ปรับเลนส์ส่องตลาด ‘New Frontiers’ กลุ่มประเทศใหม่ แนะผู้ประกอบการไทยปรับกลยุทธ์ เดินหน้าคว้าโอกาส

143

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างซบเซา ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั่วโลกต้องบุกเบิกและเสาะหาตลาดใหม่ ที่ยังคงมีกำลังซื้อ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ กลุ่มประเทศตลาดใหม่ หรือกลุ่ม ตลาด New Frontiers เช่น ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียกลาง แอฟริกาตะวันออก ที่จากข้อมูลสถิติล่าสุด มีอัตราการขยายตัวอย่างร้อนแรงถึงปีละ 6-7% และมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวในระดับนี้ไปอีกหลายปี สวนทางกับความคุกรุ่นของสงครามการค้าในตอนนี้อย่างมาก

ด้วยข้อเท็จจริงที่กล่าวมานี้ ทำให้นักธุรกิจทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทยเริ่มเบนเข็มหันมาให้ความสนใจกลุ่มประเทศ ตลาด New Frontiers มากขึ้น ประกอบกับกลุ่มประเทศตลาดใหม่หลายประเทศ เพิ่งเปิดรับการค้าการลงทุนจากต่างประเทศ และมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกด้าน
รวมถึงสังคมเมืองและกลุ่ม Middle Class หรือชนชั้นกลางเติบโตเร็ว ทำให้มีความต้องการสินค้าและบริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งนี่นับเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายตลาดไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ที่ยังมีกำลังซื้อสูง ถ้าทำได้ย่อมช่วยบรรเทาผลกระทบจากตลาดหลักที่ชะลอตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หนึ่งในหัวใจสำคัญของการเจาะตลาด New Frontiers คือ การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งหลายประเทศยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้ประกอบการไทยมากนัก ประกอบกับที่ผ่านมาพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาด New Frontiers ก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วย ด้วยเหตุนี้ ในปีใหม่ 2563 EXIM BANK จึงขอหยิบยกเทรนด์ในตลาดใหม่นี้มานำเสนอ เพื่อเป็นเรดาร์ชี้ทิศทางการทำตลาดแก่ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจต่อไป

เปิด 5 เทรนด์ ตลาด ‘New Frontiers’ รอผู้ประกอบการไทยไปบุกเบิก

หลายคนอาจยังนึกภาพไม่ออกว่า ตลาด ‘New Frontiers’ มีเทรนด์ไปในทิศทางไหน EXIM BANK จึงเขียนบทความเรื่อง “ส่องเทรนด์ตลาด New Frontiers…ผู้ประกอบการไทยปรับกลยุทธ์คว้าโอกาสใหม่” เพื่อให้ความรู้ในเรื่องนี้ โดยแบ่งเป็น 5 เทรนด์น่าสนใจ ดังนี้
  • กลุ่ม Middle Class มาแรง (The Rising of Middle Class)
โครงสร้างทางเศรษฐกิจของหลายประเทศใน New Frontiers เริ่มเปลี่ยนแปลงจากในอดีต อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่ม Middle Class ซึ่งข้อมูลของ Brookings Institute ประเมินว่า ภายในปี 2573 กลุ่ม Middle Class ในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 3.5 พันล้านคน คิดเป็นสัดส่วนถึง 65% ของกลุ่ม Middle Class ทั่วโลก โดยส่วนใหญ่อยู่ในจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ขณะที่ ในแอฟริกามีจำนวนกว่า 200 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

จากปัจจุบันการเติบโตของกลุ่ม Middle Class มีส่วนทำให้สังคมเมืองใน New Frontiers ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดย UN คาดว่า ในปี 2573 เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของโลกจะอยู่ในกลุ่ม New Frontiers ถึง 9 เมือง เช่น กรุงนิวเดลี (อินเดีย) เมืองเซี่ยงไฮ้ (จีน) กรุงไคโร (อียิปต์) กรุงเม็กซิโกซิตี้ (เม็กซิโก) เมืองเซาเปาโล (บราซิล) เป็นต้น
ทั้งนี้ สินค้าและบริการที่จะเจาะกลุ่ม Middle Class ต้องสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตแบบสังคมเมือง เช่น การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม การบริโภคอาหารจานด่วนหรืออาหารสำเร็จรูป การให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ อีกทั้งกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญอย่างมากกับสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
  • ทศวรรษแห่งวัฒนธรรมผสมผสานท้องถิ่นกับสากล (Hybrid Culture)
แม้กลุ่ม New Frontiers จะเปิดรับวัฒนธรรมการอุปโภคบริโภคสากลมากขึ้น แต่ด้วยหลายประเทศมีประวัติศาสตร์และรากทางวัฒนธรรมอันแข็งแกร่ง ตลอดจนวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติที่มีเป็นการเฉพาะในแต่ละท้องถิ่น จึงเกิดเทรนด์การบริโภคใหม่ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับวัฒนธรรมโลกยุคใหม่ เช่น

