ระหว่าง “ความมุ่งมั่น” กับ “สมรรถนะ” “Will เด่น” หรือ “Skill ดี” ที่ถูกใจ Boss

1112

จอมพล Kurt Gebhard Adolf Philipp Freiherr von Hammerstein-Equord ผู้บัญชาการทหารบกแห่งกองทัพ Nazi ได้กล่าวประโยคอมตะเอาไว้ว่า

“คนฉลาด” และ “ขยัน” นั้น “ควรส่งเสริมให้เป็นใหญ่”
ขณะที่ “คนฉลาด” แต่ “ขี้เกียจ” ควรแต่งตั้งให้เป็น “ที่ปรึกษา”
ส่วน “คนโง่” และ “ขี้เกียจ” นั้น “ต้องเข้มงวดกวดขัน” เป็นพิเศษ!
แต่
“คนโง่” บวก “ขยัน” นั้น “ต้องยิงทิ้ง” สถานเดียว!
นี่เป็นแนวคิดที่แม้จะฟังดูค่อนข้างโบราณ ทว่า ก็ยังคงเป็นทฤษฎีที่คลาสสิคข้ามกาลเวลา
อย่างไรก็ดี “การบริหารองค์กร” ให้บรรลุวัตถุประสงค์ และขับเคลื่อนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหากมองในแง่การฝึกอบรมหรือการพัฒนาพนักงานนั้น แนวคิดของ Kurt Gebhard Adolf Philipp Freiherr von Hammerstein-Equord ดูจะล้าสมัยไปไม่น้อย

Will/Skill Framework

ทั้งนี้เนื่องเพราะในปัจจุบัน โลกของ “ศาสตร์การบริหาร” มีแนวคิดและทฤษฎีใหม่ๆ ปรากฏตัวขึ้นอย่างมากมาย
และ Will/Skill Framework เป็นองค์ความรู้หนึ่งซึ่งมีความน่าสนใจนำมาเล่าสู่แฟนพันธุ์แท้ SALIKA กันครับ
Will/Skill Framework หรือบางทีก็เรียกกันว่า Skill/Will Matrix เป็นเทคนิคหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแวดวงของการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากรครับ
Skill/Will Matrix หรือ Will/Skill Framework เป็นแนวความคิดของ ศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard ที่เผยแพร่ในทศวรรษที่ 1970
หากย้อนกลับไปพิจารณา “คน 4 แบบ” ของ จอมพล Kurt Gebhard Adolf Philipp Freiherr von Hammerstein-Equord ผู้บัญชาการทหารบกแห่งกองทัพ Nazi
ก็จะพบกับ
1. คน “ฉลาด” + “ขยัน”
2. คน “ฉลาด” + “ขี้เกียจ”
3. คน “โง่” + “ขี้เกียจ”
4. คน “โง่” + “ขยัน”

ส่วน Will/Skill Framework หรือ Skill/Will Matrix ของ ศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard นั้น

ก็มอง “คน” อย่างคล้ายคลึงกับจอมพล Kurt Gebhard Adolf Philipp Freiherr von Hammerstein-Equord ทว่า มีจุดที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนี้ครับ

Will/Skill Framework

ศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard อธิบายว่า Will หมายถึง “ความมุ่งมั่น” ส่วน Skill แปลว่า “สมรรถนะ” หรือ “ทักษะ” ครับ
ศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard บอกว่า “คน” มี “4 แบบ” เช่นกัน ประกอบไปด้วย
1. คนที่มี “Will สูง” + “Skill สูง”
2. คนที่มี “Will สูง” + “Skill ต่ำ”
3. คนที่มี “Will ต่ำ” + “Skill สูง”
4. คนที่มี “Will ต่ำ” + “Skill ต่ำ”

Will/Skill Framework

ศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard ชี้ว่า หากพบบุคลากรที่มี “Will สูง” + “Skill สูง” ในองค์กร ผู้บริหารควรใช้วิธี Delegate หรือ “มอบหมาย” ความรับผิดชอบให้เขาอย่างเต็มที่ และที่สำคัญก็คือ ต้องมอบ “อิสระในการตัดสินใจ” ให้กับเขาด้วย

