในจีน คือ การสร้าง Sponge City หรือ เมืองฟองน้ำ เพื่อแก้ไขน้ำท่วมในเมืองใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็น “พื้นที่ชุ่มน้ำ” อย่างได้ผล
โดยในบริบทของจีนเอง จากข้อมูลการคาดการณ์ที่ปรากฎในบทความเรื่อง “Sponge City is the strategy for China to handle flooding เมืองฟองน้ำแนวทางแก้ไขน้ำท่วมของจีน” ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ steemit.com ว่า
“เมืองใหญ่ตามแนวชายฝั่งจะมีระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในแต่ละปี แต่ละพื้นที่ก็จะมีระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นมากน้อยต่างกันไป พอเกิดปัญหาน้ำท่วม แน่นอนต้องส่งผลกระทบต่อราคาพืชผลและทำให้ราคาของอาหารสูงขึ้น และนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาและพบว่าอุณหภูมิของโลกจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.5 องศาเซลเซียส”
“ปรากฏการณ์นี้จะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ 1.7 – 3.2 ฟุต ภายในปี 2100 และคาดว่าอุณภูมิโลกจะสูงขึ้นอีกประมาณ 2 องศาเซลเซียสภายในปี 2050 และกว่า 570 เมืองทั่วโลกพร้อมทั้งประชากรกว่า 800 ล้านคนจะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและปัญหาน้ำท่วม”
และเหตุการณ์จริงที่สนับสนุนแนวคิดนี้ คือ วิกฤตน้ำท่วม ที่คร่าชีวิตชาวเมืองจาการ์ตา อินโดนีเชีย ไปเมื่อเร็วๆ นี้ นั่นเอง
ส่วนในประเทศจีน ย้อนกลับไปในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้จะมีการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างจริงจัง เพราะเมื่อปี 1998 ประเทศจีนได้เกิดปัญหาน้ำท่วมซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากถึง 4,000 คน ปัจจุบันมากกว่า 641 เมือง จาก 654 เมืองใหญ่ในประเทศจีนประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ
โดยส่วนใหญ่เมืองใหญ่เหล่านี้ตั้งอยู่บริเวณแนวชายฝั่งทะเล ประเทศจีนจึงต้องมีการศึกษาวิจัยพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวรวมทั้งมีการย้ายถิ่นฐานของพลเมืองหลายล้านคน และตั้งแต่ปี 2014 ประเทศจีนได้มีการริเริ่มโครงการที่ชื่อว่า “sponge city” หรือเมืองฟองน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

โดย เมืองฟองน้ำ มีความจำเป็นต้องมีพื้นที่จำนวน 80 เปอร์เซ็นต์เพื่อดูดซึมน้ำ หรือประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำฝนในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนเมืองและสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน อาคารสิ่งก่อสร้างบ้านเรือน ให้มีความสามารถในการเก็บกักน้ำ
ที่ผ่านมา เมืองใหญ่ในประเทศจีน ได้ลงทุนก่อสร้างบ่อพักน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่สวนที่ใช้น้ำในฤดูฝน อีกทั้งท่อและบ่อพักน้ำใต้ดิน เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝนและจะปล่อยลงในแม่น้ำลำคลองเมื่อปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลองมีปริมาณลดลง
สำหรับโครงการแบบนี้ใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ทั้งภาครัฐและเอกชนจึงร่วมให้เงินทุนสนับสนุน และในปัจจุบันมีเมืองใหญ่ในประเทศจีนกว่า 30 แห่งรวมถึงเมืองใหญ่อย่างเซียงไฮ้ ที่ได้เริ่มโครงการแนวคิดแบบเมืองฟองน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ และภายในอีก 10 ปีน่าจะมีอีก 600 เมืองใหญ่ที่จะเริ่มดำเนินการตามแนวคิดลักษณะนี้

