ในข่าวร้ายมีข่าวดีเสมอ ชี้แนวทางเสพข่าว ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ ระบาด อย่างมีสติและความหวัง

466

ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ประชากรไทยและประชากรโลกต่างมีต่อ การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ ไวรัสอู่ฮั่น ซึ่งก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบที่ติดต่อผ่านคนสู่คนได้ และผู้ป่วยโรคนี้ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิต โดยจากรายงานล่าสุด ณ วันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 ในภูมิภาคระดับมณฑลของจีนมีผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) อยู่ที่ 4,515 ราย และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด 106 ราย


ขณะที่ในประเทศไทย กรมควบคุมโรค ได้แถลงข่าว ณ วันที่ 28 มกราคม 2563 ว่า พบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพิ่ม 6 ราย รวมเป็น 14 ราย แล้วในไทย เชื่อว่าใครก็ตามที่รู้ข่าวนี้ ย่อมรู้สึกไม่ต่างกันว่า ไวรัสอู่ฮั่น เข้าใกล้เรามากขึ้นทุกที
ทว่า ท่ามกลางกระแสข่าวร้าย หลายคนอาจไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีข้อเท็จจริงปิดท้ายข่าวด้วยว่า “ผู้ป่วย 60 ราย ได้รับการปล่อยตัวหลังได้รับการรักษาจนหายดี”
ขณะที่รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า แพทย์อู่ฮั่นชุดแรกที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลเสียเหอได้แล้ว โดยนายแพทย์ท่านหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวจากสำนักข่าวซินหัวที่ถามว่า สิ่งที่เขาจะทำต่อไปจากนี้ นั่นคือ
“ต้องทำตามขั้นตอนทางการแพทย์ก่อน หลังจากออกจากโรงพยาบาล ผมต้องพักแยกจากคนอื่น 2 สัปดาห์ ถ้าอาการดีขึ้นแล้ว ก็ไปสลับกะกับเพื่อนทีมแพทย์ เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ของพวกเขา”
และนักข่าวยังถามย้ำว่า มีความตั้งใจที่จะกลับไปตรวจผู้ป่วย และกลับไปรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนในทีมแพทย์ใช่หรือไม่?
หมอตอบในทันทีว่า ใช่แล้ว
และนี่คือรายงานข่าวอีกด้านที่เราหยิบมาบอกต่อเพื่อสื่อสารว่า ท่ามกลางกระแสข่าวอัปเดตเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจาก ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ ระบาดในจีน ซึ่งทุกสื่อได้นำเสนอพร้อมกัน อาจมีผลทำให้ใครหลายคนที่เสพข่าวนี้ เกิดความตื่นตระหนกและกังวลได้เป็นธรรมดา และอาจมองข้ามข่าวสาร ข้อเท็จจริง ที่นำเสนอมุมมองด้านความหวังในการคลี่คลายสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรงนี้ รวมถึงแนวทางในการรักษาโรคปอดอักเสบที่เกิดขึ้นในจีนไปอย่างน่าเสียดาย

อัปเดตความจริงจากคนไทยในเมืองอู่ฮั่น สถานการณ์การระบาด ไวรัสอู่ฮั่น ในพื้นที่ แท้จริงเป็นอย่างไร

เริ่มจากการรายงานสถานการณ์ที่มาจากโพสต์ใน Facebook ซึ่งทำให้เราทุกคนได้ทราบถึงสถานการณ์จริงในเมืองอู่ฮั่น โดยคนไทยที่อาศัยในเมืองนี้ “ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร” นักศึกษาไทยในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าสถานการณ์โรคระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น ห้ามผู้คนเดินทางออกนอกเมือง ระบุถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในเมืองอู่ฮั่นว่า
“จากสภาวะปัจจุบัน มีหลายอย่างที่ดีขึ้นและยังแย่อยู่ ในด้านที่ดีขึ้น คือ ระบบการประสานงานของคนไทยในอู่ฮั่นกับทางสถานทูตไทย ที่มีการรวบรวมทั้งรายชื่อที่อยู่และเบอร์ติดต่ออย่างเป็นระบบ และมีการยืนยันตัวตนเพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่น และพร้อมรับสถานการณ์หากมีการเคลื่อนย้ายกลับไทยในอนาคต
“ส่วนทางรัฐบาลจีนประสานกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อตรวจสอบผู้ที่ติดเชื้อและผู้ที่มีความเสี่ยง ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื้อในเขตมหาวิทยาลัยที่ผมอยู่”

