เจาะแผนโรดโชว์ ‘นโยบายการลงทุน ปี 63’ ดึงนักธุรกิจจาก จีน ฮ่องกง เกาหลี เน้นเจาะรายประเทศ เข้าถึงระดับมณฑล

115

หมุดหมายสำคัญ ที่ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผย รับปีใหม่ 2563 คือการพิชิตภารกิจดึงดูดนักลงทุน ตาม ‘นโยบายการลงทุน ปี 63’ โดยจะเร่งเดินสายออกไปดึงดูดการลงทุนและขยายความร่วมมือใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยการลงไปเจาะรายประเทศ และรายมณฑล ซึ่งมีเป้าหมาย 6 พื้นที่ โดยเจาะเป็นรายประเทศ และรายมณฑล


นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

รีวิวผลงาน 2 ปี ดึงการลงทุนจากต่างประเทศ ได้ทะลุเป้า 1.2 ล้านล้าน

หากพิจารณาตั้งแต่ปี 2560 – 2562 โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ดึงดูดการลงทุนได้จริงในพื้นที่อีอีซีไปแล้วกว่า 1,221,026 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนภาคเอกชน 18,694 ล้านบาท และการลงทุนภาครัฐ 1,202,332 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 1.8 แสนตำแหน่ง และมีโรงงานเกิดใหม่ 2,647 โรง โดยในโอกาสนี้ ดร.คณิศ ได้เน้นย้ำถึงหลักการวางแผน นโยบายการลงทุน ปี 63 อย่างต่อเนื่องว่า
“เป้าหมายการดึงดูดการลงทุนใน อีอีซี จะไม่ได้เน้นจำนวนเงินเป็นหลัก แต่จะเน้นดึงดูดเทคโนโลยีชั้นสูง การลงทุนพัฒนาศักยภาพแรงงาน ซึ่งมีหลายโครงการที่มีเงินลงทุนไม่สูง เช่นการสร้างสถาบันวิจัย และสถาบันการศึกษา แต่ผลที่ได้จะเกิดประโยชน์ให้กับประเทศสูงมาก และมีความมั่นคงยั่งยืน”

EECi วังจันทร์วัลเลย์

นอกจากนี้ ในปี 2563 ดร.คณิศ ยังเน้นย้ำว่าจะเร่งดำเนินโครงการเขตนวัตกรรมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซีไอ) และเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (อีอีซีดี) โดย อีอีซีไอ ได้ลงทุนระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจรเพื่อรองรับการลงทุนวิจัย และนวัตกรรม ตลอดจนเตรียมกำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศด้วยความร่วมมือของรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา บนพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ของวังจันทร์วัลเลย์ จ. ระยอง
โดยที่ผ่านมาได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับก่อสร้างกลุ่มอาคารเมืองนวัตกรรมภาคตะวันออก ระยะที่ 1 เมื่อเดือนก.พ. 2562 คาดว่าจะเปิดให้นักลงทุนเช่าพื้นที่ได้ภายในปี 2564
ส่วน อีอีซีดี ได้ตั้งเป้าที่จะพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางการลงทุนและพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย สู่การเป็น Digital Innovation Hub ของอาเซียน โดยคาดว่าจะประกาศเชิญชวนพร้อมเอกสารประกอบการคัดเลือก (RfP) ได้ภายในเดือน ม.ค. 2562 แน่นอน

เปิดโผ พื้นที่เป้าหมาย 6 แห่ง ใน 3 ประเทศ ทวีปเอเชีย ที่แผนโรดโชว์ ‘นโยบายการลงทุน ปี 63’ จะไปถึง