รู้จัก Kongjian Yu ผู้คืนความสุขให้ชาวจีน ด้วยพื้นที่สีเขียวและ ภูมิสถาปัตย์

TURENSCAPE คือชื่อของบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำที่อาจารย์หยูป็นผู้ก่อตั้งขึ้น เพื่อนำเสนอโซลูชัน โดยอาจารย์เคยให้สัมภาษณ์กับ The American Society of Landscape Architects ว่า
“ชื่อของบริษัทที่ผมก่อตั้ง มาจากคำว่า Tu-ren มาจากภาษาจีน Tu หมายถึง ฝุ่น โลก และผืนดิน ส่วน Ren หมายถึง มนุษย์  ประชาชน และการดำรงชีวิตของผู้คน เมื่อสองคำนี้รวมกัน ย่อมสื่อความหมายถึงผู้คนที่อาศัยอยู่บนโลก ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่าทั้ง ผืนโลก หรือ Land และ ผู้คน People ต่างต้องมีความสัมพันธ์ พึ่งพาอาศัยกัน และผมเชื่อว่าถ้าสามารถสร้างความสมดุลให้กับความสัมพันธ์นี้ เราจะอยู่บนโลกได้อย่างมีความสุข โดยศาสตร์ที่จะมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความสมดุลนี้คือ ภูมิสถาปัตย์ นั่นเอง”  
ในวันงานปาฐกถา ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ เมื่อหลายวันก่อน ห้องออดิทอเรียมชั้น 5 เนืองแน่นไปด้วยผู้คนแทบจะทุกเพศทุกวัย เป็นบทพิสูจน์ได้ว่า อาจารย์หยู ไม่ได้เป็นที่รักและเคารพแค่กับลูกศิษย์ชาวจีน ทว่า กับนักศึกษาทั่วโลกและผู้อยู่ในแวดวงสถาปนิกทั่วโลก ก็ต่างให้การยอมรับในงานการศึกษาออกแบบของอาจารย์หยูแทบทั้งสิ้น
โดย อาจารย์หยู เริ่มปาฐกถาด้วยการให้แนวคิดที่เป็นพื้นฐานความเชื่อของเขาก่อนว่า
“ไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนบนโลกนี้ก็ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ธรรมชาติมอบให้แทบทั้งสิ้น เอกลักษณ์ของเมืองนี้มาจาก ภูมิสถาปัตย์ ที่แตกต่างกันไป และที่จีน เรามีความหลากหลายทางนิเวศเยอะมาก สภาพธรรมชาติมีความแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา ป่าไม้ ทุ่งนา พื้นที่ราบ พื้นที่น้ำท่วมถึง หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ ขณะเดียวกัน นับเป็นภูมิปัญญาล้ำค่า ที่ชาวจีนได้สร้างวัฒนธรรมอันดีงามคู่ขนานไปกับการอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกันไป โดยวัฒนธรรมเหล่านี้เองที่บ่งชี้ถึงการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างแท้จริง”
“ดังนั้น การที่จะออกแบบภูมิสถาปัตย์ ที่เหมาะสมกับเมืองและแต่ละพื้นที่ จึงต้องโฟกัสไปที่ปัญหาที่เกิดขึ้นเสียก่อน เพราะการวางแผนรับมือกับปัญหาเป็นลำดับแรก ย่อมเป็นการเริ่มต้นออกแบบพื้นที่ที่ตอบสนองกับความต้องการของชุมชนและผู้คน ในอีกทางหนึ่ง ก็เพื่อปรับเอา ศาสตร์ภูมิสถาปัตย์ ไปใช้ในแนวทางการอนุรักษ์ระบบนิเวศในพื้นที่ไว้ให้ยั่งยืนและครบถ้วนที่สุดในเวลาเดียวกัน”
ด้วยเหตุนี้ หนทางการออกแบบภูมิสถาปัตย์ ตอบโจทย์คนเมืองของอาจารย์หยู มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ keywords 3 คำ คือ ภูมิสถาปัตยกรรม หรือภูมิสถาปัตย์ ธรรมชาติ หรือระบบนิเวศ และ วัฒนธรรม ที่ต้องสอดคล้อง เชื่อมโยง เอื้อต่อการดำรงอยู่ของทุกสรรพชีวิตนั่นเอง

