“จงอย่าพอใจในสิ่งที่ตนเองมี!” Roberto Firmino แห่ง SMF “หงส์แดง” ชุด 2020 “แชมป์ลีกสูงสุด” ในรอบ 30 ปี

972

ผมเขียนถึง 2 กองหน้าระดับพระกาฬ เจ้าของรหัส SMF: Sadio Mané, Mohamed Salah ไปแล้วใน SALIKA ของเราแห่งนี้


Mohamed Salah นั้น อยู่ในข้อเขียนที่ชื่อตอนว่า “โมเสส สวมสตั๊ด”
ส่วน Sadio Mané ก็เป็นบทความ “Santa Claus บนผืนหญ้า”
“Bobby” Roberto Firmino
มาในครั้งนี้ ขอจบชุด 3 ประสาน SMF ของ “หงส์แดง” Liverpool สโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่งศึก “พรีเมียร์ ลีก” อังกฤษ ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของสหราชอาณาจักร ประจำฤดูกาล 2019/2020 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในรอบ 30 ปี ที่รอคอย!
ด้วยการนำเสนอเรื่องราวของ “Bobby” Roberto Firmino ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิล เจ้าของเสื้อหมายเลข 9 ของพลพรรค Red Machine หรือ “เครื่องจักรสีแดง” เป็นการปิดท้าย Scoop ของ กองหน้าระดับพระกาฬ เจ้าของรหัส SMF: Sadio Mané, Mohamed Salah และ Roberto Firmino ครับ
Mohamed Salah, Sadio Mané, Roberto Firmino
ผมหยิบจับเอาประเด็น ความใจบุญสุนทานของ Mohamed Salah หรือที่ผมตั้งฉายาให้เขาว่า “โมเสส สวมสตั๊ด” ก็เนื่องมาจากความมีน้ำใจบริจาคเงินให้กับเด็กยากไร้ในบ้านเกิดประเทศอียิปต์ ผ่าน “มูลนิธิซาลาห์” ที่เขาตั้งขึ้นเพื่อสมทบทุนให้กับโรงพยาบาลและโรงเรียนต่างๆ ทั้งในอียิปต์และประเทศอื่นๆ ในแอฟริกา อีกทั้งยังมีการมอบของกินของใช้ต่างๆ ให้กับชุมชนมุสลิมในเมือง “ลิเวอร์พูล” อย่างสม่ำเสมอ
ส่วน Sadio Mané ที่ผมตั้งฉายาให้กับเขาว่า “Santa Claus บนผืนหญ้า” ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า “โมเสส สวมสตั๊ด” ที่ชื่อ Mohamed Salah เพราะ Sadio Mané ก็เป็นคนมีน้ำใจที่อุทิศตัวให้กับศาสนาและบริจาคเงินให้กับโรงเรียนต่างๆ ในบ้านเกิดประเทศเซเนกัลเช่นเดียวกับ Mohamed Salah
และก็มาถึงน้องนุชสุดท้องอย่าง Roberto Firmino ที่แม้จะ “ทำบุญน้อยที่สุด” ในบรรดา SMF แต่เขาก็ยังชื่อว่า “ได้ทำบุญ” ครับ!
เพราะในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตอนที่ “พรีเมียร์ ลีก” เพิ่งเปิดฤดูกาลใหม่ๆ Roberto Firmino ได้บริจาคเงินจำนวน 60,000 ปอนด์ เพื่อร่วมสมทบทุนค่ารักษา Joao de Amorim อายุ 6 ขวบ และ Miguel de Amorim วัย 11 ปี 2 เด็กน้อยที่ป่วยเป็นโรคร้าย SMA (Spinal Muscular Atrophy)
SMA เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งถือเป็นอาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ อันเนื่องมาจากความเสื่อมของเส้นประสาท Motor Neuron ส่งผลให้เกิดการสูญเสียการส่งสัญญาณระหว่างกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังครับ
Larissa Pereira แฟนสาวของ “Bobby” เมื่อเห็นข่าว Joao de Amorim กับ Miguel de Amorim ทางโทรทัศน์ เธอรีบบอก “Bobby” และเขาก็ไม่ลังเลที่จะบริจาคเงินก้อนดังกล่าวผ่านทางโรงพยาบาลที่สองหนุ่มน้อยนอนรักษาตัวอยู่
