สาลิกาคาบข่าว Vol.47/63

179

มะกันเล็งปักฐานลงทุนลุ่มน้ำโขง ควัก 2 แสนล้านลุยปิโตรเคมีขั้นสูงในไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังหารือกับนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยว่า ได้หารือเกี่ยวกับการเดินทางเยือนสหรัฐของพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในการประชุมอาเซียนสหรัฐในวันที่ 14 มี..ที่เมืองลอสแองเจลิสว่าในวันดังกล่าวนอกจากจะเป็นการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำอาเซียน 10 ประเทศแล้วยังมีการหารือทวิภาคีระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำของไทย โดยสหรัฐมีความสนใจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ที่มีการผลักดันผ่านยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดีเจ้าพระยาแม่โขง (ACMECS) ซึ่งได้มีการจัดการประชุมฯระหว่างสหรัฐกับ ACMECS ขึ้นด้วย ส่วนโครงการการลงทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐในไทยคือโครงการแผนลงทุนโรงงานปิโตรเคมีขั้นสูงมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาทนั้นได้แจ้งให้ทางสหรัฐทราบว่ามีความคืบหน้าไปมากและผลการศึกษาใกล้แล้วเสร็จ และในระหว่างวันที่ 8 – 14 มี..ตนและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)จะได้เดินทางไปยังสหรัฐเพื่อชักจูงบริษัทขนาดใหญ่รวมทั้งบริษัทสตาร์ทอัพเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทสหรัฐที่อยู่ในซิลิคอน วัลเลย์ รวมไปถึงความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาชั้นนำในสหรัฐที่จะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการไทย

ประมูลคลื่น 5G ฉิว 48 ใบอนุญาต รัฐกวาดรายได้ 100,193 ล้านบาท

เทคโนโลยี 5G
การประมูลคลื่นความถี่ 5G คลื่น 700 MHz ทำรายได้เข้ารัฐสูงสุด 51,459 ล้านบาท ตามด้วย 2600 MHz 37,164 ล้านบาท และ 26 GHz 11,570 ล้านบาท โดยคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวน 3 ใบอนุญาต ใบละ 5 MHz และคลื่นความถี่ 2600 MHz ทั้งหมด 19 ใบอนุญาต มีเข้าร่วมประมูลทั้งหมด 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท ส่วนคลื่นความถี่ 26 GHz ทั้งหมด 27 ใบอนุญาต ใบละ 100 MHz มีผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วย เอไอเอส, ทรูมูฟ เอช, บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น) ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รวมการประมูลคลื่นความถี่ 5G ทั้ง 3 คลื่น 48 ใบอนุญาต ทำเงินเข้ารัฐได้ทั้งหมด 100,193 ล้านบาท

ท่องเที่ยวฯปัดฝุ่นฟรีวีซ่าชง ครม.ไฟเขียว ดึงจีนอินเดียกระตุ้นสงกรานต์

..ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีร่าง พ...งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาแล้ว เมื่องบปี 2563 ได้ประกาศใช้รัฐบาลจะดำเนินโครงการต่างๆได้อย่างเต็มที่ สามารถลงนามในสัญญาต่างๆ ได้ จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้อย่างแน่นอน สำหรับงานด้านการท่องเที่ยวถือเป็นด้านที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสระบาด ทั้งนี้ เมื่อการแพร่ระบาดคลายตัวลงแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีการนำมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (ฟรีวีซ่า) สำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็น 2 ตลาดใหญ่ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้ง พร้อมกับประสานกระทรวงคมนาคมเพื่อเปิดบริการเช่าเครื่องบินเหมาลำให้มากที่สุด โดยหวังว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

กรมการจัดหางานโชว์ศักยภาพศูนย์อีอีซี ปี 63 ปั้นบุคลากรป้อนอุตสาหกรรม 2.8 หมื่นคน

นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงแรงงานจัดตั้งศูนย์บริหารแรงงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC Labour Administration Center) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี เพื่อให้บริการด้านข้อมูลแรงงาน ส่งเสริมการมีงานทำ คุ้มครองแรงงานและสิทธิประโยชน์ประกันสังคม ยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพ อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการตรวจลงตราและอนุญาตทำงาน ในปี 2563 ยังคงขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าจัดหางานในกลุ่มอุตสาหกรรมปัจจุบัน 28,000 คน แนะแนวอาชีพให้นักเรียนนักศึกษาทั้งผู้ที่จะศึกษาต่อและผู้ที่จบการศึกษาใหม่ 44,020 คน ตรวจลงตราและออกใบอนุญาตทำงาน 13,000 คน ขณะที่ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 – มกราคม 2563 กรมการจัดหางานดำเนินการจัดหางานในกลุ่มอุตสาหกรรมปัจจุบันแล้ว 4,215 คน แนะแนวอาชีพให้นักเรียนฯ 16,129 คน ตรวจลงตราและออกใบอนุญาตทำงาน 4,346 คน

