เปิดโผ ‘อาชีพในฝัน 2020’ หมอ ครองอันดับ 1 ยูทูบเบอร์ มาแรง เป็นไอดอลเด็กไทย พร้อมแนะคาถาเด็กเก่ง ‘เรียนรู้ตลอดชีวิต & ปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง’

595

‘อาชีพในฝัน 2020 ของเด็กไทยในทศวรรษนี้คืออะไร?’ ใครที่กำลังสงสัย วันนี้เรามีคำตอบให้ จากผลสำรวจล่าสุดของกลุ่มบริษัท อเด็คโก้ (Adecco) ซึ่งระบุชัดเจนว่า อาชีพ “หมอ” ยังนำลิ่วมาอันดับหนึ่ง ด้านอันดับสองยังคงเป็นอาชีพ “ครู” ไม่ต่างจากปีที่แล้ว ทว่า อาชีพที่มาแรงเป็นอันดับที่สาม ได้แก่ อาชีพ “ยูทูบเบอร์” หรือ Youtuber ที่ไต่อันดับขึ้นมาแซงหน้าอาชีพ “นักกีฬา” และ “ทหาร” แบบขาดลอย

เด็กไทยในทศวรรษนี้มีเหตุผลอะไร และจากผลสำรวจนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการสร้างบุคลากรไทย จะนำไปต่อยอดเพื่อกำหนดทิศทางผลิตกำลังคนคุณภาพของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของเทรนด์ระดับโลก และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศของเราอย่างไร ไปดูกัน

เจาะเทรนด์ ‘Top 3 อาชีพในฝัน 2020′ ของเด็กไทย

กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ เผยผลสำรวจ “อาชีพในฝันของเด็กไทย” ครั้งที่ 11 ปี 2563 ที่สำรวจในกลุ่มตัวอย่างเด็กไทยอายุ 7-14 ปี จำนวน 4,050 คน จากทั่วทุกภูมิภาค พบว่า อาชีพในฝันเด็กของเด็กไทยในปีนี้ “หมอ” ยังครองอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยอาชีพ “ครู” ซึ่งไม่ต่างกับปีที่แล้ว นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ส่วนใหญ่เด็กที่เลือกตอบว่าอาชีพหมอเป็นอาชีพในฝัน เป็นเด็กที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่เด็กที่เลือกอาชีพครู ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่อาศัยในจังหวัดอื่น ซึ่งสะท้อนถึงค่านิยมที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
ส่วนอาชีพมาแรงที่อยู่ในอันดับ 3 ประจำปีนี้ ทางอเด็คโก้ยอมรับว่าสร้างความประหลาดใจให้ทีมผู้ทำสำรวจไม่น้อย เพราะนั่นคือ อาชีพ “ยูทูบเบอร์” โดยเด็กไทยมองว่า อาชีพยูทูบเบอร์ เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ชอบ สบาย รายได้สูง มีอิสระ มีชื่อเสียง และคิดว่าตัวเองมีทักษะและความสามารถในการทำอาชีพนี้ได้ ซึ่งเด็กไทยหลายคนได้รับแรงบันดาลใจให้อยากทำอาชีพนี้จากยูทูบเบอร์และนักแคสต์เกมที่ตนชื่นชอบ

และเมื่อเจาะลึกลงไปในผลสำรวจว่าทำไมอาชีพ ยูทูบเบอร์ จึงครองใจเด็กไทยยุคนี้ จากผลสำรวจพบว่าเด็กไทยกว่า 93% ใช้ยูทูบ และชื่นชอบการรับชมคอนเทนต์ในยูทูบนำหน้าสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ ส่วนสื่อที่เด็กนิยมใช้รองลงมา คือ เฟซบุ๊ก ไลน์ และติ๊กต็อก ด้วยเหตุนี้ ยูทูบจึงเป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการเลือกอาชีพในฝันและไอดอลที่ชื่นชอบ โดยกว่า 48% ของเด็กที่ตอบแบบสอบถาม มียูทูบเบอร์เป็นไอดอลในดวงใจ ทำให้ปีนี้มียูทูบเบอร์เข้ามาติดโผจำนวนมาก

