รู้เท่าทัน ‘ไข้หวัดหมู ในไต้หวัน’ ระบาดครั้งล่าสุด ‘หมู หรือ ไม่หมู น่ากลัวไหม?’ ฟังคำตอบพร้อมกัน

516

ต้องยอมรับว่า เปิดศักราชปี 2020 มา ด้วยกระแสข่าวที่ไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะวิกฤตโรคระบาดสะเทือนชาวโลก ทั้ง ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตัวการก่อโรคปอดอักเสบขั้นรุนแรง คร่าชีวิตชาวจีนไปแล้วถึง 722 คน (ตัวเลข ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 โดย สำนักข่าวซินหัวไทย) และล่าสุดยังไม่ทันที่วงการสาธารณสุขโลกจะหาทางหยุดยั้งมฤตยูร้ายตัวนี้ได้ ก็อุบัติโรคร้ายจากเชื้อไวรัสขึ้นอีก นั่นคือ การระบาดของ ไข้หวัดหมู ในไต้หวัน ครั้งล่าสุด

ในเมื่อ ไต้หวัน นับเป็น ประเทศยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปเดินทางไปท่องเที่ยว เรียกว่าน้องๆประเทศญี่ปุ่น
กอปรกับสถานการณ์การระบาดของ ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ในไต้หวัน ก็ยังน่าเป็นห่วง แม้ว่าในไต้หวันมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการยืนยัน 10 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตก็ตาม เมื่อปรากฏรายงานเช่นนี้แล้ว จึงเกิดคำถามตามมาว่า และ ไข้หวัดหมู ในไต้หวัน ระบาดครั้งล่าสุด เราๆท่านๆควรตื่นตระหนกไหม ? หาคำตอบได้จากข้อเท็จจริงที่เราประมวลมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับสถานการณ์การระบาด ไข้หวัดหมู ในไต้หวัน ปี 2020 เพื่อรู้เท่าทันกันดีกว่า

ไข้หวัดหมู “หมู ไม่ หมู” ต้องเสพข่าวอย่างมีสติ

จากรายงานข่าว ที่อ้างอิงแหล่งข่าว กรมควบคุมโรคไต้หวัน ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2020 ได้รายงานว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2019 ถึงวันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 ไต้หวันมีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 จำนวน 11 คน
ขณะที่ หนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง รายงานสถานการณ์ ไข้หวัดหมู ระบาดหนักในประเทศไต้หวัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของไต้หวัน (ซีดีซี) ระบุมีผู้ติดเชื้อไวรัส H1N1 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ทั้งสิ้น 771 ราย ในบรรดาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีจำนวน 41% ที่เป็นผู้ป่วยสูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ขณะที่ 32% มีอายุ 50-64 ปี ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 56 ราย ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
ดังนั้น เรื่องจำนวนผู้เสียชีวิต จนถึงตอนนี้ก็ยังมีการรายงานข่าวที่สับสนอยู่ ด้วยเหตุนี้ จึงขอโฟกัสไปที่ข้อเท็จจริงเรื่อง ไข้หวัดหมู ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้คนมากที่สุดดีกว่าจะมาโฟกัสเรื่องตัวเลข ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกโดยใช่เหตุดีกว่า
แต่อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าด้วยรายงานข่าวนี้เอง ที่ทำให้คนไทยเกิดกระแสความกังวลและตื่นตระหนกว่า นอกเหนือจากจะต้องกังวลเรื่อง การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนแล้ว “เคราะห์จะซ้ำ กรรมจะซัด” ต้องมาเฝ้าระวังเรื่องการระบาดของไข้หวัดหมูในไต้หวันอีกด้วยไหม
ช่วงเวลาที่ผ่านมา จึงมีการรายงานข่าวเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในทั้งสองด้าน ทั้งทาง กรมปศุสัตว์ ที่มาชี้ชัดเพื่อย้ำความมั่นใจว่าหมูไทยปลอดภัย ข่าวการระบาดของไข้หวัดหมูที่ไต้หวันเป็นแค่การระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเท่านั้น
โดย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวเรื่องไต้หวันพบการระบาดของไข้หวัดหมูนั้นไม่เป็นความจริง และไม่มีความเกี่ยวข้องกับใดๆ กับหมู
อธิบดีกรมปศุสัตว์ไทย ได้อ้างอิงข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค ประเทศไต้หวัน ว่าได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเพียงการรายงานสถานการณ์การเกิดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 (A/H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ระบาดทั่วโลกทุกปี ซึ่งแท้จริงแล้วไข้หวัดหมูไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับหมูแม้แต่น้อย
เพราะคำว่า ไข้หวัดหมู เป็นคำที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ใช้เรียกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ที่มีการระบาดตั้งแต่ ปี 2009 ซึ่งต่อมา WHO ได้เปลี่ยนชื่อให้มาเรียก โรคนี้ว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1” แล้ว เพียงแต่สื่อส่วนใหญ่ อาจต้องการรายงานในคำสั้นๆ แบบที่คนทั่วไปเข้าใจ ซึ่งเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดความตื่นตระหนกขึ้นนี่เอง
ขณะที่ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ก็ยืนยันว่าการผลิตเนื้อสัตว์ของไทยนั้นได้มาตรฐานสากลและมีความปลอดภัยในอาหารระดับสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันไทยยังถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่สามารถป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : AFS) ได้สำเร็จด้วย จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในเรื่องนี้ได้