“ทางมหาวิทยาลัยก็มีการเปิดมินิมาร์ทและโรงอาหารเล็กสำหรับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในเขตมหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันคนไม่หนาแน่น และพบว่าไม่มีการตุนของเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว อาจเพราะว่าก่อนหน้านี้มีการกักตุนไว้พอสมควรแล้ว อาหารในมินิมาร์ทมีการเติมอยู่ตลอด ซึ่งส่งผลให้ไม่รู้สึกว่ามีการขาดแคลนอาหารในปัจจุบัน”
“คนในบริเวณที่ผมอยู่ป้องกันตัวเองด้วยการใส่แมสทุกคน บางคนใส่เสื้อกันฝนทับเสื้อกันหนาวอีกที (ซึ่งไม่รู้ว่าจะใส่ไปทำไม)”
“สิ่งที่รู้สึกแย่ คือ ข่าวอัตราการติดเชื้อที่ยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งบั่นทอนความรู้สึกในหลายๆ คนทั้งคนไทยและคนจีน และยังคงมีข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ ที่สร้างข่าวปลอม ทำให้เกิดความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นแก่คนทั้งที่อู่ฮั่นและที่ไทย”
“คนไทยที่นี่ยังคงแข็งแรง เตรอฟังข่าวดีจากทางการไทย และเป็นกำลังใจให้ทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนผ่านอุปสรรคตรงนี้ไปโดยเร็วครับ”
หลังจากอ่านข่าวที่อัปเดตสถานการณ์การระบาดของ ไวรัสอู่ฮั่น ในเมืองอู่ฮั่นแล้ว เชื่อว่าใครหลายคนจะละวางจากความตระหนกและกังวลใจ มาเป็นการส่งกำลังใจให้คนไทยที่อู่ฮั่น สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยทุกคน

ทำความเข้าใจใหม่ ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว รักษาหายได้จริง

ดังที่เกริ่นในตอนต้นว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และเป็นโรคปอดอักเสบในประเทศจีนนั้น มีไม่น้อยที่เข้ารับการรักษาจนหายและกลับบ้านแล้วอย่างปลอดภัย โดยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 สำนักข่าวซินหัวของจีน ได้เผยแพร่ภาพข่าว ผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ รายแรกที่หายขาดในมณฑลเจียงซี ของจีนตะวันออกแล้ว
โดยในเนื้อข่าวระบุว่า ชายวัย 38 ปี จากเขตซิงซานขับรถเพื่อนไปที่เมืองฮงหู ในมณฑลหูเป่ย เมื่อวันที่ 3 มกราคม และกลับไปที่ซิงหวานเมื่อวันที่ 5 มกราคม หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มีอาการป่วย อาทิ มีไข้ ไอ และแน่นหน้าอก ซึ่งต่อมาเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดบวมจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และย้ายไปโรงพยาบาลที่กำหนดระดับมณฑลแห่งแรกของมหาวิทยาลัยหนานฉาง เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา และรักษาจนหายและกลับบ้านเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมาตามภาพข่าวนี้

สู่ว์ เฟย รองผู้อำนวยการแผนกเวชศาสตร์ทางเดินหายใจของโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยรายนี้ กล่าวยืนยันว่า ผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤตเมื่อถูกย้ายไปที่โรงพยาบาลเป็นครั้งแรก อาการของเขาจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังได้รับการรักษาที่เป็นไปตามมาตรฐาน
ส่วนในบริบทของประเทศไทย ที่มีการรายงานข่าวว่าตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด 14 ราย นั้น ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า
“ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ชุดแรก จำนวน 8 ราย ได้กลับประเทศจีนไปแล้ว 3 ราย กำลังรอส่งกลับอีก 2 ราย เพราะรอประสานหาเที่ยวบินกลับ ส่วนอีก 3 ราย ได้รับรายงานว่า อาการหายแล้ว ผลแล็บเบื้องต้นไม่มีเชื้อแล้ว แต่เราต้องรอการตรวจซ้ำตามขั้นตอน เพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยหายจริง ส่วนอีก 6 รายที่เพิ่งพบนั้น ตรวจพบเมื่อวานนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดมาจากเมืองอู่ฮั่น และมาจากคณะทัวร์เดียวกัน ล่าสุดถึงมือแพทย์แล้ว อาการปลอดภัย”
รมว.กระทรวงสาธารณสุข ยังย้ำว่าตามหลักมาตรฐานสากล ยิ่งเราตรวจเราจะยิ่งเจอ เพราะตามหลักความจริง เราไม่สามารถห้ามผู้ป่วยเดินทางไปไหนมาไหนได้ และขณะเดินทาง ผู้ป่วยอาจยังไม่แสดงอาการ ขณะเดียวกันเราเชื่อมั่นว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับไวรัสซาร์สและเมอร์ส

ความหวังหยุดไวรัสโคโรนายังโชติช่วง เมื่อคนสู้โดยใช้นวัตกรรม & เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือ ตรวจรักษาได้อย่างแม่นยำ

