ลืม “สมอง 2 ซีก” ไปได้เลย! เพราะ Herrmann Model เปิด “สมอง 4 ซีก” ให้คุณแล้ว!

2072

เป็นเวลากว่า 50 ปี มาแล้ว หลังจากที่ ศาสตราจารย์ ดร. Roger Wolcott Sperry ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ นำเสนอ “ทฤษฎีสมอง 2 ซีก” ครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1959


นับจากนั้น โลกของเราก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างมากมายจากทฤษฎีของท่าน มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ในหลากหลายวงการ โดยเฉพาะแวดวงการศึกษา
ศาสตราจารย์ ดร. Roger Wolcott Sperry เจ้าของรางวัล Nobel Prize สาขาการแพทย์ ในปี ค.ศ. 1981 จากการตีแผ่การทำงานของ “สมองซีกซ้าย” และ “สมองซีกขวา” หรือ Split Brains

ศาสตราจารย์ ดร. Roger Wolcott Sperry บอกว่า “สมองซีกซ้าย” จะทำหน้าที่ด้านการใช้เหตุผล คณิตศาสตร์ และภาษา ขณะที่ “สมองซีกขวา” จะทำหน้าที่ด้านศิลปะ จินตนาการ และมนุษยสัมพันธ์
50 ปีผ่านไป มาในวันนี้มีทฤษฎีใหม่ที่นำเสนอ “หน้าที่ของสมอง” ซึ่ง “ต่อยอด” จากการนำเสนอของ ศาสตราจารย์ ดร. Roger Wolcott Sperry คือ “ทฤษฎีสมอง 2 ซีก” มาสู่ “ทฤษฎีสมอง 4 ซีก”
เจ้าของ “ทฤษฎีสมอง 4 ซีก” หรือ The Whole-Brain Methods มีชื่อว่า Ned Herrmann ซึ่งบางครั้ง The Whole-Brain Methods ถูกเรียกว่า The Herrmann Model
นอกจากที่ Ned Herrmann จะ “ต่อยอด” ทฤษฎี Split Brains ของ ศาสตราจารย์ ดร. Roger Wolcott Sperry คือ “สมองซีกซ้าย” และ “สมองซีกขวา” แล้ว
เขายังแบ่ง “สมองซีกซ้าย” และ “สมองซีกขวา” ออกเป็น “สมองซีกซ้ายบน” กับ “สมองซีกซ้ายล่าง” และ “สมองซีกขวาบน” กับ “สมองซีกขวาล่าง” ดังภาพประกอบนี้ครับ

จากรูป จะเห็นได้ว่า Ned Herrmann แบ่งสมองออกเป็น “4 สี” หรือ “4 ซีก” อันประกอบไปด้วย

A (Upper Left) “สมองซีกซ้ายบน”

“สมองซีกซ้ายบน” มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมีเหตุมีผล (Logical Thinking) การคิด-วิเคราะห์-แยกแยะ “ข้อเท็จจริง” (Analytical of Facts) และทักษะด้านการคำนวณ (Processing Numbers)
บุคคลผู้ที่ถูกจัดสมองอยู่ในส่วน A (Upper Left) หรือ “สมองซีกซ้ายบน” มักเป็นผู้ที่สนใจใคร่รู้ ว่าสิ่งของต่างๆ นั้น มีกระบวนการทำงานได้อย่างไร หรือมีขั้นตอนตามลำดับในเชิงเหตุผลอย่างไร

ดังนั้น มนุษย์ A (Upper Left) หรือ “สมองซีกซ้ายบน” จึงเป็นคนที่ “มุ่งงานสูง” คลั่งไคล้ “ข้อมูล” เชิงปริมาณที่เป็นรูปธรรม
แต่หากเป็น “ผู้นำ” แบบ A (Upper Left) หรือ “สมองซีกซ้ายบน” มีแนวโน้มที่จะเข้าข่าย “ผู้นำเชิงเผด็จการ” หรือ Authoritative และมักจะมองว่าความคิดเห็นและความรู้สึกไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่ากับข้อเท็จจริง

B (Lower Left) “สมองซีกซ้ายล่าง”

