ตามติดมาตรการล้างบาง ‘ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่’ ในจีน จริงจังแค่ไหน ได้ผลเพียงใด ปรากฏการณ์ที่โลกต้องจับตา

2251

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) เปิดเผยถึงรายงานอัปเดตล่าสุด (24 มกราคม 2563) ว่า ในตอนนี้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อ ‘ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่’ ในจีน มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 26 รายแล้ว ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นเกือบ 900 ราย อยู่ใน 29 มณฑล จากทั้งหมด 31 มณฑลของจีน และในจำนวนผู้เสียชีวิต 26 รายในจีน พบว่า 24 รายอยู่ใน มณฑลหูเป่ย ขณะที่ 1 รายอยู่ในมณฑลเหอเป่ย และอีก 1 ราย อยู่ในมณฑลเฮย์หลงเจียง


ด้าน องค์การอนามัยโลก (WHO) ยอมรับว่าจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนจะเพิ่มขึ้นต่อไป และขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินความรุนแรงของการแพร่ระบาด โดย ทาริค จาซาเรวิช โฆษก WHO ได้ออกมาแถลงและกล่าวเตือนในเรื่องของสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า

“คาดว่าจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นหลังจากผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีน เพราะมีชาวจีนจำนวนหลายร้อยล้านคนเดินทางกลับมาจากไปไหว้บรรพบุรุษและเดินทางท่องเที่ยวทั้งภายในจีน และในต่างประเทศ ปรากฏการณ์นี้ยิ่งเปิดโอกาสให้การติดเชื้อโรคปอดอักเสบครั้งนี้แพร่กระจายไปได้ทั่วโลก” 
อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงระยะเวลาตั้งแต่เริ่มมีกระแสข่าวว่าเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรง ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน หลังผ่านช่วงปีใหม่ 2563 มาได้ไม่นาน ทางการจีนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามค้นหาให้ได้ว่าสายพันธุ์ไวรัสที่ระบาดในจีนครั้งนี้ เป็นสายพันธุ์อะไร เพื่อหาทางรับมือและควบคุมสถานการณ์ระบาด ป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนเมื่อครั้งที่ โรคซาร์ส ระบาดใน 37 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชียเมื่อปี 2545 ซึ่งครั้งนั้นมีผู้ติดเชื้อกว่า 8,000 คน เสียชีวิต 774 ราย
มาตรการหลากหลายแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ล้างบาง ‘ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในจีน’ ได้รับการประกาศออกมาอยู่เรื่อยๆ โดยทางการจีนมุ่งหวังผล 100 เปอร์เซ็นต์ และมุ่งหมายที่จะ ‘ปิดจ็อบ’ วิกฤตโรคระบาดครั้งรุนแรงนี้ให้สำเร็จ
SALIKA จึงรีวิวมาตรการกำจัดไวรัสก่อโรคปอดอักเสบในจีน ซึ่งถ้าทุกมาตรการนำมาซึ่งความสำเร็จในการควบคุมและการไวรัสในครั้งนี้ได้ ความกังวลของชาวโลกก็จะลดลงและสิ้นสุดได้เช่นกัน

เจาะมาตรการเชิงรุกของจีน ประกาศสงครามกับ ‘ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่’ ในจีน แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

  • สร้างโรงพยาบาลใหม่ใน 10 วัน
เริ่มกันที่มาตรการสดๆ ร้อน เพิ่งประกาศในวันที่ 24 มกราคม 2563 ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับทุกคนที่ได้ทราบ พร้อมกับตั้งคำถามว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร?” กับการสร้างโรงพยาบาลพิเศษเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ของทางการจีน ที่จะใช้เวลาแค่ 10 วัน
รายงานข่าวจากเว็บไซต์ ซินหัว ไทย ให้รายละเอียดในเรื่องนี้เพิ่มเติมไว้ว่า “นครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน เริ่มต้นการก่อสร้างโรงพยาบาลพิเศษเพื่อการรักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV)”

สำนักข่าวซินหัว เผยแพร่ภาพกองทัพรถขุดดินหลายสิบคัน ที่กำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น กับการเตรียมพื้นที่ขนาด 25,000 ตารางเมตร สร้างโรงพยาบาลพิเศษแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบจืออินของเขตช่ายเตียน

แผนการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้อ้างอิงรูปแบบจาก ‘เสี่ยวทังซาน’ โรงพยาบาล (Beijing Xiaotangshan Hospital) โรงพยาบาลในกรุงปักกิ่ง ซึ่งใช้รักษาผู้ป่วยโรคซาร์สเมื่อปี 2003 และภารกิจนี้ ทางอู่ฮั่นตั้งเป้าก่อสร้างโรงพยาบาลพิเศษแห่งใหม่ให้เสร็จพร้อมเปิดใช้งานก่อนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เพื่อให้ทันกับการรองรับและรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ ตอบสนองภารกิจในการหยุดการระบาดของโรคปอดอักเสบ
  • ชัตดาวน์อู่ฮั่น
มาตรการต่อมาที่เพิ่งประกาศก่อนหน้าแผนสร้างโรงพยาบาลพิเศษฯ ได้ไม่นาน คือ แผนที่หลายสื่อเรียกว่า ชัตดาวน์อู่ฮั่น โดยทางการจีนประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 11 ล้านคนเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 
ทั้งยกเลิกเที่ยวบิน รถไฟ รถโดยสารทางไกล รถประจำทางและรถไฟใต้ดิน ตั้งแต่ 10.00 น. ของวันที่ 23 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น (9.00 น. ตามเวลาไทย) ห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออกจากเมืองอู่ฮั่นโดยไม่มีเหตุจำเป็น พร้อมทั้งยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ทั้งหมดจนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงโรงแรมก็จะงดจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ นอกจากนี้หอสมุดเมือง โรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ 2 แห่ง และพิพิธภัณฑ์อีก 4 แห่ง ก็จะงดให้บริการด้วย เมืองอู่ฮั่นจึงไม่มีการจัดงานฉลองตรุษจีนในปีนี้

แน่นอนว่า มาตรการนี้ส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับบ้านในช่วงตรุษจีน ทว่า หากมองในด้านการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อไวรัส มาตรการนี้ก็ถือว่าเป็น ‘คุณค่าที่คู่ควร’ และต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือของทุกฝ่าย ในช่วงที่บ้านเมืองมีสถานการณ์ไม่ปกติ

  • ยกเลิกกิจกรรมในปักกิ่งและปิดวังต้องห้าม
และไม่ใช่แค่ในเมืองอู่ฮั่นเท่านั้น ทว่า มาตรการงดจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลตรุษจีน บังคับใช้ในมหานครปักกิ่ง เมืองหลวงของจีนอีกด้วย
โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมกรุงปักกิ่ง เปิดเผยว่า ปักกิ่งได้ประกาศยกเลิกการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น งานวัด เพื่อป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยทางสำนักงานฯ ระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคมเป็นต้นไป โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการรวมตัวของฝูงชนในกรุงปักกิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสนั่นเอง
เพราะมหานครปักกิ่ง เป็นจุดหมายที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่จะเดินทางมาเยือน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน ดูได้จากสถิติเมื่อปี 2019 มีผู้เดินทางมาเยือนสวนสาธารณะ ตลอดช่วงวันหยุดตรุษจีน 11 แห่ง และพิพิธภัณฑ์สวนและภูมิสถาปัตยกรรมจีนในกรุงปักกิ่งสูงถึง 2.32 ล้านคน
และแน่นอนว่า หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ระดับชาติที่ชาวจีนอยากเดินทางมาเยี่ยมชมมากที่สุดในช่วงตรุษจีน คือ พิพิธภัณฑ์พระราชวัง หรือ พระราชวังต้องห้าม สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชื่อดัง ณ ใจกลางนครหลวงปักกิ่ง ซึ่งจีนตัดสินใจปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมเป็นต้นไป เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของโรคปอดอักเสบในจีนเช่นกัน
ขณะเดียวกัน สถานที่สาธารณะสำคัญอีกหลายแห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจีน หอสมุดแห่งชาติจีน พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติจีน และคฤหาสน์กงหวังฝู่ ต่างดำเนินมาตรการเดียวกันเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสดังกล่าว