ในวันนี้ 28 มกราคม 2563 มีคลิปหนึ่งที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกโซเชียล นั่นคือคลิปตะโกนให้กำลังใจกันของชาวเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ต่างพากันตะโกนเสียงดังกึกก้อง “อู่ฮั่นสู้ๆ” เพื่อให้กำลังใจกันฝ่าวิกฤต
โดยคลิปนี้บันทึกไว้ ณ เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 แสดงให้เห็นว่าแม้ในค่ำคืนที่มืดมิดของเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หากแต่แสงไฟยังไม่มอดดับ ศรัทธาในใจของชาวอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ยังคงกล้าแกร่ง
ผู้คนที่ใช้ชีวิตท่ามกลางการเฝ้าระวังอาการของตนเองและคนรอบข้าง ต่างพากันตะโกนว่า “สู้เขา” ดังสะท้อนข้ามตึกไปมา เพื่อให้กำลังใจกันและกัน ท่ามกลางสงครามการเอาชนะโรคระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมือง ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไรนี้
ด้านบุคลากรทางการแพทย์ Key persons สำคัญ ที่จะเป็นสรรพกำลังหยุดการระบาดของไวรัสตัวร้ายในครั้งนี้ ได้มีการรวมกลุ่มของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศจีน เดินทางลงพื้นที่เสี่ยง อย่างเมืองอู่ฮั่น เพื่อร่วมกันรักษาผู้ป่วย

อย่างล่าสุด เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ 136 คน ออกเดินทางจากกรุงปักกิ่งมุ่งสู่นครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27 ม.ค.) เพื่อเสริมแนวหน้าต่อสู้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยก่อนออกเดินทาง เจ้าหน้าที่ต่างเร่งจัดเตรียมเวชภัณฑ์สำหรับขนส่งไปยังเมืองอู่ฮั่น บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง พร้อมด้วยบรรดาครอบครัวของบุคลากรที่มาร่ำลาและอวยพรให้พวกเขาเดินทางปลอดภัยและคว้าชัยกลับมา
เท่ากับว่าในตอนนี้ จีนได้ส่งบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศไปยังมณฑลหูเป่ยเกือบ 6,000 คนแล้ว เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ 4,130 คนจาก 30 ทีมเดินทางถึงนครอู่ฮั่นและได้เริ่มปฏิบัติงานแล้ว พร้อมเสริมว่าเจ้าหน้าที่อีก 1,800 คนจะเดินทางไปสมทบภายในวันอังคาร ซึ่งเซี่ยงไฮ้และกว่างตงเป็นเมืองที่ส่งเจ้าหน้าที่ชุดแรกไปยังนครอู่ฮั่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ม.ค.)
อู่ฮั่น ไวรัส
สู้ศึกไวรัส! จีนส่ง ‘นักรบชุดกาวน์’ บุกสมรภูมิ ‘อู่ฮั่น’ แล้วเกือบ 6,000 คน
มามองในมุมของนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทางฟากฝั่งของจีน ที่ผ่านมาพบว่ามีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
โดยมีการจัดตั้งทีมวิเคราะห์คลังข้อมูลขนาดใหญ่และจัดสรรแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ใช้อัลกอริทึมประเภทต่างๆ โดยแอปพลิเคชันแผนที่ ไป่ตู้ แมป (Baidu Map) จะอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวการปิดถนนและความหนาแน่นของผู้คนตามสถานที่สาธารณะ เพื่อการหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน เหม่ยถวน เตี่ยนผิง (Meituan Dianping) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันจัดส่งอาหารและแพลตฟอร์มซื้อตั๋ว ได้เริ่มให้บริการสอบถามข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับคลินิกและโรงพยาบาลแห่งต่างๆ โดยมีข้อมูลของคลินิกใน 103 เมืองทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวจีนที่เกิดมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน
www.caixinglobal.com
สำหรับฝั่งไทย ตอนนี้ต้องโฟกัสอยู่กับการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อโรคปอดอักเสบ เพื่อควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อไม่ให้เพิ่มขึ้นในประเทศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ พร้อมรับมือสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ให้ทราบผลภายใน 3 ชั่วโมง โดยหลังจากห้องปฏิบัติการได้รับตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาด้วยเทคนิค Real-Time RT-PCR (rRT- PCR) หากผลการตรวจเป็นลบ สามารถรายงานผลได้ทันที
อย่างน้อย ชาวไทยก็สามารถเชื่อมั่นได้ว่า หน่วยงานด้านเทคโนโลยีการแพทย์ของไทย ได้ให้ความสำคัญกับการปรับใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและเพื่อให้ได้ตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับการตรวจวิเคราะห์ ที่ถูกต้อง แม่นยำ เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนโรค และการรักษา สามารถควบคุมและป้องกันโรคได้อย่างทันท่วงที

ที่มา :


รู้เท่าทันทุกข่าวสารอย่างสร้างสรรค์ เรื่องการระบาดของโรคปอดอักเสบ จากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ คลิกอ่านต่อ

จากหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 สู่ ‘หน้ากากป้องกันไวรัสโคโรนา’ กับเรื่องจริงที่ต้องรู้ ‘ใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันได้แค่ไหน’

ตามติดมาตรการล้างบาง ‘ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่’ ในจีน จริงจังแค่ไหน ได้ผลเพียงใด ปรากฏการณ์ที่โลกต้องจับตา

‘โรคปอดอักเสบจากจีน’ น่ากลัวจริงไหม? ฟังคำตอบจากแพทย์ & วิธีดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคร้าย