แต่ถ้าพบบุคลากรที่มี “Will สูง” + “Skill ต่ำ” ในองค์กร ผู้บริหารควรใช้วิธี Guide หรือ “ชี้แนะ” แนวทางในการทำงาน และการวางตัวในที่ทำงานให้แก่เขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝึกอบรม Re-skill หรือ Up-skill เพื่อช่วยให้เขามี Skill ที่ดีขึ้น และเก่งเร็วขึ้นนั่นเองครับ

ส่วนบุคลากรที่มี “Will ต่ำ” + “Skill สูง” ผู้บริหารควรใช้วิธี Excite หรือ “กระตุ้น” พูดอีกแบบก็คือ ผู้บริหารต้อง “รีดสมรรถนะ” หรือ Skill ที่พวกเขามีออกมา และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ขณะเดียวกัน ก็ต้องฝึกอบรมและการพัฒนาด้าน Soft Skill เพิ่มเติมด้วย เพื่อดึง Will ของเขาให้ปรากฏ

และสำหรับบุคลากรที่มี “Will ต่ำ” + “Skill ต่ำ” ผู้บริหารควรใช้วิธี Direct หรือ “ออกคำสั่ง” เพื่อบังคับให้เขาทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย หลังจากนั้นก็ค่อยๆ พัฒนา Will ด้วยการฝึกอบรมและการพัฒนาด้าน Soft Skill เช่นเดียวกับ “คนประเภทที่ 3” นี่คือแนวทางของ ศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard ครับ

แต่ต้องไม่ลืมว่า ไม่ว่าจะเป็น “คน 4 แบบ” ของ จอมพล Kurt Gebhard Adolf Philipp Freiherr von Hammerstein-Equord ผู้บัญชาการทหารบกแห่งกองทัพ Nazi หรือจะเป็น Skill/Will Matrix หรือ Will/Skill Framework ของศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard ก็ตามที

ควรระมัดระวังการใช้ทั้ง 2 แนวคิดในการพิจารณาบุคลิกลักษณะของบุคลากรในองค์กรอย่างรอบด้าน โดย “ไม่ด่วนตัดสินคน” เพียงแค่ “เปลือกนอก”

เพราะบางครั้ง คนเราอาจได้รับมอบหมายงานที่ไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง แปลไทยเป็นไทยก็คือ คนบางคนต้องจ่อมจมอยู่กับงานที่ไม่ถนัด เพื่อแลกเงินเดือนประทังชีวิต
ดังนั้น “หัวใจหลัก” ของการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากรก็คือ ผู้บริหารต้องทำความเข้าใจบุคลากรในองค์กรของตนให้ถ่องแท้เสียก่อนนั่นเองครับ!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวคิดของ ศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard คือ Will/Skill Framework หรือ Skill/Will Matrix ที่ผมนำมาฝากแฟนๆ SALIKA กันในครั้งนี้ครับ
ในโอกาสหน้า จะนำเสนออีกแนวคิดหนึ่งของ ศาสตราจารย์ Paul Hersey และ ดร. Kenneth Hartley Blanchard ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวขวัญกันในแวดวงนักบริหารหรือนักวิชาการที่เล่นเรื่อง “ภาวะผู้นำ”
นั่นคือแนวคิดที่มีชื่อว่า Situational Leadership Theory แล้วพบกันใหม่ครับ!

ภาวะผู้นำ ยังมีอีกหลายทฤษฎี-หลากแง่มุมให้ติดตาม

“มันยากสุดๆ ถ้าคุณจะหาแว่น โดยไม่ใส่แว่น!” ต้นแบบ “ภาวะผู้นำม่วนซื่น” Jürgen Klopp ผู้พา Liverpool คว้าแชมป์ลีกในรอบ 30 ปี!

Multi-Skill Leadership คืออะไร Harry Maguire มีคำตอบ (ตอนแรก)

จาก “ผู้ทำลายล้าง” กลายเป็น “อ่อนน้อมถ่อมตน” “คนเปลี่ยนได้” ด้วย Cultural Transformation กรณีศึกษา The Special One (ตอนแรก)

Robotics Leadership ภาวะผู้นำตัวใหม่ ยุค A.I. ครองโลก (ตอนแรก)