เสริมด้วยมาตรการจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อบำบัดทุกข์ยากของประชาชนช่วงวิกฤตโรคระบาด

ไม่ใช่แค่มาตรการเชิงรุกที่ทางการจีนมุ่งเดินหน้าเท่านั้น แต่เมื่อวิกฤตนี้เป็นวิกฤตที่คนในชาติต้องเผชิญ ทุกมาตรการของทุกหน่วยงานจึงต้องปรับเพื่อส่งเสริมและเอื้อต่อการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสเต็มที่เท่าที่จะทำได้
ยกตัวอย่าง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา การไปรษณีย์จีนออกคำสั่งยกระดับการบริการจัดส่งพัสดุในนครอู่ฮั่น เพื่อให้การจัดส่งสิ่งของฉุกเฉินและของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หลังมีการประกาศมาตรการเชิงรุก “ปิดเมือง” ประกาศสงครามกับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) อย่างจริงจัง
ในคำประกาศของการไปรษณีย์จีนระบุว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรพยายามให้บริการจัดส่งพัสดุทุกประเภทอย่างเต็มที่ ทั้งขาเข้าและขาออกจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ โดยบริษัทจัดส่งพัสดุควรจัดสรรทรัพยากรผ่านการขนส่งทุกรูปแบบอย่างเหมาะสม

นอกจากนั้น การไปรษณีย์จีนยังกระตุ้นกลุ่มบริษัทจัดส่งพัสดุประสานงานกับหน่วยงานตำรวจ สาธารณสุข การขนส่ง และหน่วยงานอื่นๆ อย่างเต็มที่เพื่อควบคุมยานยนต์ที่เดินทางเข้า-ออกเมืองอู่ฮั่น รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงทีเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการบริการจัดส่งพัสดุ
ด้านการไปรษณีย์อู่ฮั่นยืนยันขันแข็งว่า จะให้ความสำคัญกับการจัดส่งสิ่งของฉุกเฉินเป็นอันดับแรก โดยปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งตามความเหมาะสม ฆ่าเชื้อโรคในพัสดุและยานยนต์ รวมถึงลดการสัมผัสโดยตรงระหว่างบุคคลในการจัดส่งพัสดุด้วย
และสืบเนื่องจากมาตรการ ชัตดาวน์อู่ฮั่น เพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างจริงจัง บรรดาหน่วยงานด้านการขนส่งของจีนก็เตรียมประกาศอนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถขอยกเลิกตั๋วการเดินทางทุกประเภท โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมได้ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามมติร่วมของกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศจีน และสำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน
โดยผู้เดินทางที่ซื้อตั๋วรถไฟจากสถานีรถไฟ แพลตฟอร์มจองตั๋วรถไฟออนไลน์ หรือช่องทางอื่นๆ สามารถยกเลิกตั๋วและขอรับเงินคืนได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม โดยนโยบายข้างต้นยังครอบคลุมการขอยกเลิกตั๋วของสายการบิน รถโดยสารทางไกล และการขนส่งทางน้ำ รวมถึงการยกเลิกประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางด้วย
และระหว่างที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดนี้ แนวคิดหนึ่งที่ทางการจีนยืนยันอย่างหนักแน่นและเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารอัปเดตที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาด คือ การนำเสนอข่าวสารและข้อมูลทุกเรื่องเกี่ยวกับวิกฤตโรคระบาดระดับชาตินี้ต้องทำแบบเรียลไทม์และนำเสนอเรื่องที่เป็นความจริง
เพราะการรายงานข่าวที่ไม่ใช่ความจริงเพื่อให้ประชาชนตื่นตระหนกนั้น ไม่ใช่แนวทางที่ควรทำ ทางการจีนจึงเลือกใช้ ไม้แข็ง เพื่อรายงานสถานการณ์ตามจริง ประชาชนจะได้ตระหนักถึงระดับความรุนแรงของการระบาดของโรคในครั้งนี้ และให้ความร่วมมือในทุกมาตรการที่ทางการกำหนด
อย่างเมื่อวันพุธที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ศูนย์ข้อมูลคณะรัฐมนตรีจีน ได้จัดการแถลงข่าวว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) เพื่อตอบคำถามที่สาธารณชนวิตกหลายประการ ซึ่งในการแถลงข่าววันนั้น ผู้เชี่ยวชาญระบุชัดเจนว่า โรคดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะกลายพันธุ์และมีความเสี่ยงที่จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
หลี่ปิน รองหัวหน้าคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) กล่าวว่า ขณะนี้จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทิศทางที่เป็นข่าวดี ซึ่งเป็นผลมาจากความเข้าใจอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโรค การพัฒนาวิธีการวินิจฉัย และการใช้สารทดสอบขั้นสูงเพื่อตรวจสอบการติดไวรัส

ในสถานการณ์เช่นนี้ SALIKA มีลิงก์แนะนำสำหรับการติดตามจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจาก Wuhan Coronavirus (2019-nCoV) ทั่วโลกแบบเรียลไทม์ https://gisanddata.maps.arcgis.com

Corona Virus realtime

สุดท้ายแล้ว สำหรับชาวไทย การติดตามสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และการพยายามดูแลสุขภาพ หมั่นสังเกตอาการของคนรอบข้าง ว่ามีอาการบ่งชี้โรคปอดอักเสบหรือเปล่า เมื่อสังเกตว่ามีอาการใกล้เคียง ให้รีบไปพบแพทย์ น่าจะเป็นแนวทางที่จะรักษาตัวให้รอดจากมหันตภัยโรคระบาดระดับโลกนี้ได้ดีที่สุด
ส่วนมาตรการประกาศสงครามล้างบางไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน ที่นำเสนอมานี้ ก็เพื่ออัปเดตสถานการณ์ที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้คนทั่วโลก ทว่า ในอีกทางหนึ่ง ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในยุคที่มนุษย์โลกกำลังเผชิญกับทั้งภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือแม้กระทั่งภัยไซเบอร์ การร่วมมือกันของทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกให้ปัญหา และเดินหน้าทำตามแผน เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะยุติทุกปัญหาได้
รวมถึง เมื่อเรามองจีนวางมาตรการเพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดในประเทศของเขาแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะมาเปรียบเทียบกับการแก้ไขสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในบ้านเรา พร้อมตั้งคำถามว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงประชาชนทุกคน มาระดมสมองแก้ไขปัญหามลพิษคุกคามสุขภาพนี้ในทางสร้างสรรค์ จริงจัง และทำเต็มที่หรือยัง อย่างน้อยก็เพื่อให้สถานการณ์ฝุ่นพิษลดความรุนแรงลง ไม่ส่งผลกระทบกับผู้คนในเมืองใหญ่เหมือนเช่นทุกวันนี้ พร้อมกับการวางมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันโรคที่กำลังระบาด เนื่องจากทั้งสองสถานการณ์ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนทั้งสิ้น

ที่มา : เรียบเรียงจาก ข่าวอัปเดตในหมวดหมู่ที่เกี่ยวกับ มาตรการรับมือไวรัสโคโรนา ตัวการก่อโรคปอดอักเสบในจีน จากเว็บไซต์ ซินหัว ไทย (Xinhua Thai) และ แนะนำเว็บติดตามสถานการณ์โคโรนาไวรัส อ้างอิงข้อมูลเรียลไทม์จาก WHO และ CDC (โดย Blognone)


ไม่ตกทุกกระแสข่าวที่กำลังเป็นที่สนใจในระดับโลก พร้อมแนะแนวทางแก้ปัญหาของแต่ละชาติให้ได้ศึกษากัน

‘โรคปอดอักเสบจากจีน’ น่ากลัวจริงไหม? ฟังคำตอบจากแพทย์ & วิธีดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคร้าย

ส่องมาตรการรับมือ ‘ปัญหาฝุ่น PM 2.5’ ที่นานาชาติใช้ วิธีไหนสู้ฝุ่นพิษได้ผลที่สุด

Pray for Australia, Pray for Camels ฤๅ “อูฐ” คือลางร้ายทะเลทราย!