สาลิกาคาบข่าว Vol.13/63

133

ยอดขอส่งเสริมบีโอไอปี’62 ทะลุเป้า 7.56 แสนล้าน จีนแซงญี่ปุ่นซิวแชมป์ต่างชาติลงทุนไทยครั้งแรก

เศรษฐกิจภูมิภาค
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า บีโอไอได้รายงานสถานการณ์การลงทุนในปี 2562 ที่ผ่านมามีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,624 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 756,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 750,000 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนตรงจากต่างชาติหรือ FDI ประมาณ 5 แสนล้านบาท ซึ่งจีนเป็นกลุ่มนักลงทุนสูงสุด 2.6 แสนล้านบาท แซงหน้าญี่ปุ่นเป็นปีแรก โดยส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนไฮสปีดเทรนด์ ประกอบกับนักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนเพื่อหนีจากสงครามการค้า ทั้งนี้ยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายมีจำนวน 838 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 286,520 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38% ของมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เงินลงทุนรวม 80,490 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เงินลงทุนรวม 74,000 ล้านบาท และอันดับ 3 ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ เงินลงทุนรวม 40,100 ล้านบาท

กฟผ. ตั้งบริษัทนวัตกรรมหนุนสตาร์ตอัพด้านพลังงาน

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทุนด้านนวัตกรรมตามนโยบายรัฐบาลว่า ภายในเดือนมิถุนายนนี้ กฟผ.เตรียมขออนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านนวัตกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ต่อที่ประชุมครม. หลังจากคณะกรรมการกฟผ. (บอร์ด กฟผ.) ได้เห็นชอบแนวทางจัดตั้งบริษัทฯ เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เน้นเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ อาทิ เมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือสมาร์ทกริด โดยรูปแบบบริษัทเป็นการร่วมทุนฯ มี กฟผ. ถือหุ้นสัดส่วน 40%, บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 30% และ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก้ ถือหุ้น 30% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกันเพื่อกำหนดรูปแบบและรายละเอียดโครงสร้างธุรกิจที่ชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าใช้ทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท สำหรับบริษัทฯร่วมทุนดังกล่าวจะเข้าไปร่วมสนับสนุนกลุ่มสตาร์ตอัพผ่านบริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) ด้วย เนื่องจากในอินโนสเปซมีสตาร์ตอัพที่ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับนวัตกรรมพลังงานจำนวนมาก ซึ่งจะนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อีกทั้งจะเป็นช่องทางสร้างตลาดร่วมกันในอนาคตต่อไป

อมตะชี้ไทยยังมีเสน่ห์ดึงดูดการลงทุนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก เร่งเดินหน้าอีอีซี

เศรษฐกิจไทย ปี 2563
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนปี 2563 ว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกจึงยังคงมีนักลงทุนไหลเข้ามาในไทย แม้ภาพรวมการลงทุนในปีนี้ยังไม่ค่อยดีนักเพราะเศรษฐกิจโลกไม่ได้ดีอย่างที่คิด โดยธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตลดลงเหลือเพียง 1.3-1.4% นอกจากนี้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านหากขยายไปสู่การทำสงครามก็จะกระทบกับการลงทุนของไทยอย่างมาก เพราะฉะนั้นโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)จะเข้ามาช่วยดึงดูดการลงทุนได้มาก ที่ผ่านมาแม้โครงการลงทุนโครงพื้นฐานที่สำคัญ 5 โครงการจะมีความล่าช้า แต่หลายโครงการก็ได้ลงนามสัญญาไปแล้ว ส่วนโครงการที่เหลือคาดว่าจะได้ผู้ลงทุนในเร็วๆนี้ ทำให้นักลงทุนยังคงมั่นใจในโครงการอีอีซี แต่ถ้าโครงการที่ลงนามไปแล้วยังไม่ทำจะกระทบต่อความเชื่อมั่นได้

สรท.’ แนะเบิกจ่ายงบปี’63 เน้นสนับสนุนส่งออกท่องเที่ยวภัยแล้งเพิ่มจีดีพี

Tradelens
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่นอนแต่ต้องดูว่ารัฐบาลจะนำเงินเข้าไปเติมในส่วนใดบ้างเพราะในแต่ละปีสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไม่เหมือนกันเบื้องต้นรัฐบาลได้มีการแบ่งสัดส่วนของการใช้งบประมาณไว้บ้างแล้วแต่ต้องมาดูอีกครั้งว่ากระทรวงที่ได้งบประมาณไปอยู่ในจังหวะที่มีการใช้งบประมาณได้หรือไม่หากในช่วงนั้นกระทรวงยังไม่มีแผนการพัฒนาโครงการก็ควรเฉลี่ยงบประมาณไปให้กับกระทรวงที่ต้องเร่งก่อสร้างหรือต้องใช้งบเพื่อการลงทุนซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลใช้วิธีการดึงงบประมาณกลับเข้าไปในงบกลางแล้วจึงค่อยมีการเฉลี่ยใหม่อีกครั้งอย่างไรก็ตามงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจควรดูควบคู่กับเรื่องการส่งออกด้วยเพราะไทยยังต้องพึ่งรายได้จากการส่งออกเป็นหลักรวมถึงการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวที่ปัจจุบันการท่องเที่ยวในประเทศไทยเริ่มมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งเป็นรื่องที่สำคัญที่รัฐต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเนื่อจากมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเป็นจำนวนมาก