Maharaja Mac ซึ่งเป็นเบอร์เกอร์ที่ไม่ใช้เนื้อวัวและมีรสชาติเผ็ดร้อนสอดคล้องกับความเชื่อและรสนิยมการบริโภคของชาวอินเดีย
www.foodevolutions.org/blog/kenya1
Pokot Ash Yogurt เป็นโยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของต้น Cromwo พืชท้องถิ่นที่ชาวเคนยานิยมนำมาใช้เป็นอาหารลดน้ำหนัก
www.uniqlo.com//hana-tajima
Uniqlo x Hana Tajima เป็นคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงที่ผสมผสานวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวมุสลิมให้เข้ากับแฟชั่นสมัยใหม่ ซึ่งทำตลาดได้ดีในกลุ่มประเทศอาหรับ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เป็นต้น
  • การตลาดตอบโจทย์พหุวัฒนธรรม (Multicultural Marketing)
กลุ่ม New Frontiers หลายประเทศแม้จะเป็นประเทศเดียวกันแต่ก็มีความหลากหลายและความซับซ้อนของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม เช่น อินเดียมีประชากรมากถึง 1,200 ล้านคน 20 เชื้อชาติ อยู่ใน 29 รัฐ 7 ดินแดนสหภาพ มีภาษาท้องถิ่นมากถึง 80 ภาษา ไนจีเรียมีประชากร 190 ล้านคน มีชนเผ่า 250 กลุ่ม ภาษาท้องถิ่น 500 ภาษา เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการเจาะตลาดจึงต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้เข้าถึงแต่ละกลุ่มได้ เช่น Transsion บริษัทผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจีน ได้เจาะตลาดประเทศเอธิโอเปียด้วยการผลิตโทรศัพท์ที่รองรับภาษาท้องถิ่นสำคัญถึง 3 ภาษา (Amharic, Oromiffaa, Tigirgna) นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้งานชาวเอธิโอเปียได้หลากหลาย จนสามารถครองส่วนแบ่งตลาด ถึง 1 ใน 3 ของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเอธิโอเปีย เป็นต้น
  • ธุรกิจภายใต้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โตไม่หยุด
ระบบที่เอื้อให้ใช้ทรัพยากรได้นานและคุ้มค่าที่สุดรวมถึงสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ กำลังเป็นกระแสที่เติบโตอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตัวเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ไม่เพียงเกิดขึ้นในประเทศพัฒนาแล้ว แต่ยังรวมถึงกลุ่ม New Frontiers ด้วย โดยหลายประเทศนำแนวคิด Circular Economy มาใช้ในภาคธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น อาทิ เช่น

รวันดา จัดตั้งศูนย์รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ผ่านการระดมเงินทุนจากกองทุนสีเขียว (Green Fund Initiative) โดยศูนย์แห่งนี้มีศักยภาพจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ราว 1 หมื่นตันต่อปี
กานา มีธุรกิจบริการจัดการขยะผ่าน Mobile Application “Coliba” โดยผู้ใช้บริการสามารถศึกษาวิธีจัดการขยะ ประเมินมูลค่าขยะ กำหนดเวลาให้มารับขยะ และชำระเงินค่าบริการผ่าน Application
อินโดนีเซีย มี Gojek ผู้ให้บริการแชร์ยานพาหนะและ Delivery Service ผ่าน Mobile Application ช่วยลดปริมาณรถยนต์และมลภาวะบนท้องถนน รวมถึงใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า เป็นต้น

  • พลังแห่งผู้หญิง (Power of Women) กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่สำคัญในตลาด New Frontiers
ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้หญิงมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจมากขึ้น อย่างในทวีปแอฟริกามีประชากรหญิงมากถึง 600 ล้านคน และราวครึ่งหนึ่งอยู่ในวัยทำงานที่มีกำลังซื้อ หรือผลสำรวจของ Grant Thornton ระบุว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีผู้บริหารหญิงมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก
ด้วยเหตุนี้ หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเทรนด์การตลาดที่จะเจาะกลุ่มผู้บริโภคในกลุ่มประเทศ New Frontiers คือ ตลาดผู้บริโภคหญิง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงเป็นการเฉพาะ เช่น L’OREAL เครื่องสำอางของฝรั่งเศสจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้หญิงแอฟริกา ทั้งด้านสีผิวและลักษณะผิวพรรณ เป็นต้น

ที่มา : บทความพิเศษ เรื่อง “ส่องเทรนด์ตลาด New Frontiers…ผู้ประกอบการไทยปรับกลยุทธ์คว้าโอกาสใหม่” จาก ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เดือนธันวาคม 2562 ( 6 มกราคม พ.ศ. 2563)

ยังมีตลาดน่าสนใจอีกหลากหลายกลุ่ม ที่รอให้ผู้ประกอบการไทยไปบุกเบิก

จริงหรือไม่? ไทยกำลังจะกลายเป็นผู้ส่งออกผลไม้อันดับ 1 ของโลก

‘รวันดา’ ในวันที่ทิ้งฝันร้ายไว้ข้างหลัง เดินหน้าปักหมุดศูนย์กลางเทคโนโลยี เปิดตัวสมาร์ทโฟนแบรนด์แรกที่ผลิตในแอฟริกา

6 เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ มาแรง พลิกธุรกิจ รันเรียลดีมานด์ ที่แท้ทรู