เข้าใจมากขึ้นผ่านผลงานของ ปรมาจารย์ภูมิสถาปัตย์แห่งโลกตะวันออก

ว่ากันว่า ผลงานของบุคคล สื่อถึงตัวตนของเจ้าของผลงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การทำความรู้จักกับ อาจารย์หยู จึงควรเริ่มจากการศึกษาแนวคิด และผลสำเร็จของสถานที่และเมืองที่ได้รับการปรับภูมิสถาปัตยกรรมแล้วสร้างประโยชน์ คืนความสุขให้เมืองได้จริง ย่อมดีที่สุด
Zhongshan Shipyard Park ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจาก the 2002 ASLA honor award และจาก the Red Ribbon ในปี ค.ศ. 2007 เป็นอีกหนึ่งผลงานของอาจารย์หยูที่สะท้อนตัวตนของท่านได้อย่างดี
“ผมตั้งใจออกแบบ Zhongshan Shipyard Park โดยสื่อถึงไอเดียของการรีไซเคิล และการใช้ทุ่งหญ้าสีน้ำตาลมาปรับระบบนิเวศและภูมิสถาปัตย์ในสวนแห่งนี้ ขณะเดียวกัน ผมออกแบบโดยมีธงความคิดหลักว่า ทำอย่างไรจะฟื้นฟูสวนนี้ให้เป็นมิตรกับชุมชน ผู้คน และยังรักษาความทรงจำ ประวัติศาสตร์อันดีงามของเมืองนี้ให้คงอยู่ แม้ว่าประวัติศาสตร์ของเมืองนี้จะมีอายุแค่ 30 ปี เพราะทุกความทรงจำล้วนมีค่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาสั้นหรือยาว”
“ที่ผ่านมา ความทรงจำและประวัติศาสตร์ในเมืองที่มีอายุประมาณ 30-50 ปี อย่างที่เมือง Zhongshan จังหวัด Guangdong ประเทศจีน มักจะถูกหลงลืมไป โดยไปให้ความสำคัญกับเมืองร้อยปี หรือเขตประวัติศาสตร์ที่มีอายุร้อยปีขึ้นไป ดังนั้น กับการออกแบบ ฟื้นฟูภูมิทัศน์ที่สวนแห่งนี้ ผมมองว่าไอเดียสำคัญอยู่ที่การเข้าถึงความต้องการของผู้คนที่อาศัยในเมืองนี้ ไม่ใช่การตอบสนองความต้องการของผู้บริหารเมือง ไปจนถึงประธานาธิบดีของประเทศ”
เมื่อแนวคิดเช่นนี้ตกผลึก อาจารย์หยู ได้เริ่มลงมือเคลียร์ภูมิทัศน์ที่ไม่น่าดูออกไป และปรับแนวคิดใหม่ โดยให้ความสำคัญกับวัชพืช หรือ weeds รวมถึงพืชประจำถิ่นหลายชนิด ที่แต่ก่อนถูกมองว่าไม่น่าดู ควรถอนทิ้ง โดยนำมาดูแลรักษาด้วยวิธีใหม่ เพราะจริงๆแล้วพืชที่คนจำกัดความว่าเป็นวัชพืช นี้ อยู่คู่กับ Zhongshan shipyard Park มานาน เรียกได้ว่าเป็น หญ้าประจำถิ่น หรือ native grass ที่สื่อได้ถึง หนึ่ง ความเรียบง่าย ธรรมดา ในการดำเนินชีวิตประจำวัน สอง สื่อถึงความตั้งใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดั้งเดิมที่คนเมืองนี้เคยคุ้น เราจึงตั้งใจออกแบบภูมิทัศน์ของสวนนี้โดยใช้พืชประจำถิ่นเป็นหลัก
นอกจากนั้น อาจารย์หยูต้องการใช้ไอเดียในการออกแบบที่สื่อถึงความต้องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และความทรงจำของคนในท้องถิ่น เพื่อทำให้เมืองทุกเมืองมีชีวิต ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทุกด้านที่ถาโถม รุกเข้ามาในจีนตอนนี้
มาถึงในส่วนของอีกโมเดลหนึ่ง ซึ่งเป็นผลงานของบริษัท TURENSCAPE ของอาจารย์หยู ที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นโมเดลที่สามารถเปลี่ยนเขื่อนริมแม่น้ำอย่าง Shanghai Houtan Park ให้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อการพักผ่อน ฟื้นฟูระบบนิเวศ และป้องกันน้ำท่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในการปาฐกถาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา อาจารย์หยูได้สื่อด้วยว่า คนทั่วไปมักคิดว่าการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต เพื่อเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมในเมือง เป็นแนวทางที่ดีที่สุด ทว่า สำหรับเขา การใช้พืชพันธุ์เพื่อสร้าง “sponge city” หรือเมืองฟองน้ำ เป็นแนวทางหนึ่งที่ใช้ธรรมชาติแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างได้ผล

