อู่ฮั่น ทุกข์ของจีนที่โลกต้องช่วยกันเยียวยา และการฝ่าโรคระบาดที่ผ่านมาของมนุษยชาติ

861

ทุกข์ของเพื่อนร่วมโลกที่เกิดจาก โรคระบาด (Epidemic) เป็นความเศร้าสะเทือนใจที่หนักหนาสาหัส ไม่ว่าจะเกิดกับใคร กลุ่มใด ชนชาติใด เพศ สีผิว หรือชนชั้นใด หากเจอเข้าก็ย่อมทุกข์สาหัสสากรรจ์ยิ่ง! การเผชิญกับการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ของชาวอู่ฮั่นและชาวจีนจึงเป็นทุกข์ เป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเห็นใจยิ่ง!


สถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัสใน อู่ฮั่น ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจีนจึงต้องประกาศปิดเมือง ปิดประเทศ จัดการอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคร้ายที่ส่งผลร้ายกับจีนเองและสังคมโลกมากไปกว่านี้ โดยเป็นการระดมความร่วมมือครั้งใหญ่ ทั้งกำลังสติปัญญา กำลังคน กำลังทรัพย์ ไปจนถึงกำลังใจ
คราใดที่ดูคลิปชาวอู่ฮั่นที่กักตัวเองอยู่ในบ้านตะโกนให้กำลังใจกัน ก็รู้สึกสะเทือนใจทุกครั้ง คิดว่าถ้าบ้านเมืองเราเผชิญกับเหตุเลวร้ายเช่นเขาจะมีสภาพเช่นไร?
โรคระบาด เป็นโศกนาฏกรรมที่ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ชีวิตไปจนถึงเศรษฐกิจและการเติบโตของบ้านเมือง สังคมโลกได้เผชิญกับเรื่องเลวร้ายเช่นนี้มาเป็นช่วงๆ ย้อนไปตั้งแต่ยุคโบราณเลยทีเดียว

จาก ‘อู่ฮั่น’ ย้อนดูสถานการณ์ ‘โรคระบาด’ ที่มนุษยชาติผ่านพ้นมา

นับแต่มีบันทึกการระบาดของฝีดาษหรือ ‘ไข้ทรพิษ’ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทำให้รู้ว่า โรคฝีดาษระบาดเมื่อปี ค.ศ. 165 ในอาณาจักรโรมัน ทำให้ผู้คนล้มตายกว่าวันละ 2,000 คน เสียชีวิตรวมทั้งสิ้นกว่า 5 ล้านคน และทำความเสียหายใหญ่หลวงกับเส้นทางการค้าอินโด-โรมัน ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและคมนาคมที่สำคัญในแถบมหาสมุทรอินเดียอย่างย่อยยับ 
ที่สาหัสกว่าในเวลาต่อมาคือการระบาดของ ‘กาฬโรค’ ที่ปะทุขึ้นถึง 3 ครั้ง ก่อนที่จะมีการค้นพบวัคซีนและร่วมมือกันทั้งโลกกำจัด!
การระบาดของกาฬโรคสร้างความเสียหายรุนแรงมหาศาลในทุกครั้ง และมีเส้นทางแพร่ระบาดครอบคลุมเกือบทั้งโลก ที่หนักสุดเมื่อปี ค.ศ. 1346-1353 ระบาดอยู่ 8 ปี คร่าชีวิตคนไปเกือบ 200 ล้านคน เริ่มจากพื้นที่แถบตอนกลางของเอเชีย ส่งผ่านคาราวานการค้าเข้าสู่อิตาลี ระบาดปกคลุมทั่วยุโรปและเอเชีย
ต่อมา ในครั้งที่ 2 เกิดขึ้นที่ลอนดอนช่วงปี ค.ศ. 1665 คร่าชีวิตชาวลอนดอนไปราว 20% สุดท้ายเกิดที่จีนเมื่อปี 1885 มีคนเสียชีวิตมากถึง 15 ล้านคน!
นี่คือปรากฏการณ์จากโลกยุคเก่า ที่กระตุ้นให้เกิดการต่อสู้ตื่นตัวป้องกันพิบัติภัยจากโรคระบาด!
เมื่อโลกเปลี่ยนผ่านยุควิทยาการก้าวหน้าเข้าสู่โลกยุคใหม่ การแพร่ระบาดของโรคร้ายก็เกิดอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะ ‘อหิวาตกโรค’ แต่เมื่อวิทยาศาสตร์และการแพทย์เจริญขึ้น ก็ค้นพบวัคซีนจนสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของอหิวาต์ได้ในระดับที่ปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบัน
กลุ่มโรคยุคใหม่ที่มีพัฒนาการจนน่าวิตกในทุกวันนี้คือ กลุ่มการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ ที่มีพัฒนาการแพร่กระจายตามการเติบโตก้าวหน้าของสังคมปัจจุบัน นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของ ไข้หวัดใหญ่รัสเซีย ที่มีถิ่นกำเนิดจากไซบีเรียในปี 1889 เกือบ 400,000 คนเสียชีวิตลง ต่อมาก็เกิดการแพร่ระบาดของ ไข้หวัดใหญ่สเปน ปี 1918 ที่แพร่กระจายจนทำให้มีคนเสียชีวิตสูงถึงราว 50 ล้านคน ตามาด้วย ไข้หวัดใหญ่เอเชีย ระบาดในปี 1957 ที่ฮ่องกงและแพร่ระบาดเข้าจีน จากนั้นก็กระจายไปในประเทศใกล้เคียง เสียชีวิตนับล้านคนกว่าจะสกัดอยู่

