“ภูมิรัฐศาสตร์” หลบไป “ดารารัฐศาสตร์” Flagship ใหม่ นำ “จีน” สู่ “มหาอำนาจหมายเลข 1”

2243

ห้วงทศวรรษที่ผ่านมา สื่อมวลชนไทยมีการใช้ศัพท์ใหม่ในหน้าข่าวมากขึ้น ทั้งที่คำนี้มีใช้ในต่างประเทศมานานหลายสิบปีแล้ว นั่นคือคำว่า “ภูมิรัฐศาสตร์” ครับ


“ภูมิรัฐศาสตร์” แปลมาจากคำว่า Geopolitics หมายถึง การศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบทาง “ภูมิศาสตร์” ที่มีต่อ “การเมือง” และ “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
“ภูมิรัฐศาสตร์” จึงเป็นการศึกษานโยบายต่างประเทศเพื่อทำความเข้าใจ อธิบาย และคาดการณ์พฤติกรรมการเมืองระหว่างประเทศด้วย “ภูมิศาสตร์” ครับ
Christopher Gogwilt กล่าวว่า “ภูมิรัฐศาสตร์” หมายถึง “ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อบ่งบอกความสัมพันธ์ของโครงสร้างระดับโลก”
โดยในศตวรรษที่ 19 “มหาอำนาจโลก” ในทาง “ภูมิรัฐศาสตร์” คือ “ยุโรป” ส่วนในศตวรรษที่ 20 “มหาอำนาจโลก” คือ “สหรัฐอเมริกา” และตามด้วย “จีน”
แน่นอนว่า ในศตวรรษที่ 21 “จีน” ก้าวขึ้นมาเป็น “มหาอำนาจโลก” ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงในเชิงวัฒนธรรมแทนที่ “สหรัฐอเมริกา”
ในบาง “ภูมิรัฐศาสตร์” นั้น “ภาษาจีน” หาใช่มีสถานะเพียง “ภาษาที่ 3” หากแต่ก้าวไปถึง “ภาษาที่ 2” แซงหน้า “ภาษาอังกฤษ” ของ “ยุโรป” และ “อเมริกา”
One belt one road
จีน มหาอำนาจ
โดยเฉพาะการประกาศนโยบาย The Belt and Road Initiative (BRI) หรือ The Silk Road Economic Belt and the 21st Century Maritime Silk Road
“เส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21” หรือที่รู้จักกันในนาม One Belt One Road ดังที่ผมเคยเขียนบทความ “เมื่อ One Belt One Road เจอกับ Indo Pacific”
และการวิเคราะห์ “เศรษฐศาสตร์มนุษยนิยม” เรือธงที่นำ “จีน” สู่ “มหาอำนาจหมายเลขหนึ่ง” ทั้ง 2 ชิ้นเผยแพร่ในสำนักข่าว SALIKA แห่งนี้ครับ
แต่ในอีก 10 ปีนับจากนี้ คือเริ่มตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2020 จนกระทั่งถึง ปี ค.ศ. 2030 “จีน” ได้ขยับก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นการมองพ้นออกไปจาก “ภูมิรัฐศาสตร์”
ด้วยการประกาศ Flagship หรือ “เรือธง” ใหม่ คือนโยบาย “ดารารัฐศาสตร์” เพื่อมาแทนที่ “ภูมิรัฐศาสตร์” ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่นำ “จีน” สู่ “มหาอำนาจ” หมายเลข 1
ดารารัฐศาสตร์
จีน มหาอำนาจ

หาก “ภูมิรัฐศาสตร์” หมายถึง การศึกษา “นโยบายต่างประเทศ” ที่ “ภูมิศาสตร์” มีต่อ “การเมือง” และ “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”

“ดารารัฐศาสตร์” ก็คงจะหมายถึง การศึกษา “นโยบายด้านอวกาศ” ที่ “ดาราศาสตร์” มีต่อ “การเมือง” และ “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ครับ