รู้จริงเรื่อง การระบาดของ ไข้หวัดหมู ในไต้หวัน ครั้งล่าสุด ตอบความกังวล คนไทยยังเที่ยวไต้หวันได้ไหม?
จากรายงานข่าว เรื่อง “ไต้หวัน” แจงกระแสไข้หวัดหมูไม่น่ากลัว ยันปลอดภัยคนไทยยังเที่ยวได้” ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ
(วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563) เหมือนจะตอบคำถามกลายๆให้เรียบร้อยแล้วว่า การระบาดของไข้หวัดหมูในไต้หวันครั้งล่าสุดนี้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คนไทยที่จองตั๋วไปเที่ยวไต้หวัน ยังเดินทางไปเที่ยวได้ตามปกติด้วยความสบายใจ แต่แค่ต้องไม่ประมาท ด้วยการดูแลตนเอง ใส่หน้ากากอนามัย พกเจลล้างมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคไปเท่านั้น

โดยในเนื้อข่าวอ้างอิงแหล่งข่าวจาก สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย จากกรณีที่มีประเด็นเรื่องชาวไต้หวันติดเชื้อไข้หวัดหมู (Swine Flu) จนมีผู้เสียชีวิตไม่น้อยตามรายงานข่าว ซึ่งส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของไต้หวันนี้เอง ทาง สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปฯ ได้อ้างอิงข้อมูลจาก กรมควบคุมโรคไต้หวัน และได้แชร์ข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้
  • ผู้เสียชีวิตด้วยโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ส่วนมากเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว หรือร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว เมื่อพวกเขาเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้โรคประจำตัวมีอาการแย่ลงจนถึงแก่ความตาย กรมควบคุมโรคของไต้หวันจึงได้ระบุสาเหตุของการตายคือการเป็น “โรคไข้หวัดใหญ่”
  • ในระดับโลก ไตรมาสที่แล้วทั่วโลกมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 มาก ข้อมูลสถิติของกรมควบคุมโรคสหรัฐอเมริการะบุว่า ไตรมาสที่แล้ว ที่สหรัฐอเมริกามีประชาชนจำนวน 19 ล้านคน ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 10,000 คน
  • ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ระบาดทั่วโลกทุกปี เมื่อเปรียบเทียบการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในอเมริกาแล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในไต้หวันมีเพียง 56 คน ซึ่งถือว่าไม่รุนแรง และกำลังลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง
  • นักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวไต้หวันได้อย่างมั่นใจ แต่ขอให้ระลึกเสมอว่าหมั่นล้างมือ ไอจามต้องปิดปากและจมูกเพื่อให้ถูกสุขลักษณะด้วย

รู้ทัน อาการ ลักษณะการระบาด ของไข้หวัดหมู พร้อมวิธีป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรค

ทั้งนี้ การระบาดของ ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ (H1N1) หรือ ไข้หวัดสุกร ในปี 2552 ซึ่งเริ่มแพร่ระบาดในเมรารูซ ประเทศเม็กซิโก พบผู้ติดเชื้อกว่า 130 ประเทศ ระบาดมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก อินเดีย และจีน มีผู้ติดเชื้อหลายล้านราย เสียชีวิต 1.5-5.7 แสนราย
ในบริบทของประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว (พ.ค.2562) ไทยเกิดไข้หวัดใหญ่ระบาด 4 เดือนป่วย 1.5 แสนคน เสียชีวิต 10 คน ต่อมา (ส.ค. 2562) นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ แนะนำว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ A H1N1 เป็นโรคติดต่อระหว่างคนสู่คน อาการจะคล้ายกับการเป็นไข้หวัดทั่วไป แต่ไข้หวัดใหญ่ H1N1 จะมีความรุนแรงมากกว่

แต่จากข้อมูลใน si.mahidol.ac.th ระบุว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 เกิดจากการผสมผสานของไวรัสสายพันธุ์ของคน หมู และนก ไม่เป็นที่ปรากฏว่าเชื้อนี้ได้เริ่มติดในคนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อใด แต่เมื่อมีการระบาดเกิดขึ้นแล้ว พบว่าเป็นการแพร่กระจายและติดต่อจากคนสู่คน เชื้อนี้มิได้พบในหมูทั่วไป จึงไม่ติดต่อโดยการสัมผัสหรือกินเนื้อหมู ผู้ป่วยด้วยโรคไวรัสชนิดใหม่นี้อาจมีอาการน้อยมากจึงถึงรุนแรงมาก ๆ และปอดบวม ซึ่งก็เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ที่มีระบาดอยู่เป็นประจำ
สำหรับการแพร่เชื้อ เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ สามารถแพร่ไปยังผู้อื่นโดยการ ไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ นอกจากนี้เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก และตา เช่น การแคะจมูก ขยี้ตา ที่สำคัญ ผู้ที่มีอาการรุนแรงและถึงแก่กรรมมักจะอยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี และในบทความให้ความรู้นี้ยังระบุชัดเจนว่า “เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ไม่ติดต่อจากการสัมผัสหมูหรือรับประทานเนื้อหมูแน่นอน”
ต่อคำถามถัดมาที่ว่า โรคนี้รักษาได้ไหม? ตอนนี้มียาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่มีอยู่ไม่กี่ชนิด ชื่อ “โอเซลตามิเวียร์” สามารถรักษาโรคไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดใหม่นี้ได้ แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็นและภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะหากใช้พร่ำเพรื่อเชื้ออาจดื้อยาได้
ส่วนวัคซีนป้องกันยังอยู่ในขั้นตอนการค้นคว้าวิจัย และอาจจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร จึงจะไปถึงขั้นที่จะสามารถนำมาใช้สำหรัประชาชน และในประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการระบาดของโรค
สำหรับคนทั่วไป ปัจจุบันมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาล แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง วัคซีนนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง หรือมีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคปอด และโรคหัวใจ วัคซีนที่มีประจำฤดูกาลนี้ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้ แต่อาจช่วยลดความรุนแรงได้ในระดับหนึ่ง

ที่มา :


มาเสพข่าวจริงเรื่องการระบาดของโรค พร้อมแนะแนวทางป้องกันตนเองจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

ผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานของจีนและทั่วโลกอย่างไร

จากหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 สู่ ‘หน้ากากป้องกันไวรัสโคโรนา’ กับเรื่องจริงที่ต้องรู้ ‘ใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันได้แค่ไหน’

ในข่าวร้ายมีข่าวดีเสมอ ชี้แนวทางเสพข่าว ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ ระบาด อย่างมีสติและความหวัง

ตลาดหัวหนาน…จุดกำเนิดไวรัสมฤตยูอู่ฮั่น

ไวรัสโคโรน่า เครื่องมือใหม่ในทางภูมิรัฐศาสตร์โลก โกลาหลป่วนเศรษฐกิจ