ทุนยักษ์มองอีอีซีฮับโลจิสติกส์แห่งภูมิภาค รุกเปิดศูนย์กระจายสินค้าบ้านบึง

นายเจษฎา ปลั่งมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS กล่าวถึงการเปิด “ศูนย์กระจายสินค้าบ้านบึง” ณ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 2 อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ทั้งหมด 77 ไร่ สามารถเก็บสินค้าได้ถึง 50,000 ตัน เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและกระจายสินค้าให้กับลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังเป็นทำเลที่เหมาะกับระบบคมนาคมขนส่ง พร้อมรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ตามโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดย SYS ได้เลือกทำเลที่ตั้งในพื้นที่ดังกล่าวเพราะมั่นใจว่าเป็นทำเลที่ยอดเยี่ยมในด้านโลจิสติกส์รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่อำนวยความสะดวกต่างๆทำให้สามารถส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

กรมการแพทย์เตือนเด็กไทยเล่น Tripping jump เสี่ยงอัมพาตเสียชีวิต หยุดเผยแพร่หยุดแชร์

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กล่าวถึงการเล่น Tripping jump challenge หรือ Skull breaker challenge ซึ่งเป็นเกมใหม่ที่เริ่มต้นในอเมริกาใต้ เป็นไวรัลในเด็กนักเรียนที่ประเทศบราซิล โดยมีวิธีการเล่นคือเด็ก 2 คนจะหลอกให้เพื่อนคนที่ 3 ยืนตรงกลางกระโดดขึ้นพร้อมๆกันแล้วสองคนด้านข้างจะเตะตัดขาคนกลางให้ล้มลงหงายหลังลงกับพื้นว่า การเล่นแบบนี้อันตรายมาก เนื่องจากคนที่ถูกทำให้ล้ม มีโอกาสที่จะมีศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรง เสี่ยงกะโหลกศีรษะแตก มีเลือดออกในสมอง เส้นประสาทสมองถูกทำลาย ทำให้หมดสติหรือโคม่า นอกจากนี้บางรายอาจจะมีกระดูกคอเคลื่อนทำให้เกิดอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ หรือบางครั้งอาจทำให้เกิดกระดูกที่ต้นแขนหรือหัวไหล่หลุดได้ ขณะที่กรมการแพทย์ แจ้งให้ผู้ปกครองจำเป็นต้องรีบเตือนลูกหลานทั้งหลายอย่าเล่นเกมส์อันตรายนี้อย่างเด็ดขาด และงดเผยแพร่วีดีโอดังกล่าวเนื่องจากเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัยรุ่น ซึ่งอาจจะยังไม่รู้พิษภัยของการเล่นเกมส์ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลานเกิดอันตรายจากการเล่นเกมส์นี้

1 หยด 15 นาที รู้เรื่อง! ติดไม่ติดโควิด-19’ ชุดตรวจใหม่ล่าสุดจากจีน

www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันศุกร์ (14 ..) ห้องปฏิบัติการโรคระบบทางเดินหายใจแห่งรัฐจีนเปิดเผยชุดตรวจจับการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แบบใหม่ที่สามารถให้ผลลัพธ์ใน 15 นาที ด้วยการทดสอบจากเลือดเพียงหยดเดียวของผู้ป่วย ได้รับการพัฒนาสำเร็จ ชุดตรวจจับดังกล่าวผ่านการประเมินเบื้องต้นของห้องปฏิบัติการและคลินิก อันเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของสถาบันวิจัยหลายแห่ง ภายใต้คำแนะนำของจงหนานซาน หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญที่จัดตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อุปกรณ์นี้สามารถตรวจจับแอนติบอดี ชนิดอิมมูโนโกลบูลินเอ็ม (IgM) ซึ่งเป็นแอนติบอดี (โปรตีนภูมิคุ้มกัน) ชนิดแรกๆ ที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อใหม่ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถตรวจสอบจากเลือด 1 หยดที่มีพลาสมา (น้ำเลือด) เจือจางกว่าการทดสอบปกติถึง 500-1,000 เท่า แต่กลับแสดงผลลัพธ์ได้ภายใน 15 นาที เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบกรดนิวคลีอิกด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสแบบย้อนกลับ (RT-PCR) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้ว ถือว่าการวินิจฉัยด้วยชุดทดสอบใหม่นั้นง่ายดายและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่า ทั้งยังมีความว่องไวและความเฉพาะเจาะจงที่สูงขึ้น ชุดตรวจจับนี้ถูกใช้สำหรับการทดสอบในโรงพยาบาลของมณฑลหูเป่ย ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายแล้ว