โดยขั้นตอนการฟื้นฟูสวนแห่งนี้ตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวมา บริษัท TURENSCAPE ได้ดำเนินการปรับภูมิสถาปัตย์ ในด้านต่างๆ ดังนี้
  • กำจัดน้ำเสียในแม่น้ำที่มีมากกว่า 634,000 แกลลอน ต่อวัน แล้วบริหารจัดการ เพิ่มคุณภาพและมาตรฐานให้น้ำจาก Grade V (ไม่เหมาะสมกับการสัมผัสและใช้ของมนุษย์) เป็น Grade II (เหมาะสมกับระบบชลประทานในสวน)
  • เพิ่มความหลากหลายทางระบบนิเวศอย่างจริงจัง ด้วยพืชพันธุ์ต่างๆ โดยเน้นพืชพันธุ์ประจำถิ่น ทั้งหมด 93 ชนิด และสร้างเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ในพื้นที่สวนฯ ทั้งหมด 200 ชนิด
  • ลดปริมาณคาร์บอนให้ได้ 242 ตัน ในแต่ละปี ควบคู่ไปกับการขยาย พื้นที่ชุ่มน้ำ หรือ Wetlands และเพิ่มจำนวนพืชพันธุ์ ต้นไม้ อายุยืน ภายในสวนฯ
ที่สุดแล้ว โปรเจกต์นี้ก่อให้เกิดโมเดลการออกแบบและก่อสร้าง อย่างน้อย 8 รูปแบบ และยังทำให้เกิด 20-30 รูปแบบของการบำบัดน้ำเสีย ที่พิสูจน์แล้วว่าเกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ใน Houtan Park

นอกจากนั้น ผลตอบรับที่เห็นได้ชัดปรากฏในรูปแบบของจำนวนเงินที่เซฟได้ในแต่ละปี โดยระบบบำบัดน้ำเสีย (Purification System) ที่ Houtan Park’s wetland สามารถช่วยประหยัดงบประมาณด้านการบำบัดน้ำเสียให้กับเมืองได้ถึง 116,800 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี
ขณะเดียวกัน การรียูส Reuse ก้อนอิฐจากภาคอุตสาหกรรมกว่า 34,000 ก้อน และเหล็ก อีกกว่า 37 ตัน ยังช่วยประหยัดงบประมาณการรีโนเวทสวนนี้ไปได้ถึง 17,300 ดอลลาร์สหรัฐด้วย
ก่อนจบการปาฐกถา อาจารย์หยูตอบคำถามผู้เข้ารับฟังสั้นๆ ในประเด็นเรื่องมุมมอง การนำหลักภูมิสถาปัตย์มาปรับพื้นที่ ป้องกันน้ำท่วมของไทย โดยท่านตอบว่า อย่างที่กล่าวมา กรุงเทพฯ เป็นเหมือนเมืองใหญ่อีกหลายแห่งที่ให้ความสำคัญกับการเอาสิ่งก่อสร้างอย่างคอนกรีต มาใช้ในการสร้างแนว สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม อยากให้ลองมองพืชพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นแนวป้องกันน้ำได้ มาใช้ แล้วบวกเข้ากับศาสตร์การออกแบบภูมิสถาปัตย์ที่สวยงาม เพียงแค่นี้คนกรุงเทพฯ ก็จะได้สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวที่แก้ปัญหาน้ำท่วม และได้มีแหล่งพักผ่อนหย่อนใจเพิ่มด้วย

อ้างอิง :


บุคคลระดับโลก สร้างแรงบันดาลใจหลากหลายมิติ

เทวดาเดินดิน Leonardo DiCaprio อัศวินพิทักษ์โลก

เปิดโปรไฟล์ สุดยอดนักธุรกิจโลกปี 2562 ‘Bob Iger’ ผู้นำ ‘วอลท์ ดิสนีย์’ พาองค์กรฝ่าคลื่นดิสรัปต์ สู่สื่อบันเทิงยุคใหม่อย่างสง่างาม

ผ่าสุดยอดแนวคิด Jeff Bezos หลังความล้มเหลวครั้งใหญ่ “พลาดแล้วอย่าพลาดเลย ถ้าไม่อยู่เฉยก็ไปต่อได้”