นักวิจัย สกสว. สร้างนวัตกรรมเพาะเลี้ยงไข่น้ำอาหารทางเลือกใหม่

.ดร.อรรถชัย จินตะเวช ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้นำทีมคณะวิจัยลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ติดตามความคืบหน้าโครงการนวัตกรรมผลิตไข่น้ำระบบปิดแบบแม่นยำและการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงระดับชุมชนซึ่งโครงการวิจัยนี้ได้ดำเนินงานมาแล้ว 6 เดือน สามารถสร้างนวัตกรรมในการเพาะเลี้ยงไข่น้ำระบบปิดโดยใช้วิธีการทำเกษตรแบบแม่นยำ จัดการผลิตและเตรียมต่อยอดขยายผลสู่การเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนสูง ผศ.ดร.อารักษ์ ธีรอำพน หัวโครงการวิจัย สกสวกล่าวว่าไข่น้ำเป็นพืชท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางโภนาการสูง เหมาะสำหรับเป็นอาหารทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีน เช่น กลุ่มผู้สูงวัยหรือกลุ่มผู้ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมชุดเพาะเลี้ยงไข่น้ำในระบบปิด ซึ่งขณะนี้สามารถสร้างโรงเรือนอยู่ระหว่างการทดลองเพาะเลี้ยงไข่น้ำ และกำลังศึกษาพัฒนาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ เมื่อการวิจัยแล้วเสร็จกลุ่มนักวิจัยมีแผนที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตไข่น้ำสู่ชุมชนบ้านโพนสูง จ.นครราชสีมา และขยายผลต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคต สำหรับไข่น้ำ หรือ ผำ เป็นพืชดอกสีเขียวที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกสามารถเจริญเติบโตตามแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยชาวบ้านในภาคเหนือและอีสานนิยมนำมาใช้เป็นอาหาร ซึ่งข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่าเป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยพบปริมาณโปรตีนในไข่น้ำอบแห้งสูงถึงร้อยละ 40 และยังพบเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์อีกด้วย

สมาคมนักประดิษฐ์มอง SME หัวใจการขับเคลื่อนประเทศเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ขาดโอกาสด้านเทคโนโลยี

SME
นายภณวัชร์นันท์ ไกรมาตย์ นายกสมาคมนักประดิษฐ์และนวัตกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการดำเนินในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ในปี 2563 ว่า SME มีข้อจากัดและอุปสรรคในการดำเนินกิจการหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ SME มีขนาดเล็ก จึงทำให้เสียเปรียบธุรกิจขนาดใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (economies of scale) โดยเฉพาะในด้านการผลิตที่ต้องอาศัยการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูงและการเข้าถึงตลาด ยิ่งไปกว่านั้น SME จำนวนมาก ยังประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี ตลาด และเงินทุนดังกล่าวทำให้ SME จำนวนมากไม่สามารถขยายกิจการและเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ดังนั้น รัฐบาลในหลาย ๆ ประเทศได้เล็งเห็นความสาคัญของ SME ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และตระหนักถึงข้อจำกัด ของผู้ประกอบการ SME จึงได้มีนโยบายในการส่งเสริมการ ประกอบธุรกิจของ SME หลายประการ ซึ่งนโยบายหลักประการหนึ่งคือนโยบายส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อให้ SME ส่งเสริมการเข้าถึงนวัตกรรม และรัฐส่งเสริมด้านภาษีซึ่งจะทำให้ธุรกิจ SME อยู่รอดได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่เป็นวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้

ภูเขาไฟตาอัลพ่นลาวา ฟิลิปปินส์เตรียมงบ 50 ล้านเหรียญรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

www.cnnphilippines.com
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 13 .. ว่าสถาบันวิทยาภูเขาไฟและวิทยาแผ่นดินไหวแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (ฟิโวลส์) ออกแถลงการณ์ว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 4 แมกนิจูด เมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้กับเกาะภูเขาไฟตาอัล ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดบาตังกัส ห่างจากกรุงมะนิลาลงมาทางใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นสัญญาณว่าหินหนืดหรือแมกมาปริมาณมหาศาลยังคงเคลื่อนไหวและทำปฏิกิริยาอยู่ภายในภูเขาไฟและตราบใดที่ยังมีการเสียดสีลักษณะนี้อยู่ภายในโครงสร้างของภูเขาไฟ แผ่นดินไหวจะยังคงเกิดขึ้น และมีลาวาปะทุออกมาจากปากปล่องของภูเขาไฟเป็นระยะ สำนักแผ่นดินไหวของฟิลิปปินส์เตือนว่าการระเบิดที่เป็นอันตรายอาจมีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือภายในไม่กี่วันนับจากนี้ ขณะที่ยังคงปะทุพ่นเถ้าถ่านออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายมาถึงเมืองหลวง โรงเรียน สถานที่ราชการ และธุรกิจในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ต้องปิดทำการ ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติมะนิลาเปิดทำการแล้วบางส่วน ต้องเลื่อนหรือยกเลิกอย่างน้อย 240 เที่ยว ภูเขาไฟตาอัลเป็นหนึ่งในภูเขาไฟทรงพลังที่สุดในฟิลิปปินส์ เคยประทุไม่ต่ำกว่า 30 ครั้งในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา ครั้งหลังสุดการปะทุในปี 2454 คร่าชีวิตคนไปมากถึง 1,500 คน นายคาร์ลอส โดมิงเกซ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังกล่าวว่าฟิลิปปินส์มีความพร้อมทางการเงินที่ดีในการรับมือกับความเสียหายจากการปะทุครั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งสำรองอย่างน้อย 50 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นกองทุนฉุกเฉินและสามารถโยกงบประมาณเพื่อบูรณะฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