โดยไอดอลที่เด็กไทยเทใจให้มากที่สุด เป็นยูทูบเบอร์สาววัย 23 ปี ที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 11 ล้านคน นั่นคือ “เก๋ไก๋สไลเดอร์” โดยเด็กไทยที่ชื่นชอบ ‘พี่เก๋’ เจ้าของเพจนี้ บอกตรงกันว่า พี่เก๋น่ารัก สดใส ตลก พูดเพราะ ส่วนคลิปที่ทำออกมาก็เป็นคอนเทนต์สนุกๆ มีประโยชน์

ส่วนไอดอลของเด็กไทย อันดับ 2 ได้แก่ “BLACKPINK” เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีมาแรงแห่งปี เจ้าของเพลงฮิต “Kill This Love” โดยสมาชิกในวงที่เป็นที่ชื่นชอบของน้องๆ มากที่สุด ได้แก่ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล สมาชิกวง BLACKPINK ชาวไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เต้นเก่ง สวย น่ารัก และอันดับ 3 ได้แก่ แป้ง “Zbing Z.” ยูทูบเบอร์และนักแคสต์เกมที่ติดโพลล์มา 3 ปีซ้อนติดต่อกัน อันดับ 4 ศิลปินเกาหลีวง “BTS” และ อันดับ 5 “CGGG” นักแคสต์เกม Free Fire ชื่อดัง

และเราอาจสันนิษฐานได้จากผลสำรวจนี้ว่า ความชื่นชอบและชื่นชมในไอดอลออนไลน์ ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของเด็กไทย ยุคดิจิทัลเน้นหาความรู้ในอินเทอร์เน็ต
เพราะจากผลสำรวจของ อเด็คโก้ ยังเผยว่า เมื่อสอบถามถึงวิธีหาความรู้นอกห้องเรียน เด็กไทยกว่า 50% ตอบว่า “อินเทอร์เน็ต” ไม่ว่าจะเป็นการหาความรู้ผ่านการเสิร์ชผ่านกูเกิ้ล การเข้าเว็บไซต์ต่างๆ หรือดูยูทูบ ทั้งผ่านคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เพื่อค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ขณะที่อีก 25% เลือกค้นคว้าผ่านการ “อ่านหนังสือและการเข้าห้องสมุด”
สำหรับของขวัญวันเด็กที่เด็กไทยอยากได้มากที่สุดในปีนี้ คือ “สมาร์ทโฟน” โดยคิดเป็น 25% ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด รองลงมาคือ “คอมพิวเตอร์” “ตุ๊กตา” “เงิน” และ “หนังสือ” ตามลำดับ ซึ่งของขวัญเหล่านี้ก็สอดคล้องกับงานอดิเรกที่เด็กไทยชอบทำคือ เล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต เล่นกับเพื่อน อ่านหนังสือ อ่านการ์ตูน ดูภาพยนตร์ และไปเที่ยว

ผลสำรวจ อาชีพในฝัน 2020 ชี้แนวทางพัฒนาทักษะเด็กยุคดิจิทัล

ด้าน ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย เผยว่า
“ผลสำรวจอาชีพในฝันของอเด็คโก้ที่เราทำจะสำรวจในกลุ่มเด็กอายุ 7-14 ปี ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มเด็กได้เป็นสองเจเนอเรชัน คือ Gen Z และ Gen Alpha ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมากับเทคโนโลยี คุ้นชินกับการใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่น่าแปลกใจว่าภาพรวมของคำตอบในปีนี้จะเห็นความเป็นดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ” 

“ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ‘ยูทูบเบอร์’ ที่มาแรงขึ้นมาเป็นอันดับ 3 และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นทุกปีต่อจากนี้ไป หรือการที่เด็กเกือบครึ่งโพลล์เลือกยูทูบเบอร์เป็นไอดอลในดวงใจ รวมถึงพฤติกรรมของเด็กในยุคนี้ที่ชอบเล่นเกม สื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ค้นหาความรู้ทางอินเทอร์เน็ต ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความเป็น Digital native ของเด็กไทยในปัจจุบัน”
จากนั้น ซีอีโอ อเด็คโก้ ประเทศไทย ได้แชร์มุมมองน่าสนใจสู่การวางแผนนโยบายการศึกษา การพัฒนาทักษะเด็กไทยต่อว่า
“การที่พวกเขาเกิดมาพร้อมกับโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสาร Mark McCrindle นักประชากรศาสตร์และนักวิจัยทางสังคม มีการพยากรณ์ว่า Gen Alpha หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี จะเป็นเจเนอเรชันที่ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด และเป็น Gen ที่ฉลาดที่สุดและใช้เทคโนโลยีเก่งที่สุด เมื่อเทียบกับ Gen อื่นๆ ตอนมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน”
“ขณะที่ Gen Z หรือผู้ที่ปัจจุบันมีอายุตั้งแต่ 26 ปีลงไป มีงานวิจัยจากต่างประเทศรายงานว่า Gen Z ก็จะก้าวเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญขององค์กร โดยจะมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 27 ของแรงงานทั้งหมด”
“และภายในอีก 5 ปีข้างหน้า Gen Z มีแนวโน้มที่จะเลือกอาชีพที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงสังคมโลก ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสนใจการเป็นผู้ประกอบการและทำอาชีพอิสระ ซึ่งเป็นมุมมองการเลือกอาชีพที่แตกต่างไปจากคนรุ่นก่อน”

นอกจากนั้น หากอ้างอิงตาม E-Book ฉบับใหม่ “เจาะเทรนด์โลก 2020” ของ TCDC ก็วิเคราะห์ชาว Gen Z ไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ พวกเขาจะมีความเป็น Age of Digital Overload คือ ความท้าทายในแต่ละวันของคน Gen Z มักขึ้นอยู่กับสถานะทางโซเชียลมีเดีย

รายงานจาก Common Sense Media เปิดเผยว่า คน Gen Z ใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์เฉลี่ยยาวนานถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน เท่ากับว่ามีชาว Gen Z จำนวนถึง 60% ที่ใช้โซเชียลมีเดียเทียบเท่ากับการถือศีล ต้องเช็กตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นจะรู้สึกไม่ทันโลกและถ้าตกข่าวอะไร และจะรู้สึกผิดต่อเพื่อนในโลกโซเชียลด้วย

อย่างไรก็ตาม คุณธิดารัตน์อธิบายต่อว่า เด็กรุ่นนี้จะโตมากับอนาคตของโลกการทำงานที่เปลี่ยนไป หลายอาชีพจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ แต่ก็จะมีอีกหลายอาชีพเกิดขึ้นใหม่เช่นเดียวกัน โดยมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2025 ร้อยละ 60 ของแรงงานจะทำงานในอาชีพที่ไม่มีอยู่ในปัจจุบัน
ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะช่วยกันพัฒนาศักยภาพเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการใช้ชีวิตและทักษะทางสังคม ซึ่งเป็นทักษะที่หุ่นยนต์ไม่สามารถทดแทนได้ รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้พวกเขาสามารถที่จะเรียนรู้และต่อยอดองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่ เพราะในอนาคตความรู้ใหม่ๆ จะมีความสำคัญมากกว่าใบปริญญา
“การเรียนรู้ตลอดชีวิตและปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง จะกลายเป็นคำขวัญสำคัญของเด็กยุคใหม่ที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างมั่นคงในโลกที่มีการ Disruption ตลอดเวลา” ผู้บริหารเจ้าของผลสำรวจ อาชีพในฝัน 2020 กล่าวย้ำในที่สุด

ที่มา : บทความจากแบบสำรวจ/งานวิจัยเรื่อง “ผลสำรวจ “อาชีพในฝันของเด็กไทย” ปี 2563 (มกราคม 06, 2563) เผยแพร่ในเว็บไซต์ adecco.co.th

เทรนด์ทักษะอาชีพในใจเด็กไทยในมุมอื่น ยังมีให้อ่านเพิ่มเติม

เจาะ ‘เทรนด์โลก 2020’ ปีแห่งพลังบวก & การสร้างทัศนคติรับความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ ของคนทุกเจน

สรุปแผนเติมทักษะ AI ของ Microsoft ในปีชวด ปีที่คนไทยจะไม่ชวดการเรียนรู้ด้านดิจิทัล

‘Creativity’ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะช่วยรอด ปี 2020 ตามทรรศนะ James Taylor กูรูผู้จุดประกายความคิดระดับโลก