คนหนุ่มสาวยุคนี้จะยากจนกว่าพ่อแม่ ชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคตก็จะแย่ลงจริงหรือ?

755

การที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือสถาบันทางสังคม หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยเชิงประสบการณ์ เพื่อประกันความมั่นใจว่านโยบายที่ปูไว้เพื่ออนาคตนั้น…มาถูกทาง โดยเฉพาะหากพูดถึงอนาคตในด้าน ‘ชีวิตความเป็นอยู่’ ของคนหนุ่มสาวยุคนี้


เยาวชนในอนาคตจะมีฐานะความเป็นอยู่อย่างไร?

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีครั้งใหญ่และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก การตอบโจทย์แบบนี้จำเป็นที่ต้องมีการศึกษาวิจัย ไม่ใช่การคาดเดา
จากการศึกษาของ McKinsey น่าสนใจว่าแรงงานในเยอรมนี ที่เป็นเยาวชนรุ่นปัจจุบันจะยากจนกว่ารุ่นพ่อแม่ โดยเวลาที่ “ลูกหลานของเราควรจะมีชีวิตที่ดีขึ้น” ได้ผ่านไปแล้ว แทนที่ด้วยการใช้ชีวิตในยุคที่ “ลูกหลานของเราจะมีความปลอดภัย” และ “คนรุ่นใหม่จะมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากมากกว่าเดิม” แม้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน

McKinsey มีฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้แล้วว่า เยาวชนปัจจุบันจะอยู่แย่กว่าพ่อแม่ หรือมีรายได้ลดลงในประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนา โดย McKinsey ศึกษาการพัฒนาเศรษฐกิจใน 25 ประเทศอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปี 2005 ถึงปี 2014

ผลที่ได้คือ สองในสามของครัวเรือนทั้งหมดที่มีสัดส่วนรายได้ที่แท้จริงสำหรับช่วงเวลานี้จะเปลี่ยนแปลงหรือลดลง และการลดลงด้านชีวิตความเป็นอยู่ ไม่เพียงแค่กลุ่มชายขอบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มศูนย์กลางของสังคมด้วย

การปรับระบบภาษีและการจ่ายเงินโอนโดยตรงช่วยลดความยากลำบากลงบ้าง แต่ 25 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนนั้น ชีวิตความเป็นอยู่ขึ้นอยู่กับขั้นบันไดของสวัสดิการทางสังคม
McKinsey ยังใช้ข้อมูลเปรียบเทียบในช่วงสิบสองปีที่ผ่านมาจาก 1993 ถึง 2005 ในช่วงเวลานี้การเติบโตของรายได้คิดเป็น 98 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนทั้งหมดใน 25 ประเทศอุตสาหกรรม
การศึกษายังแสดงผลที่น่าแปลกใจว่าในแต่ละประเทศแนวโน้มหลักที่เห็นได้ชัดคือ สำหรับประชากรปกติจะมีความเป็นอยู่แย่ลง มีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถรักษาหรือปรับปรุงความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้ และสำหรับการพัฒนาในด้านนี้ ไม่มีเหตุผลที่จะตำหนิความผิดพลาดทางการเมืองของรัฐบาลในแต่ละประเทศ

ตลาดแรงงานและรายได้ครัวเรือนแย่ลงเพราะอะไร?

เนื่องจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 กำลังส่งผลกระทบ ในหลายประเทศสิ่งนี้นำไปสู่การลดฐานะความเป็นอยู่อย่างมากจนถึงสิ้นปี 2014 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่างๆ เช่น สังคมผู้สูงอายุ และแนวโน้มสากลที่มี ครัวเรือนขนาดเล็ก มากขึ้น ทั้งสองประเด็นมีผลกระทบทางลบต่อรายได้ของครัวเรือน แต่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่มีอิทธิพลทางธุรกิจและการเมืองโดยตรงต่อสภาวะตลาดแรงงาน
ประเทศส่วนใหญ่ก็กำลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อรายได้ของพนักงาน เช่นใน เยอรมนี มีการพูดถึงการจ้างงานแบบ สัญญาชั่วคราว มากขึ้น และการศึกษาเป็นตัวระบุคุณลักษณะของพนักงานชาวเยอรมัน โดยพนักงานชั่วคราวต้องทำงานตามที่นายจ้างเรียกไป ซึ่งเป็นแรงงานที่มาจากการช่วยเหลือทางสังคม และยังต้องทำงานหลักนอกเวลาด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับการขายแรงงานโดยทำงาน 15 ชั่วโมง พวกเขาจะต้องให้บริการในช่วงเวลาทำงานทั้งหมด ดังนั้น จึงไม่มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มรายได้ของตนเองด้วยกิจกรรมอื่นๆ

ครัวเรือนส่วนใหญ่ในประเทศที่สำรวจ ไม่ได้มีโอกาสที่ดีขึ้นในด้านชีวิตความเป็นอยู่ พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อรักษาตำแหน่งของตนเองทั่วโลก
ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ เยาวชนและผู้ที่มีการศึกษาในระดับต่ำ เห็นได้ชัดในเยาวชนรุ่นนี้เมื่อเติบโตไป ความเป็นอยู่จะยิ่งแย่กว่ารุ่นพ่อรุ่นแม่ของตนเอง สถานการณ์รายได้ของเยาวชนก็จะเลวลงเรื่อยๆ
แนวโน้มในอนาคต หากการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอในประเทศอุตสาหกรรมยังคงดำเนินต่อไป สัดส่วนของครัวเรือนที่ยากจนจะเพิ่มขึ้นเป็น 70–80 เปอร์เซ็นต์

สวีเดน ในมุมที่ต่างออกไป

ผลทางการเมืองไม่ได้เป็นหัวข้อของการวิจัย แต่เป็นที่ชัดเจนว่า นี่เป็นความยากจนอย่างยากลำบากของประชากรซึ่งผู้คนในแต่ละประเทศ ได้ปฏิเสธผู้อพยพและเน้นขบวนการประท้วงแบบประชานิยม ซึ่งนักวิจัยพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ สวีเดน
ด้วยความเหมาะสมของการสนับสนุนโดยตรงด้านทักษะอาชีพและการปรับระบบภาษี สวีเดนจึงสามารถจำกัดสัดส่วนของครัวเรือนที่ล้มเหลวได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 66 เปอร์เซ็นต์

งานวิจัยของ McKinsey ยังพอสร้างความหวังให้แก่รัฐบาลของประเทศพัฒนาว่า ยังพอมีโอกาสในการแก้ปัญหาความยากจนในอนาคตเพราะมีฐานข้อมูลและพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

แน่นอนว่างานวิจัยแบบนี้ควรที่จะนำมาศึกษาและหาคำตอบที่มีความเฉพาะเจาะจงของบ้านเรา เพื่อที่จะนำมาแก้ปัญหานี้ และถึงวันนี้ คงไม่สามารถปฎิเสธได้ว่าการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม มีความสำคัญกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น หากไม่มีการคาดคะเนล่วงหน้าและเกิดการรวมตัวกันของสมการที่ไม่เหมาะสม เราและลูกหลานต้องลดฐานะความเป็นอยู่ในอนาคตมากกว่าที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่คนจนในประเทศจะเพิ่มสัดส่วนมากยิ่งขึ้น

 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย