แชร์ผลวิจัยการตลาด หยุด ‘ภาวะ Burnout Syndrome’ ปลุกชีวิต คืนชีวา ให้สังคมคนเมือง

509

“ผู้บริโภควัยทำงานในกรุงเทพฯ จำนวน 12% อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ ‘ภาวะ Burnout Syndrome’ เบิร์นเอาท์ ซินโดรม และมีจำนวนมากถึง 57% อยู่ในภาวะมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ” ใครหลายคนที่ได้ยินรายงานผลวิจัยการตลาดในหัวข้อ “การตลาดเติมพลัง “BURNOUT IN THE CITY”” จัดทำโดย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) ที่เกริ่นมานี้ อาจไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะตระหนักดีว่าการใช้ชีวิตในสังคมเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และยุคนี้ “ความเครียด” ได้กลายเป็นเพื่อนข้างกายของคนเมืองหลายคนไปเสียแล้ว

ทว่า เมื่อทราบข้อมูลนี้แล้ว สิ่งที่ควรทำน่าจะเป็นการค้นหาทางออกหรือวิธีที่จะช่วยเยียวยา ภาวะ Burnout Syndrome มากกว่าที่จะนิ่งเฉย เพราะภาวะหมดไฟในการทำงาน ส่งผลกระทบไม่ใช่แค่ตัวบุคคล แต่ครอบครัว องค์กร และสังคม ต่างต้องได้รับผลกระทบจากความเฉื่อยชา เบื่อหน่ายนี้ทั้งสิ้น ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
ด้วยเหตุนี้ นอกจาก CMMU จะมาเผยผลวิจัยทางการตลาดเพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมแล้ว ยังได้จัดเสวนา เจาะลึกแนวทางการทำการตลาดแบบเติมไฟคนวัยทำงานที่กำลังเข้าสู่ภาวะหมดไฟ โดยเชิญ 3 speakers คนรุ่นใหม่ ได้แก่ ธงชัย ชลศิริพงษ์ พิธีกรชื่อดังจาก Brand Inside วิสิทธิ์ ถิระโสภณ Team Leader Content จากแอปพลิเคชันฟังเพลงยอดฮิต JOOX และ ณัฐวุฒิ เจียรพัฒน์ เจ้าของเพจ French Buta ที่มีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน มาพูดคุย แนะนำเคล็ดลับในการป้องกันตนเองและคนรอบข้างจากภาวะหมดไฟด้วย

‘ภาวะ Burnout Syndrome’ เริ่มต้นด้วย…ความเครียด จบแบบไม่สวยที่…โรคซึมเศร้า

เมื่อปี 2562 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้ Burnout Syndrome เป็นภาวะทางสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลรักษา และเป็นภาวะที่กำลังจะเกิดในสังคมคนเมืองและคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งภาวะหมดไฟหรือหมดแรงบันดาลใจในการทำงานนี้ มีงานวิจัยของต่างประเทศระบุว่า อาจส่งผลให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ในระยะยาว และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 2 ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุนี้จำนวนไม่น้อย
วันนี้ภาวะหมดไฟจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นภายในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสังคมเมือง เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ ทุกฝ่ายจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับปัญหา ร่วมมือกันหาวิถีทางเยียวยาผู้คนในสังคม เพื่อให้อาการที่เกิดขึ้นนั้นบรรเทาเบาบางลง ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ
เมื่อแนวคิดนี้ตกผลึกแล้ว ทีมนักวิจัยจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงศึกษาพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ในภาวะหมดไฟ เสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ และผู้ที่มีพลังใจในการทำงานสูง ว่ากลุ่มผู้บริโภควัยทำงานเหล่านี้ทำกิจกรรมอะไร เพื่อคลายความเครียดที่กำลังเผชิญ หรือเพิ่มพลังใจที่หดหายให้กลับมาสามารถสู้กับสถานการณ์ที่เจอได้ และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติสุข

รู้ทันสาเหตุทำให้คนเมืองตกอยู่ใน ‘ภาวะหมดไฟ’

