‘เดวิด รูฟโฟโล’ ปราชญ์ด้านฟิสิกส์ ม.มหิดล ได้ทุน 10 ปี นำทีมวิจัยล่องเรือลง ‘ขั้วโลกใต้’

1053

ถึงแม้ ‘ทวีปแอนตาร์กติกา’ หรือ ‘ขั้วโลกใต้’ จะมีแต่ธารน้ำแข็งกับผืนน้ำ เวิ้งว้างและแตกต่างจากขั้วโลกเหนือ แต่ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด รูฟโฟโล (Professor Dr. David Ruffolo) ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็พร้อมที่จะนำทีมไทยและต่างชาติออกสำรวจและวิจัยเพื่อประโยชน์ด้านความเป็นอยู่ของมนุษยชาติ


โพรไฟล์เบื้องต้นของศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด รูฟโฟโล

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้วยอายุเพียง 23 ปี จาก The University of Chicago มีความเชี่ยวชาญทางด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysics) ฟิสิกส์อวกาศ (Space Physics) และมีผลงานวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่แล้วจำนวนมาก
David John Ruffolo เดวิด จอห์น รูฟโฟโล
Professor Dr. David Ruffolo
“ตอนนั้นคิดว่าชีวิตถูกขีดเส้นมากไป เพราะเรียนฟิสิกส์จบก็ต้องหางานที่ดีให้ตรงกับที่เรียน เหมือนถูกบังคับให้อยู่ในลู่ จนรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า อีกอย่างที่สหรัฐมีนักฟิสิกส์มากแล้ว และตอนเรียนมีเพื่อนคนหนึ่งชวนมาเที่ยวไทย ซึ่งผมก็เรียนภาษาไทยมาก่อนหน้านี้แล้วด้วย พอได้มาเที่ยวที่ไทยก็รู้สึกประทับใจ ที่สำคัญยุคนั้นในไทยมีคนทำวิจัยด้านฟิสิกส์น้อย ผมจึงตั้งเป้าหมายว่าจะมาสอนหนังสือที่นี่ครับ” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด รูฟโฟโล กล่าวไว้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2560 ผ่านสื่อเดลินิวส์
เมื่อตั้งเป้าหมายดังนั้นแล้ว ชายชาวอเมริกันก็เริ่มทำงานในประเทศไทยเมื่อปี 2534 โดยเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี และยังได้รับสัญชาติไทยในปี 2555 

ด้านการทำงานและความเชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์นั้น ศาสตราจารย์เดวิดยังเป็น…
  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน รังสีคอสมิก ซึ่งเป็นกัมมันตรังสีรอบโลก เกิดได้ทั้งจากภายในและภายนอกระบบสุริยะ
  • ผู้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับ พายุสุริยะในอวกาศ โดยมีผลงานเด่นจากการพัฒนาโปรแกรมจำลองรังสีคอสมิกเพื่อใช้ในการพยากรณ์ล่วงหน้า ก่อนที่จะเกิดคลื่นกระแทกจากพายุสุริยะเข้ามากระทบโลก
  • เป็นแกนนำคนสำคัญในการสร้างทีมนักวิจัยเพื่อจัดตั้ง สถานีตรวจวัดอนุภาคนิวตรอนสิรินธร ณ ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับวัดจำนวนและพลังงานของรังสีคอสมิกในประเทศไทย
  • เป็นผู้ให้ความรู้แก่สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปในเรื่องพายุสุริยะ อนุภาคพลังงานสูง และเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ทั่วไป ส่งผลให้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2560 และทุนเมธีวิจัยอาวุโส สกว.ถึง 2 ครั้ง
รังสีคอสมิก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด รูฟโฟโล (วันที่ 17 มกราคม 2561)
ภาพขณะบรรยายพิเศษเรื่อง รังสีคอสมิก โดยศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เดวิด รูฟโฟโล เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 ณ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