สำหรับพื้นที่เป้าหมาย ทาง สกพอ. กำหนด พื้นที่ที่จะลงพื้นที่ตามแผนโรดโชว์ ปี 63 ทั้งหมด 6 แห่ง ใน 3 ประเทศ ดังนี้
  • มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
จะเน้นดึงดูดการลงทุน ในด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ดิจิทัล รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และอุตสาหกรรมการแพทย์ ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง 2 ฝ่ายแล้ว และตั้งคณะทำงานระดับสูงไทย-กวางตุ้ง เพื่อผลักดันการลงทุนร่วมกัน
โดยจะเข้าไปเจาะรายบริษัทเป้าหมายในเมืองกวางโจว เซินเจิ้น และจูไห่ อย่างต่อเนื่อง อย่าง หัวเหว่ย เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนเทคโนโลยี 5จี และ เข้ามาก่อตั้ง หัวเหว่ย อะคาเดมี ให้เข้ามาตั้งวิทยาลัยในไทย เพื่อสร้างบุคลากรเทคโนโลยีดิจิทัลระดับสูง ซึ่งในโอกาสนี้ หากดึงบริษัทแม่เข้ามาลงทุนได้ ก็คาดการณ์ได้เลยว่าจะมีบริษัทลูก และซัพพลายเออร์ของหัวเหว่ยตามเข้ามาลงทุนอีกเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมี บริษัท BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน สถาบันวิจัยจีโนมิกส์ปักกิ่ง (BGI) ให้เข้ามาลงทุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์จีโนมิกส์ใน อีอีซี และ บริษัท Mindray ซึ่งเป็นบริษัทด้านเครื่องมือแพทย์ชั้นนำของจีน โดยบริษัทเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเป้าหมายใน อีอีซี ทั้งสิ้น
  • ฮ่องกง
ทาง สกพอ. จะเน้นดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ดิจิทัล สตาร์ทอัพ และบุคลากรทักษะสูง โดยที่ผ่านมาได้มีการลงนามความร่วมมือกับองค์การพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) และ สมาพันธ์อุตสาหกรรมฮ่องกง (FHKI) ซึ่งในตอนนี้มีหลายบริษัทอยู่ระหว่างการขอรับการส่งเสริมการลงทุน และมีบริษัทเป้าหมายที่จะเข้าไปเจรจา ได้แก่ King Wai Group และ Hong Kong Science Technology Parks Corporation
  • มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน  
จะเน้เจาะไปยังอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับสูง และอีคอมเมิร์ช ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานความร่วมมือกับ สมาคมธุรกิจเจ้อเจียง โดยจะเจรจาเปิดนิคมอุตสาหกรรมรองรับนักลงทุนจากมณฑลเจ้อเจียง 400 บริษัท กับ บริษัทฝู่ทงกรุ๊ป กองทุนเกาผิง และ Funs (Beijing) Group Co., Ltd. และได้ประสานงานกับสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยเพื่อจัดหาพื้นที่รองรับนักลงทุนเหล่านี้
  • มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน 
เนื่องจากในมณฑลนี้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ เมืองการบิน และโลจิสติกส์ทางอากาศ จะโดดเด่น อีอีซี จึงได้ลงนามร่วมมือกับรัฐบาลมณฑลเหอหนานและคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษไว้แล้ว โดยเฉพาะ การสร้างความร่วมมือกับ ท่าอากาศยานเจิ้งโจว (ZAEZ) เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์กับ ZAEZ ด้านมหานครการบิน ที่คาดว่าจะสามารถขยายความร่วมมือไปสู่การร่วมลงทุนธุรกิจโลจิสติกส์ทางอากาศ เจิ้งโจว – ลักแซมเบอร์ก – อู่ตะเภา ต่อไป

  • ไต้หวัน
จะมุ่งไปเจาะธุรกิจในสาขาเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ เศรษฐกิจสีเขียว และการแพทย์และเภสัชกรรมอัจฉริยะ ซึ่ง อีอีซี ได้เข้าไปร่วมมือกับสํานักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจํา ประเทศไทย (TECO) โดยได้เดินทางพบปะกับบริษัทเทคโนโลยีระดับสูงของไต้หวัน และได้จัดตั้งพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเฉพาะนักลงทุนไต้หวัน จำนวน 600 ไร่ ที่นิคมฯอมตะ
รวมทั้งมีเป้าหมายเข้าไปเจาะบริษัท TCI ผู้ผลิตอาหารและเกษตรครบวงจร เพื่อนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Anti-aging และกลุ่ม Probiotics และบริษัท OBI Pharma ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตยากลุ่มโรคมะเร็ง โรคติดเชื้อ ผลิตยาที่ใช้เทคโนโลยี passive glycan ในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งมีศูนย์วิจัยในประเทศสหรัฐ และจีน บริษัท PharmaEssentia ผลิตยารักษาโรคโลหิตวิทยา โรคติดเชื้อ เนื่องงอก มีศูนย์วิจัยหลักที่ญี่ปุ่น และสหรัฐ และบริษัท Solomon technology ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ชิ้นส่วน อิเลคทรอนิคส์ชั้นนำของโลก
  • เกาหลีใต้
มุ่งไปขยายความร่วมมือและดึงดูดการลงทุนนในกลุ่มธุรกิจสาขาอุตสาหกรรมดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ อาหาร และอุตสาหกรรมความงาม ซึ่ง อีอีซี ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (KOTRA) โดยในปีนี้จะร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปพบปะกับบริษัทเทคโนโลยีระดับสูงของเกาหลีใต้ และตั้งพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเฉพาะนักลงทุนเกาหลีใต้
รวมทั้งเข้าไปอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ และจะร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ KOTRA จัดสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับนักลงทุนเกาหลีใต้ โดยมีบริษัทเป้าหมาย ได้แก่ บริษัท Amorepacific Cooperation ผู้ผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิดและน้ำหอม และบริษัท LG Household & Healthcare ผู้ผลิตสินค้าอุปโภครายใหญ่ของเกาหลีใต้ รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพด้วย
สำหรับประเทศเกาหลีใต้ มีข้อมูลทางสถิติจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยืนยันด้วยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2558 – 2562 มีโครงการลงทุนจากเกาหลีใต้ยื่นขอรับการส่งเสริม จำนวน 140 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 19,840 ล้านบาท โดยร้อยละ 77 เป็นการลงทุนในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ แปรรูปอาหาร และดิจิทัล

ที่มา :

มาตรการดึงดูดการลงทุน สร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ยังมีอีกหลายแง่มุมให้ได้อัปเดต

ฟังมุมมอง 2 รัฐมนตรี โจทย์ใหญ่ขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจไทย 2020’ ต้องเรียกความเชื่อมั่นต่างชาติ ปักหมุดลงทุนไทยเพิ่ม

ดิจิทัล เมดิคัลฮับ และ ผู้สูงวัย 3 ธุรกิจมาแรง ส่งไทยให้เนื้อหอมในสายตา JETRO พร้อมดึงนักธุรกิจญี่ปุ่นลงทุนร่วมกัน

ชี้ทิศทาง ‘อนาคตเศรษฐกิจไทย 2020′ กำหนดนโยบายการเงินประเทศ สู้สงครามการค้าโลก