จากการสำรวจผู้บริโภควัยทำงานในกรุงเทพมหานคร ช่วงปลายปี 2562 จำนวน 1,280 คน โดยเป็นผู้หญิง 66% ผู้ชาย 34% พบว่า
  • 12% อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน 57% อยู่ในภาวะมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟ และมีจำนวนเพียง 31% เท่านั้นที่อยู่ในภาวะไฟแรง
  • เมื่อคิดเป็นสัดส่วนของประชากรในกรุงเทพมหานคร มากกว่า 3.7 ล้านคน* อยู่ในภาวะเครียดจนน่าเป็นห่วง (*จำนวนประชากรวัยทำงานในกรุงเทพจำนวน 5.3 ล้านคน)
  • ช่วงอายุที่น้อยลงกลับมีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟได้มากกว่า อย่างกลุ่ม Gen Z หรือช่วงอายุต่ำว่า 22 ปี กำลังตกอยู่ในภาวะหมดไฟมากที่สุดถึง 17% ขณะที่กลุ่ม Gen Y หรือช่วงอายุ 23 – 38 ปี ก็ตกอยู่ในสภาวะใกล้เคียงกันที่ 13% แต่กลับกันในกลุ่ม Baby boomer หรือช่วงอายุ อายุ 55 – 73 ปี กลับอยู่ในภาวะหมดไฟเพียง 7%
  • เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์เรื่องกลุ่มอาชีพ พบว่า พนักงานรัฐวิสาหกิจคือกลุ่มที่อยู่ในภาวะหมดไฟ และกำลังเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะหมดไฟมากเป็นอันดับแรกที่ 77% รองลงมาคือ พนักงานเอกชน 73% และข้าราชการที่ 58% และธุรกิจส่วนตัว 48%
และ 3 สาเหตุหลักที่ทำให้อยู่ในภาวะหมดไฟ ตามผลสำรวจนี้ คือ
  1. งาน OVERLOAD ภาระงานที่เยอะและไม่สมดุลกับปริมาณคนทำงาน
  2. NO MODE สนับสนุน ไม่ใช้เครื่องมือหรือระบบที่เหมาะสมทำให้ไม่สามารถลดเวลาและกระบวนการทำงานได้
  3. โครงสร้างวุ่นๆ กับเจ้านายเย็นชา หัวหน้างานที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่รับฟังความคิดเห็นรวมถึงโครงสร้างองค์กรที่ไม่มีความยืดหยุ่น

แนะโซลูชันเติมไฟให้ชีวิต & เคล็ดลับเยียวยาตัวเองจาก ‘ภาวะ Burnout Syndrome’

จากรายงานผลการวิจัยเรื่อง การตลาดเติมพลัง “BURNOUT IN THE CITY ได้แนะนำทางออก ที่สามารถนำไปปรับใช้ ทั้งเพื่อป้องกันตนเองจากภาวะหมดไฟ และวิธีในการเยียวยาตนเองจากความคิดด้านลบที่ก่อให้เกิด Burnout Syndrome โดยแบ่งตามตัวแปรหลากหลาย เช่น เพศ วัย หรือ Gen ดังนี้
  • ทำกิจกรรมผ่อนคลายที่ชอบ
จากผลการสำรวจ โดยพิจารณาจากตัวแปรในเรื่อง เพศ พบว่า กิจกรรมที่ผู้ชายเลือกใช้เพื่อคลายเครียด 3 ลำดับแรก คือ การเล่นเกม การออกกำลังกาย การใช้โซเชียลมีเดีย ขณะที่กิจกรรมที่ผู้หญิงเลือกทำเพื่อคลายเครียด 3 ลำดับแรก ได้แก่ การพูดคุยกับเพื่อน การใช้โซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับครอบครัว และเมื่อแบ่งตามเจเนอเรชั่น กลุ่ม Baby Boomer เลือกที่จะออกกำลังกาย นอกจากนั้น การสวดมนต์ การพูดคุยกับคนในครอบครัว ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งในการระบายความเครียดได้ด้วย
  • ใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์
ถ้าพิจารณาตาม Gen ผลการสำรวจระบุว่า กลุ่ม Gen X เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อการพูดคุยกับเพื่อน การพูดคุยกับครอบครัว
กลุ่ม Gen Y เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อการพูดคุยกับเพื่อน การพูดคุยกับครอบครัว
กลุ่ม Gen Z เลือกการใช้โซเชียลมีเดีย การฟังเพลง การพูดคุยกับครอบครัว และกิจกรรมที่กลุ่มคนไฟแรงเลือกใช้ คือ การพูดคุยกับครอบครัว การออกกำลังกาย การใช้โซเชียลมีเดีย
ดังนั้น หากคุณคิดว่า ตัวเองกำลังทรมานจากความเหนื่อยหน่าย การลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหมดไฟคือการเลือกใช้กิจกรรมที่เหมาะสม และไม่มากจนเกินไป ก็จะมีส่วนช่วยผ่อนคลายความเครียดและเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กลับมามีไฟกันอีกครั้ง