“สมองซีกซ้ายล่าง” มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการวางแผน (Planning) การจัดระเบียบข้อเท็จจริง (Organizing Facts) และการลงรายละเอียด (Deep in Detail)
บุคคลผู้ที่ถูกจัดสมองอยู่ในส่วน B (Lower Left) “สมองซีกซ้ายล่าง” มักเป็นผู้ที่มีความเป็นระเบียบ เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ประณีตบรรจง และสามารถให้ความไว้วางใจได้

ดังนั้น มนุษย์ B (Lower Left) “สมองซีกซ้ายล่าง” จึงเป็นคนที่ชอบวางแผน กำหนดขั้นตอนการทำงาน ต้องมีกรอบเวลาการทำงานที่แน่นอน และชอบหลีกเลี่ยงถ้าต้องตัดสินใจเรื่องที่เสี่ยง
แต่หากเป็น “ผู้นำ” แบบ B (Lower Left) “สมองซีกซ้ายล่าง” มีแนวโน้มที่จะเข้าข่าย “ผู้นำเชิงอนุรักษนิยม” ยึดมั่นและยืนกระต่ายขาเดียว ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์ ขนบธรรมเนียม ประเพณีอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าสภาวะแวดล้อมจะเป็นเช่นไรก็ตาม

C (Upper Right) “สมองซีกขวาบน”

“สมองซีกขวาบน” มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal Relationships) การคิดเชิงหยั่งรู้ (Intuitive) และกระบวนการเกี่ยวกับอารมณ์ (Emotional)
บุคคลผู้ที่ถูกจัดสมองอยู่ในส่วน C (Upper Right) “สมองซีกขวาบน” มักเป็นผู้ที่ไวในการรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น เป็นคนสนุกสนาน โดยเฉพาะยามมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน

ดังนั้น มนุษย์ C (Upper Right) “สมองซีกขวาบน” จึงเป็นคนที่ชอบการแสดงออก ชอบแสดงอารมณ์ รวมถึงชอบออกสังคม และชอบการช่วยเหลือผู้อื่น
แต่หากเป็น “ผู้นำ” แบบ C (Upper Right) “สมองซีกขวาบน” มีแนวโน้มที่จะเข้าข่าย “ผู้นำมิตรภาพ” หรือผู้นำที่ให้ความใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้ร่วมงานมากกว่ากระบวนการทำงาน “ผู้นำมิตรภาพ” จึงมักให้ความสำคัญต่อการสอน หรืองานพัฒนาและฝึกอบรมแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาครับ

D (Lower Right) “สมองซีกขวาล่าง”

“สมองซีกขวาล่าง” มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเป็นสมองส่วนที่คิดเกี่ยวกับการสร้างมโนทัศน์ (Conceptualizing) การสังเคราะห์ (Synthesizing) การบูรณาการ (Integrating Facts) และการสร้างรูปแบบ (Pattern)
บุคคลผู้ที่ถูกจัดสมองอยู่ในส่วน D (Lower Right) “สมองซีกขวาล่าง” มักเป็นผู้ที่มีทักษะการมองเห็นภาพรวมมากกว่ารายละเอียดปลีกย่อย มีวิสัยทัศน์ (Visionary) และเต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ (Imaginative)

ดังนั้น มนุษย์ D (Lower Right) “สมองซีกขวาล่าง” จึงเป็นคนกล้าเสี่ยง รักสนุก ชอบคาดเดา ใจร้อน กระหายใคร่รู้ ชอบทดลอง แต่ไม่ชอบระเบียบ กฎเกณฑ์
แต่หากเป็น “ผู้นำ” แบบ D (Lower Right) “สมองซีกขวาล่าง” มีแนวโน้มที่จะเข้าข่าย “ผู้นำกล้าได้กล้าเสีย” รักการผจญภัย เป็นผู้นำที่ชื่นชอบการเปลี่ยนแปลง ชอบการทดลองสิ่งใหม่ๆ และมักไว้วางใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีอิสระ และมีความคล่องตัวในการทำงานนั่นเองครับ

พูดถึงเรื่องของมันสมองแล้ว ชวนให้อ่านบทความเหล่านี้ต่อ

งานวิจัยฟันธง คนมีอารมณ์ขัน ฉลาด สมองดี กว่าคนอื่น

Thinking Fast and Slow เปิดงานวิจัยกว่าสิบปีของ Daniel Kahneman เกี่ยวกับกระบวนการทำงานของสมอง