เปิดโปรไฟล์ ‘งานวิจัยเพื่อชุมชน’ ใช้เห็ดป่าแก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่า ‘ลดฝุ่นพิษ’ ระดับชาติ ได้ด้วยภูมิปัญญา

330

ปัญหาฝุ่นควันไฟป่า นับเป็นมลพิษที่คุกคามสุขอนามัยของพี่น้องในภาคเหนืออย่างมาก โดยจากรายงานข่าวล่าสุด มีการคาดการณ์ว่า ในปีนี้ พื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด เริ่มมีปัญหาหมอกควันและไฟป่าแล้วตั้งแต่ในช่วงต้นปี โดยพบว่ามีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานในบางจังหวัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชน เป็นตัวการก่อโรคอย่าง โรคตาแดง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคผิวหนังอักเสบ ด้วยเหตุนี้ ภารกิจในการแก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่า ‘ลดฝุ่นพิษ’ จึงเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญที่ได้รับการกำหนดไว้ในแผนดูแลสิ่งแวดล้อมระดับประเทศในปีนี้

เมื่อวิเคราะห์ไปถึงต้นสายปลายเหตุของปัญหา ก็พบว่า สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาไฟป่า ส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เช่น การเผาไร่เพื่อเตรียมการเพาะปลูก การเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ การเผาวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เป็นต้น
และหากพุ่งเป้าไปที่ การเผาป่าเพื่อหาของป่า ก็เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาไฟป่าจนลุกลามทำให้เกิดฝุ่นควันจากไฟไหม้ เป็นฝุ่นพิษ คุกคามสุขภาพประชาชนมาโดยตลอด
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และทีมนักวิชาการของสถาบันฯ คิดค้นโมเดลงานวิจัย “เอาตัวการของปัญหามาใช้แก้ปัญหา” ซึ่งชื่อเป็นทางการของการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ “แนวทางการใช้เห็ดป่า….แก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่า”

ตีแผ่เรื่องจริงของ ‘เห็ดป่า’ จำเลยสังคม ด้วยกระบวนการศึกษาวิจัย

ว่าที่เรือตรี ศุลิเชษฐ์ ทองกล่ำ (ซ้าย) ดร.จารุณี ภิลุมวงค์ (ขวา)
ว่าที่เรือตรี ศุลิเชษฐ์ ทองกล่ำ เจ้าหน้าที่โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพื้นฟูและส่งเสริมการใช้ประโยชน์เห็ดท้องถิ่นบนพื้นที่สูง และ ดร.จารุณี ภิลุมวงค์ นักวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยถึงผลการค้นคว้าวิจัยและเรียบเรียงเกี่ยวกับแนวทางการใช้เห็ดป่า แก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่า ไว้ว่า
“จากปัญหาฝุ่นควันไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย สังคมมักจะมองว่าเกิดจากการเก็บหาของป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ ตกเป็นจำเลยของสังคมไปโดยปริยาย เนื่องจากเห็ดทั้งสองชนิดนี้เป็นที่ต้องการและผู้คนนิยมบริโภค จึงมีราคาที่ค่อนข้างสูงและมีราคาดี”
“บวกกับในการหาเห็ดถอบและเห็ดเผาะของชาวบ้าน ก็มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่าต้องเกิดไฟไหม้ก่อนเห็ดถึงจะออก ซึ่งความเชื่อนี้ แท้จริงแล้วมาจากภูมิปัญญาในการหาเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบแต่เดิมของคนเฒ่าคนแก่ในสมัยก่อน จะใช้การสังเกตลักษณะของพื้นที่ที่พบเห็ด โดยพบว่าหลังจากที่มีไฟไหม้ป่าแล้ว จะพบเห็ดเผาะในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้มีการบอกต่อกันมาและเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปว่าต้องเผาป่าก่อน เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบถึงจะออกให้ ซึ่งในความเป็นจริงเห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตที่เจริญเป็นเส้นใย หากโดนความร้อนทำลายก็สามารถตายได้”
นอกจากนั้นจากการศึกษาของทีมนักวิจัยเรื่องนี้ ยังปรากฏว่า เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบจะเจริญเติบโตอยู่ร่วมกันกับรากพืชและบริเวณรอบๆ ราก ทำให้ได้รับผลกระทบจากการทำลายของไฟป่าบ้างบางส่วน
แต่เห็ดชนิดอื่นๆ ที่เกิดอยู่ในป่าจะทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายอินทรียวัตถุ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหารในดิน และจะเติบโตอยู่บนเศษวัสดุใบไม้ กิ่งไม้ เมื่อเกิดไฟไหม้เป็นระยะเวลานานเห็ดกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากถูกความร้อนเข้าทำลายเส้นใยและดอกเห็ดทำให้ไม่สามารถเจริญและแพร่ขยายพันธุ์ต่อไปได้ สังเกตได้จากพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้เห็ดกลุ่มที่เจริญเหนือดินจะมีปริมาณลดลง ดังนั้น ไฟป่าจึงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่แน่นอน

