เรื่องหมู…หมู ที่ไม่ ‘หมู’ ของจีน

278

แม้จะเป็นผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีระดับโลก สามารถเนรมิตดวงจันทร์เทียมดวงอาทิตย์เทียมพลิกผืนทะเลทรายให้กลายเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ หรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหาภัยแล้งด้วยการผันน้ำจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูง

กระนั้นก็ตามปัญหาที่ทำให้จีนยังคงปวดหัวจนถึงขณะนี้กลับกลายเป็นเรื่องหมูหมู
เพราะจีนเป็นตลาดผู้บริโภคหมูรายใหญ่ที่สุดของโลก
ผลผลิตในแต่ละปีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากรที่มีมากกว่า 1,400 ล้านคน
ต้องนำเข้าจากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อเมริกา สหภาพยุโรป แคนาดา เป็นต้น

The family of Chinese peasants with kids, pass past the pigsty, GUIZHOU PROVINCE, CHINA

กำลังการผลิตหาย 10 ล้านตัน

จากสถิติพบว่าในแต่ละปีการบริโภคเนื้อหมูเฉลี่ยของจีนมีประมาณ 55 ล้านตัน
แต่ผลิตหมูได้ประมาณปีละ 54 ล้านตัน
เท่ากับว่าต้องนำเข้าหมูจากต่างประเทศประมาณปีละ 1 ล้านตัน
ขณะที่การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever) หรือ ASF ในจีนเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้กำลังการผลิตหมูของจีนหายไปจากตลาดมากกว่า 10 ล้านตัน
หรือคิดเป็น 20% ของปริมาณผลผลิตหมูทั้งปี
สูญเสียพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หมูหลายสิบล้านตัว

Fresh meat at the local market. Lijiang, Yunnan, China

ราคาพุ่งสูงเท่าตัว

อย่างที่กล่าวแล้วว่าเนื้อหมูเป็นอาหารสำคัญของคนจีน
เทียบการบริโภคแล้วสูงกว่าการบริโภคเนื้อสัตว์ประเภทอื่นหลายเท่าตัว
โดยในปี 2018 อัตราการบริโภคหมูของชาวจีนเฉลี่ย 39.9 กิโลกรัมต่อคน
ขณะที่การบริโภคไก่เฉลี่ย 8.3 กิโลกรัมต่อคน
การบริโภคเนื้อวัวเฉลี่ย 6.1 กิโลกรัมต่อคน
ที่ผ่านมาราคาจำหน่ายเนื้อหมูจะถูกกว่าเนื้อไก่และเนื้อวัวแต่หลังจากเกิดสถานการณ์โรค ASF ราคากลับสูงขึ้นมาก
ปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 25 หยวน เป็น 50 หยวนในปลายปีที่ผ่านมา
นำมาสู่มาตรการขยายช่องทางการนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 75% ในปีที่ผ่านมาเพื่อรักษาอุปทานสินค้าในประเทศและสร้างเสถียรภาพราคา
และเตรียมลดภาษีนำเข้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จาก 12% เหลือเพียง 8%

มะกันรับอานิสงส์

สหรัฐอเมริกาถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกหมูรายใหญ่เข้ามาขายในจีน
การระบาดของโรค ASF ในจีนทำให้สหรัฐได้รับอานิสงส์จากการที่จีนต้องนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐเพิ่มมากขึ้น
แต่ภายหลังเกิดสงครามการค้าผู้ซื้อจากจีนยกเลิกคำสั่งซื้อเนื้อหมูจากสหรัฐจำนวน 3,247 ตัน
เป็นการยกเลิกคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 1 ปี
ส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออกเนื้อหมูของสหรัฐที่มีมูลค่า 6,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
การยกเลิกดังกล่าวเกิดขึ้นขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นอัตรา 25% เมื่อกลางปี 2562

Trade War

อย่างไรก็ตาม การลงนามข้อตกลงการค้าฉบับแรกหลังสงครามการค้ายืดเยื้อสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมาเป็นระยะเวลาถึงหนึ่งปีครึ่ง เมื่อวันที่ 16 มกราคม 63 ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และ หลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีผู้แทนของจีน น่าจะส่งผลดีต่อวงการหมูของสหรัฐอีกครั้ง

ประเด็นสำคัญคือจีนจะซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐมูลค่ากว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร พลังงาน ฯลฯ เพื่อที่จะลดการได้ดุลการค้าจากสหรัฐลงในช่วง 2 ปีข้างหน้าซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐใช้เป็นข้ออ้างในการเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่ภาษีนำเข้าสินค้าบางชนิดที่สหรัฐได้ตั้งไว้ เช่น ภาษีนำเข้าโทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป จากประเทศจีนก็จะถูกยกเลิกในข้อตกลงการค้าฉบับนี้
ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 30 วันหลังการลงนาม
คาดว่าตัวเลขการส่งออกเนื้อหมูของสหรัฐไปจีนปีนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 13%

โอกาสใหม่ของไทยที่น่าจับตามอง

ปัจจุบันไทยยังไม่สามารถส่งออกหมูไปขายในจีนได้เช่นเดียวกับสินค้าปศุสัตว์ประเภทอื่นเนื่องจากยังไม่มีข้อตกลงระหว่างกัน
หากรัฐบาลไทยจะใช้วิกฤตครั้งนี้เจรจากับรัฐบาลจีนเพื่อหาช่องทางส่งออกหมูเข้าไปขายในจีนในอนาคตก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการเพิ่มมูลค่าส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยได้
ดังที่ .สพ.ธานินทร์ ชีวะพลาบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวทโปรดักส์ กรุ๊ป กล่าวในงานสัมมนาโอกาสในวิกฤต สินค้าปศุสัตว์ไทยไปจีนว่านี่คือโอกาสของไทยในการเปิดตลาดจีน

เพราะหมูไทยเป็นประเทศเดียวที่ยังไม่เจอปัญหาโรค ASF พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีการเลี้ยงหมูของไทยมีประสิทธิภาพสูงทำให้ได้รับความเชื่อถือจากต่างชาติที่อยากนำเข้าหมูไทยไปบริโภคภายในประเทศ

หากรัฐบาลไทยจะใช้โอกาสนี้เจรจาการส่งออกหมูไทยไปขายในจีนก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นเจรจา ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตเราจะสามารถส่งออกหมูไปขายในจีนได้เช่นเดียวกับไก่ที่รัฐบาลจีนออกหนังสือรับรองให้โรงงานไก่ของไทยสามารถส่งไก่เข้าไปขายในจีนได้.สพ.ธานินทร์ กล่าว
ถือเป็นคำแนะนำที่น่าสนใจ
ท่ามกลางวิกฤตที่หลายคนประเมินว่าจีนอาจขาดแคลนเนื้อหมูอีกอย่างน้อย 5 ปี
กลายเป็นเรื่อง หมูหมู
ที่ไม่..หมู!!!