พลิกวิกฤตเป็นโอกาสการตลาด ช่วยชีวิตคนเมืองจากภาวะหมดไฟ

ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ในการเสวนาครั้งนี้จึงมีการนำเสนอคำแนะนำเรื่องกลยุทธ์การตลาดที่จะมาช่วยเติมไฟ เพิ่มความสดชื่น สดใจ ลดภาวะหมดไฟ ที่นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบแต่ละขนาดสามารถนำไอเดียไปพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังเผชิญกับความเครียด และเติมพลังไฟให้ได้ โดยนำเสนอในธีม FRESH Strategy
  • F : Fulfill with Friend and Family
จากผลงานวิจัยพบว่า การพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวมาเป็น 2 อันดับแรก ดังนั้น ในมุมมองของนักการตลาด อาจเริ่มจากกิจกรรมที่ใกล้ตัวก่อน เช่น การพูดคุย โดยเพิ่มไอเดียทางธุรกิจด้วยการสร้างแอปพลิเคชันสำหรับการพูดคุยของครอบครัวขึ้นมาโดยเฉพาะให้มากขึ้น
หลังจากนั้น เริ่มพัฒนากิจกรรมที่มีขอบเขตกว้างมากขึ้น เช่น ร่วมกันทำอาหาร ออกไปท่องเที่ยวกับครอบครัว ดูหนัง หรือแม้กระทั่งกิจกรรมยอดนิยมของวัยรุ่นในปัจจุบัน เช่น การเล่นบอร์ดเกม โดยผู้ผลิตหรือทางร้านอาจออกแบบกิจกรรมให้เน้นรูปแบบของครอบครัวมากขึ้น
  • R : Recharge your energy
เพราะความต้องการอย่างเร่งด่วนของคนหมดไฟ คือ พลังงานที่ช่วยให้กลับมามีพลังได้อีก ซึ่งถ้าอ้างอิงจากผลการวิจัยในต่างประเทศระบุว่า สัตว์เลี้ยง มีผลช่วยเยียวยาจิตใจของคนที่มีอาการเครียดหรือซึมเศร้าอย่างได้ผล ดังนั้น ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง อาจแปลงคอนเทนต์เรื่องภาวะหมดไฟไปเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ร่วมกับการเชิญชวนให้คนหันมาเลี้ยงสัตว์บำบัดความเครียดได้

  • E : Entertain relief tension
ความบันเทิง เป็นตัวช่วยที่ง่ายที่สุดที่บรรเทาความเครียดลงได้ และยิ่งในปัจจุบันความบันเทิงมีหลายรูปแบบ ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง โซเชียล มีเดีย ที่หาได้ง่ายๆ ผ่านสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มต่างๆ แต่แทนที่จะนำเสนอความบันเทิงในแบบธรรมดาที่กล่าวมานี้ นักการตลาดควรสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตัวเอง สร้างความเฉพาะเจาะจง เพื่อเสนอความบันเทิงที่ตอบโจทย์และเติมไฟให้กับกลุ่มลูกค้ายุคนี้ให้ได้
  • S : Start something new
การต้องติดอยู่กับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบเดิมๆ งานที่หนัก ไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่สามารถออกไปไหนได้เพราะติดพันกับงาน ความคิดหรือสถานการณ์แบบเดิมๆ เหล่านี้เอง ที่เป็นตัวการก่อเกิดเป็นความเครียดสะสม ดังนั้น ทางออกที่นักการตลาดควรนำเสนอสามารถ คือ การออกไปยังสถานที่ใหม่ๆ หรือเริ่มต้นทำกิจกรรมที่แปลกแตกต่างออกไปจากเดิม ให้คนเมืองได้เจอสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ไม่ต้องจมกับเรื่องน่าปวดหัวสักระยะ

ไม่ว่าจะเป็นการจัดการท่องเที่ยวที่เน้นความสงบให้ธรรมชาติมาช่วยบำบัดจิตใจ หรือการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ สร้างความตื่นเต้น ให้หัวใจได้ปลดปล่อยอย่างเต็มที่ ใช้ชีวิตให้สุดขีด โดยการท่องเที่ยวนี้เองจะเป็นเหมือนยาวิเศษที่พาคนเมืองออกไปอยู่ในบรรยากาศแปลกใหม่ ไม่ต้องโฟกัสกับปัญหาที่ทำให้เราหมดไฟกับมัน และเมื่อสมองได้พัก บางทีอาจจะทำให้เห็นทางออกจากภาวะความเหนื่อยหน่ายที่เคยเจอก็ได้
  • H : Heal your health
สุดท้ายแล้วปัญหาความเครียดสะสมเป็นปัญหาสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้ช่วยพัฒนาให้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือให้เราสุขภาพดีขึ้นได้แล้ว อาทิ Chatbot ที่จะช่วยคุยกับคุณเพื่อระบายความเครียด คอยแนะนำเสมือนคนใกล้ตัวให้คุณวางใจได้ ดังนั้น การนำเสนอโซลูชันหรือนวัตกรรมสมัยใหม่ที่มีส่วนมาช่วยเยียวยาหรือเติมไฟให้ผู้คน ย่อมเป็นอีกโมเดลธุรกิจหนึ่งที่เชื่อว่ามาแรงในยุคนี้แน่ๆ

อัปเดตคำแนะนำดีๆ จากงานวิจัยไม่ขึ้นหิ้งและผลสำรวจการตลาดที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงกันต่อ

เตือนภัย ’10 พฤติกรรมสุขภาพ’ ทำคนไทยป่วย ปี 2563 รู้เท่าทัน ป้องกันตนเองและคนรอบข้างได้ตลอดปี

เผยผลสำรวจล่าสุด ฉีกทุกกฎการทำงานคนเจนมิลเลนเนียล ‘งานระยะสั้น Temp Jobs’ มาแรง เงินเดือนสูงกว่างานประจำ

เจาะ ‘เทรนด์โลก 2020’ ปีแห่งพลังบวก & การสร้างทัศนคติรับความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ ของคนทุกเจน