ยืมมือ เห็ดป่า แก้ปัญหาและป้องกันฝุ่นควันไฟป่า ‘ลดฝุ่นพิษ’ ระดับชาติ อย่างได้ผล

ดังนั้น หากเราจะแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่าและต่อยอดสู่การ ‘ลดฝุ่นพิษ’ อย่างได้ผล เราต้องลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเผาหรือไฟไหม้ลง ซึ่งงานวิจัยนี้ได้นำเสนอแนวทางไว้ 3 แนวทาง เพื่อให้นำไปใช้ตามความเหมาะสมของพื้นที่และบริบทของชุมชน ดังนี้
  • ใช้เห็ดกลุ่มไมคอร์ไรซ่า เช่น เห็ดเผาะ เห็ดไข่ เห็ดแดง เห็ดหล่ม เป็นแรงจูงใจในการดูแลป่า
โดยไม่ให้เกิดการเผาหรือไฟไหม้ ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้หัวเชื้ออย่างง่ายจากดอกเห็ดแก่ ทำหัวเชื้อน้ำหมักเห็ด ก้อนดินผสมน้ำหมักเห็ด แล้วนำไปเติมในพื้นที่หรือต้นไม้ที่เติมหัวเชื้อเห็ดสำหรับนำไปปลูกเสริมในพื้นที่

  • นำเศษวัสดุใบไม้ในป่ามาทำเป็นวัสดุในการเพาะเห็ดโคน
ร่วมกับการทำแนวกันไฟ เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลงและความรุนแรงของการเกิดไฟป่าลง
  • ใช้จุลินทรีย์และเห็ดป่า เพื่อช่วยในการย่อยสลายเศษวัสดุใบไม้ กิ่งไม้
เพราะเศษวัสดุใบไม้ กิ่งไม้ นี้เอง ที่จะกลายเป็นวัสดุเชื้อเพลิงในป่า ซึ่งทำได้ด้วยการนำดินและดอกเห็ดจากป่ามาทำเป็นหัวเชื้อในลักษณะน้ำหมักหรือก้อนดินผสมน้ำหมักเห็ด แล้วนำกลับไปเติมในป่า คล้ายกับวิธีการใส่เชื้อเห็ดโคน

ทั้งนี้ หากเราใช้วิธีการทางชีวภาพในการจัดการปัญหาฝุ่นควันไฟป่าที่ต้นตอของปัญหา จะยิ่งเป็นการช่วยให้ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ยังคงอยู่ รวมทั้งสร้างความสมดุลในระบบนิเวศให้กลับฟื้นคืนมาได้ นอกจากนี้ยังทำให้เรามีแหล่งอาหารจากป่าที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และจะเป็นการแก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าได้อย่างยั่งยืน

ที่มา : บทความเรื่อง “แนวทางการใช้เห็ดป่า….แก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่า เขียน / เรียบเรียงเรื่อง: ศุลิเชษฐ์ ทองกล่ำ และ จารุณี ภิลุมวงค์ (18 พฤศจิกายน 2562)


เปิดผลงานวิจัยชุมชนแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดโมเดลเชื่อมพรมแดน ไทย-อาเซียน ด้วย ‘Creative Tourism การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์’ โดยชุมชนทั่วไทย

ต่อยอดงานวิจัยสู่ ปอดของชาวฉะเชิงเทรา พัฒนา ‘ชีวพนาเวศ’ สู่แหล่งเรียนรู้ & อนุรักษ์ ‘หิ่งห้อยน้ำจืด’ แห่งภาคตะวันออก

เปิดงานวิจัย สืบจาก ‘ส้วม’ ตัวการก่อ ‘โรคติดเชื้อ’ คุกคามสุขอนามัยคนไทย แนะทางออก ป้องกันไว้ดีกว่าแก้