กระดาษฟางข้าว นวัตกรรมจากท้องนา

465

จารุวรรณ คำเมือง ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ หจก.ฟางไทย แฟคทอรี ละทิ้งความฝันในเมืองหลวง กลับสู่บ้านเกิดชุมชนบ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ด้วยแรงบันดาลใจทำเยื่อกระดาษจากฟางข้าว เปลี่ยนลานดินให้กลายเป็นห้องแล็ปเล็กๆ ในปี 2557 ใช้เวลา 3 ปีลองผิดลองถูกจนสามารถผลิตเยื่อกระดาษจากฟางข้าวสำเร็จ และได้รับรางวัลระดับโลกในฐานะธุรกิจเพื่อเศรษฐกิจสีเขียว


จารุวรรณ หรือ นุ๊ก เล่าถึงแรงบันดาลใจในจุดเริ่มต้นว่าเธอเรียนจบศิลปศาสตร์ภาษาอังกฤษธุรกิจ ส่วนสามีจบวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งคู่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมกระดาษมาก่อนเลย ไม่เคยทำกระดาษอาศัยหาข้อมูลจากโลกอินเตอร์เน็ต ค้นพบงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับการทำกระดาษจากฟางข้าว แต่กระดาษจากฟางข้าวทุกชิ้นจะใช้สารเคมีอาทิโซดาไฟหรือคลอรีนเป็นส่วนประกอบ
เธอมองว่าในเมื่อตั้งใจจะนำฟางข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการทำเป็นกระดาษ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ถ้ากระบวนการผลิตยังใช้สารเคมีก็ย่อมส่งผลกระทบต่อวิ่งแวดล้อมเหมือนเดิม กลายเป็นว่าลดกระบวนการเผาก็จริง แต่ยังมีสารเคมีในกระบวนการผลิต ที่สำคัญการใช้สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาจจะสร้างมลพิษที่หนักกว่าการเผาด้วยซ้ำ
จารุวรรณ คำเมือง ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ หจก.ฟางไทย แฟคทอรี
เยื่อกระดาษที่เราทำในตอนแรกยังไม่เป็นเยื่อกระดาษแบบที่เห็นในปัจจุบัน เป็นเหมือนเศษหญ้ามากกว่า ถ้าตอนนั้นเรามองว่าเป็นกระดาษผลิตภัณฑ์ของเราจะกลายเป็นจุดอ่อนทันที เพราะมันไม่เหมือนกระดาษ เราจึงเปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็งด้วยการดีไซน์แผ่นหญ้าอันนั้นเป็นโคมไฟ กลายเป็นความสวยงามอีกแบบ นำไปออกบูธได้รับออเดอร์จากลูกค้าไต้หวัน 10 อัน ดีใจมาก แต่ถามว่าทำไมไม่ทำเป็นโคมไฟต่อ เพราะเรามองว่าเมื่อตั้งใจจะพัฒนาตัวฟางข้าวขึ้นมาเป็นเยื่อกระดาษทดแทนการตัดไม้ เราต้องเดินไปให้ถึงจุดหมาย จึงหยุดการพัฒนาโคมไฟหันมาพัฒนากระดาษต่อไปจารุวรรณ กล่าว
ในช่วง 3 ปีแรกเธอยอมรับว่ามีปัญหาและอุปสรรคมากมาย ไม่ได้กำไรเลย แต่กำไรที่มีค่ามากกว่าตัวเงิน ณ เวลานั้นคือการที่ไปออกบูธแล้วเราได้คำถามจากลูกค้า
เราจะพูดเสมอว่าที่ทำธุรกิจมาได้ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเราเก่งหรือมีความรู้ แต่เราต้องขอบคุณลูกค้าที่เราเจอในแต่ละงาน ซึ่งเขาเก่งกว่าเรามาก พอเขาเห็นชิ้นงานของเราเขาเกิดคำถาม เกิดไอเดียต่อยอด ในเวลานั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าทำได้หรือเปล่า แต่พอได้แนวคิดจากลูกค้าทำให้เรากลับไปพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น
โอกาสครั้งสำคัญที่ทำให้กระดาษจากฟางข้าวดังไกลไปต่างแดนคือ TCDC (Thailand Creative and Design Center) ได้คัดเลือกวัสดุไปวางใน 13 เมืองใหญทั่วโลก ได้รับฟีดแบ็คดีมาก มีอีเมล์จากบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลกสอบถามเข้ามาจำนวนมาก
เรารูสึกภูมิใจมากที่บริษัทระดับโลกให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ของเรา ตอนที่เขาส่งอีเมล์มาเรายังทำอยู่หลังบ้าน แต่เขาเห็นชื่อฟางไทย แฟคทอรี ก็คิดว่าต้องเป็นโรงงานขนาดใหญ่ เลยอีเมล์มาขอคัมปานีโพรไฟล์ ขอรายละเอียดสินค้า เราให้โพรไฟล์ไป แต่พอเขาถามว่าโรงงานเป็นอย่างไร เราไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ก็บอกแค่ว่ายังทำแบบเล็กๆ ในครัวเรือน
อย่างไรก็ตามด้วยกระแสตอบรับที่ดีทำให้เธอมีกำลังใจผลิตเยื่อกระดาษจากฟางข้าวเต็มที่
การผลิตเยื่อกระดาษจากฟางข้าว นอกจากจะช่วยลดการเผาฟางข้าวแล้ว ยังช่วยสร้างงานในชุมชน ลดการไหลเข้าแรงงานสู่กรุงเทพฯ สมาชิกสามารถอยู่กับครอบครัวได้ แม้ว่า ณ เวลานั้นเราจะทั้งเหนื่อย ทั้งหนักใจ แต่เราคิดว่าถ้าผ่านจุดนั้นไปได้ จะช่วยคนได้อีกมาก ช่วยโลกได้อีกมาก เลยฮึดสู้
ประกอบกับในเวลานั้นเธอไปออกบูธแล้วเจอโครงการขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติยูนิโด (The United Nations Industrial Develop-ments Organization-UNIDO) เจ้าหน้าที่เดินมาแนะนำไปประกวดโครงการของยูนิโดจนได้รับโอกาสไปนำเสนอโครงการที่ลอสแองเจลีสสหรัฐอเมริกา