โรคร้าย SMA มีค่าใช้จ่ายที่แพงมหาศาล และทั้งคู่ก็ต้องใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลตลอดเวลา โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะตกอยู่ที่ประมาณเกือบ 1 ล้านปอนด์
และในตอนที่ “Bobby” ทราบข่าว ยอดบริจาคที่ครอบครัวของสองหนุ่มน้อยได้รับในตอนนั้นอยู่ที่ 940,000  ปอนด์
ดังนั้น “Bobby” จึงได้ควักกระเป๋าบริจาคเติมให้เต็ม 1 ล้านปอนด์ คือ 60,000 ปอนด์ดังได้กล่าวไปนั่นเองครับ
“Bobby” Roberto Firmino เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1991 ที่เมือง Maceió เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐอาลาโกอัส ประเทศบราซิล ปัจจุบันอายุ 28 ปี
เริ่มต้นค้าแข้งกับ Figueirense FC สโมสรในบราซิลบ้านเกิด ก่อนจะย้ายสู่สโมสร TSG 1899 Hoffenheim แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ในปี ค.ศ. 2010-2014
และก็เป็น Liverpool F.C. ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ ที่คว้าตัว “Bobby” มาร่วมทีมตั้งแต่ฤดูกาล 2015 ตราบจนกระทั่งปัจจุบัน
Roberto Firmino ติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 จนถึงทุกวันนี้ รวมทั้งสิ้น 44 นัด ยิงได้ 13 ประตูในรายการใหญ่ ทั้งแมทช์กระชับมิตรทีมชาติ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ฟุตบอล Copa América และฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
“Bobby” มีแนวความคิด และปรัชญาการใช้ชีวิตที่น่าสนใจไม่น้อยหน้าไปกว่า 3 ประสาน SMF: Sadio Mané, Mohamed Salah และ Roberto Firmino คือตัวเขาเอง
“Bobby” บอกว่า “ผมไม่เคยพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีเลย แม้สักวันเดียว”
“นี่เป็นวิธีการสร้างแรงจูงใจที่ดีของผม!” เขากระชุ่น
“ทำวันนี้ให้ออกมาดีที่สุด ไม่ว่าผลงานที่ปรากฏออกมาจะดีหรือเลว”
“โลกนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบหรอก” “Bobby” สำทับ
“เหตุดังนั้น ผมจึงทำงานหนักตลอด 7 วัน คือการเตรียมร่างกายให้พร้อม และฟิตซ้อมให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อลงสนามในแต่ละแมทช์” เขาบอก

นอกจากการเตรียมร่างกายแล้ว เรื่องสภาพจิตใจก็สำคัญไม่แพ้กัน
“Bobby” ชี้ว่า เคล็ดลับสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในวันนี้ของเขาก็คือทัศนคติการ “มองโลกในแง่ดี” และที่สำคัญที่สุดก็คือเขามีครอบครัวที่อบอุ่นคอยสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา
“ผมเป็น Happy Man เป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก คุณจะพบรอยยิ้มของผมเสมอ ไม่ว่าจะในหรือนอกสนาม”
“Bobby” ปิดท้ายว่า เขามักใช้เวลาว่างร่วมกับสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะตัวเขาเองนั้นเป็น “คนติดบ้าน” ไม่นิยมเที่ยวเตร่
“นี่คงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ผมมักก้าวขาลงสนามด้วยความสุข เพราะมีหลังพิงอันแข็งแกร่ง คือสถาบันครอบครัวนั่นเองครับ” แชมป์พรีเมียร์ลีกคนล่าสุดกล่าวทิ้งท้าย!