อู่ฮั่น โรคระบาด

อู่ฮั่น โรคระบาด

โรคระบาดที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง สร้างความสูญเสียมากมหาศาลในทุกมิติ กระทบกระเทือนกับสังคม เศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญทีเดียว สำหรับโรคระบาดจากอู่ฮั่นวันนี้ คร่าชีวิตคนไปเกินกว่าร้อยคนแล้ว ยังมีผู้ติดเชื้ออยู่อีกกว่า 9,700 คนในประเทศจีน และมีการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้ออีกกว่า 65 รายใน 15 ประเทศ แม้จะมีรายงานการตื่นตัวรับมือทั่วโลก และมีข่าวการจัดการที่เข้มแข็งเข้มข้นในจีนเองที่กำลังเผชิญปัญหานี้ แต่การจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นก็ต้องอาศัยเวลาไม่น้อยกว่าครึ่งปีที่จะทำให้โลกกลับสู่สภาพปกติได้

นี่คือค่าใช้จ่ายและความสูญเสียมหาศาล ที่ส่งผลกระทบต่อโลกทั้งใบ ไม่ใช่เฉพาะกับชาวจีนและประเทศจีนเท่านั้น!

ผู้คนที่อู่ฮั่นและที่จีนเมื่อเผชิญปัญหานี้จึงเป็นความทุกข์ที่สาหัส แต่การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงสร้างความทุกข์ให้กับชาวอู่ฮั่นและชาวจีนเท่านั้น แต่มันเป็นบาดแผลของชาวโลกที่ต้องร่วมช่วยกันเยียวยาด้วย!

ภารกิจของคนที่อยู่ไกล คือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รับรู้และเรียนรู้ข้อเท็จจริง ให้กำลังใจ ให้ความร่วมมือช่วยเยียวยา สร้างกำลังใจให้กับผู้คนและบ้านเมืองที่เผชิญชะตากรรมอันแสนสาหัสนี้ทุกวิถีทาง เพื่อให้ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ ลดความสูญเสียที่พึงมีหรือพึงจะขยายไปเกินเหตุ พร้อมกับดูแลเฝ้าระวังตัวเองให้ดี นี่คือความตระหนักสำนึกที่ควรทำ คววร่วมมือกับสังคม เพื่อช่วยให้การเผชิญความเลวร้ายผ่านไปเร็วที่สุด สูญเสียน้อยที่สุด ส่งผลกระทบต่ำที่สุด
นี่คือความปรารถนาที่สังคมโดยรวมต้องการอย่างยิ่ง
อู่ฮั่น โรคระบาด
ความคืบหน้าอันรวดเร็วของการก่อสร้างโรงพยาบาลเหลยเสินซาน (Leishenshan Hospital) ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ การก่อสร้างโรงพยาบาลเหลยเสินซานเสร็จสิ้นราวร้อยละ 40 ในวันพฤหัสบดี (30 ม.ค.) และคาดว่าจะพร้อมเปิดใช้งานในวันที่ 5 ก.พ. นี้
เจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานนานาชาติอู่ฮั่น เทียนเหอ ทางตอนกลางของจีน ต้อนรับเครื่องบินขนส่งสินค้า 3 ลำ ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ หน้ากากอนามัย หมวกคลุมผมอนามัย ถุงมือยาง ชุดป้องกัน ยาฆ่าเชื้อโรค ยารักษาโรค และอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์อื่นๆ รวมกว่า 60 ตัน เมื่อวันอังคาร (28 ม.ค.)

น่าเสียดาย การเมืองบางกลุ่มและความเคลื่อนไหวในสังคมบางกลุ่ม ขาดสำนึกตระหนักต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น! กลุ่มคนเหล่านี้ใช้ทุกเรื่อง-ทุกเหตุการณ์หาประโยชน์ สร้างกระแสอย่างขาดความรับผิดชอบ ใช้สื่อออนไลน์สร้างข่าวให้ร้ายทำลายทั้งบ้านเมืองตัวเอง ทำร้ายสังคมทุกฝ่ายเพียงเพื่อความสะใจ และสร้างตัวตนให้ผุดเกิดในกระแสที่โลกกำลังเศร้าสะเทือนใจ! เป็นภาพที่สะท้อนความไร้สำนึก-ไร้ความรับผิดชอบของนักฉวยโอกาสที่ไม่รู้จักกาลเทศะ!

ทุกข์ของมนุษยชาติไม่ใช่เครื่องเล่น – ไม่ใช่เรื่องที่จะฉกฉวยหยิบยกมาหาประโยชน์แบบพล่อยๆ ปัญหาของบ้านเมืองที่ผ่านมาไม่เจริญก้าวหน้าอย่างที่ควร ก็เพราะมีพวกที่ขาดสำนึกเหล่านี้นี่แหละ!!!

 

 

 

เรื่อง : Apichartology


ให้สถานการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียน

ตลาดหัวหนาน…จุดกำเนิดไวรัสมฤตยูอู่ฮั่น

ตามติดมาตรการล้างบาง ‘ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่’ ในจีน จริงจังแค่ไหน ได้ผลเพียงใด ปรากฏการณ์ที่โลกต้องจับตา

ในข่าวร้ายมีข่าวดีเสมอ ชี้แนวทางเสพข่าว ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ ระบาด อย่างมีสติและความหวัง


ขอบคุณภาพประกอบจาก www.xinhuathai.com