CP บริจาคเงินให้จีน เพื่อต่อสู้กับไวรัสโคโรน่า แล้ว CP ทำอะไรให้ประเทศไทยบ้าง?

2442

เมื่อเห็นใครทำความดี สมควรต้องอนุโมทนา แต่สังคมทุกวันนี้กลับตาลปัตร ใครทำความดี กลับถูกมองในแง่ร้าย จึงต้องระวังตัวกับการสร้างความดี หากใครทนได้ก็เข้าข่าย “ทองแท้ไม่แพ้ไฟ”


การตั้งมั่นในคุณความดี อดทนต่อการพิสูจน์ความจริงไปเรื่อยๆ แต่เมื่อโดนหนักๆ ก็มักจะเลือก “นิ่งเสียตำลึงทอง” อยู่เฉยๆ ดีกว่า ไม่ต้องโดนด่า ไม่ต้องเสียความรู้สึก แต่ต่อไปในภายหน้า หากมีภัยเกิดขึ้นมา ใครจะกล้ายื่นมือเข้ามาช่วย

กรณีล่าสุด หนังสือพิมพ์จีนลงข่าวขอบคุณภาคเอกชนไทย สำหรับการที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ได้บริจาคเงิน 222 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการป้องกันและต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่เป็นโรคระบาดฉุกเฉินในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย

พอข่าวนี้มาถึงเมืองไทย แม้คนส่วนใหญ่ชื่นชมที่ซีพีร่วมต่อสู้กับโรคระบาด แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับตั้งคำถามว่า ทำไมต้องไปช่วยเหลือประเทศจีน แล้วประเทศไทยล่ะ ซีพีเคยทำอะไรให้บ้าง?
แม้จะเป็นคำถามที่ทำลายน้ำใจฝ่ายทำความดี แต่คำถามเหล่านี้ก็กระตุกต่อมอยากรู้ เพื่อไปขุดดูความจริงให้ปรากฏแน่ชัด และถือเป็นการให้ความเป็นธรรมกับซีพีแบบไม่ต้องมีอคติ โดยรวบรวมข้อมูลจากข่าวเก่าๆ รวมถึงต้องไปเปิด รายงานความยั่งยืนประจำปีของซีพี ว่าบ่งชี้อะไรบ้าง
เริ่มจากข้อมูลพื้นฐาน ซีพีจ่ายภาษีให้กับประเทศไทยเพื่อนำไปพัฒนาบ้านเมืองปีละเท่าไร?
  • เมื่อดูข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี พบว่า ซีพีจ่ายภาษีปีละประมาณ 16,000 ล้านบาท นอกจากเงินภาษีแล้ว ในแต่ละปียังเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคมอีกไม่น้อย
โดยในปี 2561 ซีพีบริจาคเงินในประเทศไทยทั้งสิ้น 3,900 ล้านบาท ปี 2562 อีกประมาณ 4,000 ล้านบาท สำหรับการช่วยเหลือภาคส่วนต่างๆ รวมถึงผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ประสบภัยพิบัติ ตลอดจนสนับสนุนโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ
  • ในมิติของการสร้างงานสร้างอาชีพนั้น ซีพีกระจายรายได้ไปสู่มนุษย์เงินเดือนกว่า 2 แสนครอบครัวที่ทำงานกับบริษัทในเครือฯ ทั้งหมด เฉลี่ยปีละ 93,000 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายที่เป็นการกระจายรายได้ในการจ้าง Outsource หรือส่งให้ Suppliers ในประเทศรวมถึง SMEs ทำ อีกกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีเงินที่ต้องลงทุนไปกับงานวิจัยและพัฒนาอีกกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี ตัวเลขทั้งหมดในส่วนนี้ทำให้เห็นว่า เอกชนขนาดใหญ่อย่างซีพี มีส่วนกระจายรายได้ในประเทศไม่น้อยเลยทีเดียว

  • การสนับสนุนด้านสุขภาพและการแพทย์ เมื่อย้อนดูข่าวพบว่า ซีพีเคยบริจาคเงินกว่า 200 ล้านบาทให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รวมถึงสนับสนุนด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่องในหลายโรงพยาบาล
เมื่อไม่นานมานี้ ซีพี ออลล์ ก็สมทบทุนอีก 134 ล้านบาท ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ และหากนับรวมกับเงินบริจาคก้าวคนละก้าวในปี 2562 อีก 80 ล้านบาท เท่ากับปีหนึ่งหนึ่ง ซีพีมีเงินเข้าสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 200 ล้านบาทเลยทีเดียว
  • สำหรับมิติของความช่วยเหลือต้านภัยพิบัติในประเทศไทย อย่างในคราวน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซีพีมียอดบริจาคสูงถึง 100 ล้านบาท โดยภาพหนึ่งที่ติดตาก็คือ ซีพีได้นำไข่ไก่ น้ำดื่ม อาหาร และถุงยังชีพ ลงไปให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นรายแรกๆ
เหตุการณ์น้ำท่วมจึงถือเป็นเหตุการณ์ที่เอกชนมีบทบาทสำคัญในการแบ่งเบาภาระของภาครัฐ และนอกเหนือจากการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง หรือในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรงภาคเหนือเมื่อปีที่ผ่านมา ซีพีก็บริจาคเป็นเงิน 20 ล้านบาท บริจาคน้ำท่วมภาคใต้อีก 20 ล้านบาท ฯลฯ

เมื่อรวมๆ ตัวเลขก็ถือว่าไม่น้อย และคงเพียงพอที่จะตอบดราม่าในโลกโซเชียลอย่างไม่มีอคติได้ว่า ซีพีทำอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง อย่างน้อยก็เป็นการให้ความเป็นธรรมกับซีพี เพื่อการทำความดีต่อไป

แม้การบริจาคใดๆ ไม่จำเป็นต้องได้รับเสียงชื่นชม แต่สังคมก็ต้องไม่ทำให้คนทำดีหนีหน้าหรือไม่กล้าออกตัว เพราะหากทุกคนนิ่งเฉย หรือมองว่าธุระไม่ใช่ ภัยพิบัติในจีนครั้งนี้อาจแพร่กระจายเหมือนในหนังเกาหลีเรื่อง The Flu ที่จำลองเหตุการณ์โรคระบาดให้เห็นได้อย่างน่ากลัวที่สุด

เรื่อง : Green Tea


บทความอื่นๆ โดยผู้เขียนคนเดียวกัน

บทวิเคราะห์ Tesco Lotus กับประเด็นอำนาจเหนือตลาดของ 3 เจ้าสัว

มั่นใจ! ศาลปกครอง ถือผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นทางออกของสนามบินอู่ตะเภา

เกาะประเด็น ‘ธนโฮลดิ้ง’ กรณีเมืองการบิน ศาลปกครองสูงสุดเคาะ ให้ร่วมประมูลได้!