ลงทุน 5G คึกคัก 3.3 แสนล้านบรรเทาพิษ ‘โคโรนา’

198

บรรยากาศการยื่นเอกสารการประมูลคลื่น 5G ในวันนี้ (4 ก.พ. 2563) ทุกค่ายมาตามนัด  

ทั้ง บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่เดินทางมาถึงเป็นบริษัทแรก
ตามด้วย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด

และในวันที่ 5 ก.พ. 2563 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประชุมเรื่อง 5G ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคนที่เป็นกรรมการบริษัทของ 2 รัฐวิสาหกิจ คือ ทีโอที และ กสทฯ ห้ามเข้ามาร่วมประชุมด้วย เพราะจะมีความได้เปรียบ เสียเปรียบ
จากนั้นจะตรวจสอบเอกสารพร้อมนำชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติการประมูลมอบให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ก่อนจะลงมติและประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 12 ก.พ. 2563 และจัดการประมูลในวันที่ 16 ก.พ. 2563

เคาะประมูล 4 คลื่นรวด

การประมูลในครั้งนี้ กสทช. นำคลื่นความถี่ 4 ย่านมาประมูล ได้แก่
คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz จำนวนคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล 15 MHz แบ่งออกเป็น 3 ชุดคลื่นความถี่ ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถประมูลได้สูงสุด 3 ชุด ราคาเริ่มต้นการประมูล 8,792 ล้านบาทต่อชุด เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 440 ล้านบาท การชำระเงินค่าประมูลแบ่งเป็น 10 งวด งวดละ 10% โดยผู้เข้าร่วมการประมูลต้องวางหลักประกันการประมูล 2,637.60 ล้านบาท ค่าปรับต่อชุด 1,319 ล้านบาท กรณีไม่มาชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz จำนวนคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล 35 MHz แบ่งออกเป็น 7 ชุดคลื่นความถี่ ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถประมูลได้สูงสุด 4 ชุด ราคาเริ่มต้นการประมูล 12,486 ล้านบาทต่อชุด เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 25 ล้านบาท การชำระเงินค่าประมูลแบ่งเป็น 3 งวด งวดที่ 1 ชำระ 50% ของราคาที่ชนะการประมูล งวดที่ 2 ชำระ 25% ของราคาที่ชนะการประมูล งวดที่ 3 ชำระ 25% ของราคาที่ชนะการประมูล โดยผู้เข้าร่วมการประมูลต้องวางหลักประกันการประมูล 4,994.40 ล้านบาท ค่าปรับต่อชุด 1,873 ล้านบาท กรณีไม่มาชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz จำนวนคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล 190 MHz แบ่งออกเป็น 19 ชุดคลื่นความถี่ ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถประมูลได้สูงสุด 10 ชุด ราคาเริ่มต้นการประมูล 1,862 ล้านบาทต่อชุด เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 93 ล้านบาท การชำระเงินค่าประมูลแบ่งเป็น 7 งวด โดยงวดที่ 1 ชำระ 10% ของราคาที่ชนะการประมูล งวดที่ 2-7 (ปีที่ 5-10) ชำระ 15% ของราคาที่ชนะการประมูล โดยผู้ชนะการประมูลต้องมีการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 50% ของพื้นที่ EEC ภายใน 1 ปี และครอบคลุม 50% ของจำนวนประชากรของ Smart City ภายใน 4 ปี ผู้เข้าร่วมการประมูลต้องวางหลักประกันการประมูล 1,862 ล้านบาท ค่าปรับต่อชุด 280 ล้านบาท กรณีไม่มาชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ย่าน 26 GHz จำนวนคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล 2700 MHz แบ่งออกเป็น 27 ชุดคลื่นความถี่ ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถประมูลได้สูงสุด 12 ชุด ราคาเริ่มต้นการประมูล 423 ล้านบาทต่อชุด เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 22 ล้านบาท กำหนดการชำระเงินค่าประมูลงวดเดียว โดยผู้เข้าร่วมการประมูลต้องวางหลักประกันการประมูล 507.60 ล้านบาท ค่าปรับต่อชุด 64 ล้านบาท กรณีไม่มาชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่


จับตาคลื่น 2600 MHz ชิงพื้นที่ EEC

สำหรับคลื่นที่น่าจับตามองมากที่สุดคือคลื่น 2600 MHz โดยคาดว่าจะมีการแข่งขันดุเดือด เพราะทุกค่ายต่างสนใจ แต่จะมีเพียง 2 หรือ 3 รายเท่านั้นที่จะได้ใบอนุญาต เนื่องจากประสิทธิภาพในการทำ 5G ได้ทันทีต้องมีคลื่นนี้ 60 MHz ขึ้นไป
ซึ่งน่าจะมีคนได้ใบอนุญาต 2 แบบ คือ ชนะ 2 ราย คือประมูลได้ 10 ใบอนุญาต กับ 9 ใบอนุญาต หรือ ชนะ 3 ราย คือ ได้ใบอนุญาต 6,6 และ 7 ใบอนุญาต
งานนี้จึงต้องมีการประมูลเพื่อไล่คู่แข่งออกไปให้เหลือเพียงเท่านี้
ว่ากันว่า อาจมีการประมูลข้ามวันก็เป็นไปได้
โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 50% ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ภายใน 1ปี และครอบคลุม 50% ของประชากรใน Smart city ภายใน 4 ปี

ลงทุน 3.3 แสนล้าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดว่าการประมูลในครั้งนี้จะประมูลได้ 30 ใบ คิดเป็นเงินประมูลกว่า 70,000 ล้านบาท
คาดว่าปีนี้จะมีการลงทุนโครงข่ายทั้งระบบอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท
ปี 2564 จะมีการลงทุน 2 แสนล้านบาท
รวม 3.3 แสนล้านบาท
โดย กสทช.จะเร่งให้เอกชนสามารถติดตั้ง 5G บนเสาเดิมที่มีอยู่ทั้งระบบ 1.33 แสนสถานีฐานได้ทันที ไม่ต้องผ่านเวทีประชาพิจารณ์
“ตอนนี้เราต้องเปิด 5G ให้เร็วที่สุด แม้ว่าเงื่อนไขจะบอกให้มารับใบอนุญาตภายใน 90 วันก็ตาม แต่เอกชนก็ต้องการได้ใบอนุญาตทันที” เลขา กสทช. กล่าว
ถ้าเป็นไปตามแผน เราน่าจะเปิดใช้งาน 5G ได้ก่อนเดือน ก.ค. 2563
ช่วยบรรเทาพิษวิกฤตเศรษฐกิจจากไวรัสโคโรนาได้ไม่น้อยเลย!