โครงการรังสีคอสมิกฯ สู่การคว้าทุน 10 ปี เพื่อลุยวิจัยแอนตาร์กติกา

ด้วยวิสัยทัศน์ของ มหาวิทยาลัยมหิดล คือ มหาวิทยาลัยระดับโลก (World Class University) และเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” (Wisdom of The Land) จึงพยายามผลักดันงานวิจัยไปสู่ระดับโลก โดยการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยให้ไปสู่การค้นพบองค์ความรู้เชิงลึก และมีผลงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และแน่นอนว่า 
สำหรับข่าวน่ายินดีที่เพิ่งประกาศเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาคือ การได้รับทุนระดับโลกที่ให้เวลาวิจัยถึง 10 ปี จาก Australian Antarctic Division (AAD) ประเทศออสเตรเลีย จากการนำเสนอโครงการ Cosmic ray monitoring at Mawson and Kingston to study space weather and space physics ร่วมกับคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยมีศาสตราจารย์เดวิดเป็นหัวหน้าโครงการ
RSV Aurora Australis
Source : www.inmarsat.com
Mawson Station
Mawson Station | Source : www.facebook.com/australiainthailand
โดยตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2563 จะมีการล่องเรือ RSV Aurora Australis ไปยังสถานี Mawson ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการวิจัยถาวรแห่งแรกของประเทศออสเตรเลีย และมีการปฏิบัติการต่อเนื่องยาวนานที่สุดในทวีปแอนตาร์กติกา นั่นคือ การเฝ้าสังเกตรังสีคอสมิกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2498
อ.ดร.อเลฮานโดร ซาอิส ริเบรา (Lecturer, Dr.Alejandro Rivera Saiz) อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค มหาวิทยาลัยมหิดล และ ประดิพัทธ์ เหมืองห้า นักศึกษาปริญญาเอกของภาควิชาพิสิกส์ จะร่วมเดินทางไปเพื่อปฏิบัติภารกิจปรับปรุงและดูแล เครื่องวัดนิวตรอน (Newtron Monitor) อุปกรณ์วัดรังสีคอสมิก ซึ่งเป็นอนุภาคจากอวกาศ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์พิเศษและเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลที่คณะนักวิจัยได้ริเริ่มและพัฒนาขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก 
ภาพจากงานแถลงข่าว “ฝันให้ไกล: งานวิจัยสู่แอนตาร์กติกา” (Aim Far: Research in Antarctica led by Mahidol University) ที่ศาสตราจารย์ ดร.เดวิด จอห์น รูฟโฟโล พร้อม 2 นักวิจัยเตรียมเดินทางไปแอนตาร์กติกา
Expeditioners on a first-time iceberg tour
ศาสตราจารย์เดวิดกล่าวว่า ทุนที่ได้รับจาก AAD นี้ ได้จากการชิงทุนด้วยวิธีปกติ โดย AAD ให้การสนับสนุนในรูปแบบของโลจิสติกส์ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการเดินทางทางเรือด้วย คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 4.8 ล้านบาทต่อครั้ง ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 10 ปี และมีกำหนดการเดินทาง 3 ครั้ง
โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มือดีด้านเทคนิคอย่าง อ.ดร.อเลฮานโดร ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานกับมหาวิทยาลัยมหิดลถึง 16 ปี และเปิดโอกาสให้ ประดิพัทธ์ เหมืองห้า นักศึกษาปริญญาเอกของภาคฯ ได้เดินทางไปร่วมเปิดประสบการณ์ในภารกิจนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาเองด้วย
สำหรับการตรวจวัดอนุภาครังสีคอสมิกนั้น แต่ละสถานที่จะวัดพลังงานได้ไม่เหมือนกัน ซึ่งที่แอนตาร์กติกาวัดได้พลังงานต่ำสุด ในขณะที่ประเทศไทยนั้นสามารถวัดได้พลังงานสูงสุด ภารกิจในครั้งนี้จึงมีส่วนสำคัญในการศึกษาและเข้าใจสภาพอวกาศที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของมนุษย์ ตลอดจนผลกระทบของพายุสุริยะและลมสุริยะที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งถึงแม้ปรากฏการณ์พายุสุริยะจะไม่ได้ทำอันตรายใดๆ ต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก แต่ก็ควรมีการเฝ้าระวัง
ศาสตราจารย์เดวิด ภาควิชาฟิสิกส์ หนึ่งในความภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะที่เป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” และยังเป็นความภูมิใจของคนไทยอีกด้วย
จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่แคนาดา อุทาหรณ์ในอดีตที่แสดงถึงผลกระทบของพายุสุริยะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ตลอดจนอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้กันในปัจจุบัน ทำให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์ คือ “ปัญญาของสังคม” เพราะความรู้จากงานด้านวิทยาศาสตร์สามารถตอบคำถามปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดบนโลกและนอกโลกได้ แม้แต่เรื่องของพายุสุริยะที่บางคนอาจมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วสามารถส่งผลกระทบให้การสื่อสารเป็นอัมพาตและไฟฟ้าดับได้
รองศาสตราจารย์ ดร.พลังพล คงเสรี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอให้คนไทยร่วมเป็นกำลังใจให้แก่คณะนักวิจัยไทยที่ร่วมเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจสู่แอนตาร์กติกาในครั้งนี้ โดยกล่าวว่า
“ภารกิจดังกล่าวเป็นการแสดงให้สังคมประจักษ์ถึงความสำคัญของงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และพิสูจน์บทบาทของการเป็น ‘ปัญญาของแผ่นดิน’ ของมหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นความภูมิใจของคนไทย”  
View from the bridge deck of Australia's icebreaker the Aurora Australis, during a blizzard in Horseshoe Harbour at Mawson station Photo Rob King
View from the bridge deck of Australia’s icebreaker the Aurora Australis, during a blizzard in Horseshoe Harbour at Mawson station Photo Rob King
หากอยากเห็นว่า ‘แอนตาร์กติกา’ หรือ ‘ขั้วโลกใต้’ มีลักษณะอย่างไร แนะนำให้ชม NASA’s icy mission : Buoyant robot is on its first Antarctic mission. คลิปการสำรวจล่าสุดของนาซ่าที่มีการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในทวีปแอนตาร์กติกาเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา

การสำรวจ-วิจัยทวีปแอนตาร์กติกา หรือ ขั้วโลกใต้ อีกภารกิจที่คนไทยมีส่วนร่วม

‘ภารกิจพิชิตขั้วโลก’ กับบทบาทนักวิจัยไทยในเวที ‘Climate Change’ โลก


ที่มา