อันที่จริง ความหมายของ “ดารารัฐศาสตร์” นั้น ปรากฏขึ้นนานก่อนชื่อเรียกของมัน นั่นคือในยุค “สงครามเย็น” ที่เป็นการต่อสู้ระหว่าง “อเมริกา” กับ “โซเวียต”
ซึ่งมาในรูปแบบ “การแข่งขันกันสำรวจอวกาศ” หรือ “การต่อสู้” กัน “ในเชิงจิตวิทยา” ใน “ยุคสงครามเย็น” และเป็นไปเพื่อแสดงแสนยานุภาพของ “มหาอำนาจ”
ระหว่าง “ตัวแทนค่ายเสรีนิยม” คือ “สหรัฐอเมริกา” และ “ตัวแทนค่ายคอมมิวนิสต์” คือ “สหภาพโซเวียต” ซึ่งในขณะนั้น “จีน” ยังอยู่ในช่วงสร้างชาติ
ดังที่ผมเคยเขียนบทความ “STAR WARS 5.0 “สมรภูมิไอเดีย” ของ “เศรษฐีใหม่” เอาไว้ที่สำนักข่าว SALIKA ของเราแห่งนี้เช่นกันครับ เมื่อปลายปี ค.ศ. 2018
ถ้ายังจำข่าวใหญ่ในแวดวงอวกาศสากล คือ “จีน” ได้เดินหน้าโครงการ Chinese Lunar Exploration Program ภายใต้รหัส Chang’e 4 หรือ “ฉางเอ๋อ 4”
จีน มหาอำนาจ
Photo taken by the rover Yutu 2 (Jade Rabbit-2) on Jan. 11, 2019 shows the lander of the Chang’e 4 probe. [Photo/Xinhua/China National Space Administration]
“ฉางเอ๋อ 4” คือชื่อยานอวกาศของ “จีน” ที่ลงจอดบน South Pole-Aitken Basin หรือ “แอตเคนใต้” ซึ่งถือเป็นแอ่งใหญ่ที่ลึกและเก่าแก่ที่สุดบนพื้นผิวดวงจันทร์
เพื่อสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ตรวจหาแร่ธาตุ และจัดทำแผนภูมิดวงจันทร์ รวมถึงการทดลองทางชีวภาพ เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต
นั่นเป็นเพียง “โครงการนำร่อง” เท่านั้น เพราะล่าสุด จีนได้ประกาศนโยบายการ “ปล่อยจรวด” และ “ส่งดาวเทียม” รวมถึง “ยานอวกาศ” 40 ครั้งในปี ค.ศ. 2020
หลังประกาศความสำเร็จของ Chinese Lunar Exploration Program หรือการจบภารกิจโครงการสำรวจดวงจันทร์ “จีน” ก็เดินหน้าภารกิจสำรวจ “ดาวอังคาร” ต่อ!
โดยจะยิงจรวดขนส่งรุ่น Changzheng 5B, Changzheng 7 และ Changzheng 8 และดาวเทียมเชิงพาณิชย์อีกหลายดวง อาทิ Asia-Pacific 6D
ตามมาด้วย การวางเป้าหมายก้าวขึ้นสู่สถานะผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศโลก ภายในปี ค.ศ. 2045 ครอบคลุมทุกภารกิจของ NASA โดยใช้ “หุ่นยนต์” และ “A.I.”
นำโดย China Aerospace Science and Technology Corporation หรือ CAST บริษัทผู้ทำหน้าที่วางแผนและดำเนิน “โครงการอวกาศ” รายใหญ่ของ “จีน”
เพื่อการกำหนด “ภูมิรัฐศาสตร์” ใหม่ สำหรับการ “จัดสรรผลประโยชน์” ใหม่ “บนอวกาศ” เหนือกว่าแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับ “ภูมิรัฐศาสตร์” ทั้งหมดที่เคยมีมา
ทั้งหมดนี้ หาใช่เพียงการแสดงศักยภาพด้านวิทยาการอวกาศของ “จีน” เท่านั้น ถือเป็นการประกาศ Flagship ใหม่ เป็นการโชว์แสนยานุภาพด้าน “ดารารัฐศาสตร์”
ที่เผยให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนของสถานะชาติมหาอำนาจใหม่ นั่นคือนโยบาย “ดารารัฐศาสตร์” แทน “ภูมิรัฐศาสตร์” นำ “จีน” สู่ “มหาอำนาจ” หมายเลข 1 ครับ!