เราไม่กล้าจะคาดหวังอะไรในการไปครั้งนั้น เนื่องจากเรายังไม่เข้าใจคำว่าอินโนเวชั่น บ้านเรายังมองเรื่องอินโนเวชั่นว่าเป็นซอฟต์แวร์หรือหุ่นยนต์ แต่พอเราไปพรีเซ้นท์ที่นั่น อินโนเวชั่นของเขาคือคุณทำอะไรที่ใหม่และสามารถมีอิมแพ็คต่อโลกได้ เปลี่ยนแปลงโลกได้ นั่นคืออินโนเวชั่น เราจึงได้รับรางวัลชนะเลิศในส่วนการนำวัสดุจากฟางข้าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตที่เมื่อกลับมาเมืองไทยทำให้หลายหน่วยงานรู้จักเรามากขึ้น ช่วยสนับสนุนเชิญไปร่วมโครงการ ทำให้เราขยายไปสู่การเปิดโรงงานผลิตเยื่อกระดาษที่จังหวัดลำปาง
เธอยังกล่าวถึงความภูมิใจที่เดินมาถึงวันนี้ว่า
ภูมิใจมากที่สุดคือการได้เปลี่ยนทัศนคติของชุมชน เมื่อก่อนเราเห็นพ่อแม่ทำนา ทั้งหนัก ทั้งเหนื่อย เห็นฟางข้าวกลางทุ่งนาในยุคนั้นยังเป็นอาหารของวัวควาย แต่ปัจจุบันคนเลิกเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ฟางข้าวกลายเป็นวัสดุเหลือทิ้ง ถ้าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับฟางข้าวได้ เราจะไม่แค่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งที่เขาทำอยู่แล้ว ตอนแรกที่เขาเห็นเรามาเก็บฟางก็มองด้วยความสงสัยว่าอุตส่าห์สอบชิงทุนได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ กลับมาเก็บฟางขาย แสดงว่าชีวิตกำลังจะถดถอยหรือเปล่า จนเขาเริ่มเห็นเรามีโปรดักส์ เห็นออกสื่อ ไปงานที่นั่นที่นี่ก็เริ่มยอมรับ มีความตื่นตัว ทุกวันนี้พอเขาเห็นฟางข้าวต้องวิ่งมาหาเรา ต่างจากตอนแรกไปขอซื้อไม่มีใครขาย บอกว่าเอาไปเลย ให้ฟรีๆ เราก็บอกว่าไม่เอาฟรี ขอซื้อ เพราะอยากให้เขามีรายได้จากตรงนี้ แม้ตอนนั้นธุรกิจของเราจะยังไม่เห็นกำไร ไม่เห็นปลายทาง

ปัจจุบันสินค้าของเธอเกือบ 100% ถูกส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ เช่น อินเดีย นำตัวเยื่อกระดาษไปขึ้นเป็นภาชนะต่างๆ มีการจ้างงานในชุมชนตั้งแต่วัยรุ่น วัยกลางคน ไปจนกระทั่งผู้สูงวัยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี
ล่าสุดฟางไทยได้รับรางวัล SEED Award ในฐานะผู้สร้างผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% จากผลิตภัณฑ์กระดาษฟางข้าวโดยชุมชนท้องถิ่น จากผู้ประกอบการที่สมัครเข้าแข่งขันจำนวน 906 ราย ใน 9 ประเทศ
หลังจากที่เข้าร่วมโครงการกับ SEED ได้รับคำปรึกษาด้านแผนธุรกิจ การติดตามพัฒนาการและขยายผลการดำเนินการ ทำให้สามารถเข้าใจเกี่ยวกับหลักการดำเนินธุรกิจสีเขียว กลยุทธ์ในการขยายตลาด เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจของเรามากขึ้น” 
จารุวรรณ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ!