ทำไม ‘Serena Williams’ และ ‘Jay-Z’ ถึงลงทุนใน Kopi Kenangan เชนร้านกาแฟดาวรุ่งอินโดนีเซีย

335

คนดังระดับโลกนอกจากจะทำเงินเป็นกอบเป็นกำจากอาชีพหลักของตัวเองแล้ว ยังมีคนดังหลายคนอย่าง Serena Williams นักเทนนิสเมกะสตาร์ และ Jay-Z ซูเปอร์สตาร์แรปเปอร์ ที่ให้ความสำคัญกับการเป็นนักลงทุนด้วย โดยเฉพาะการลงทุนในสตาร์ทอัพดาวรุ่งที่มีไอเดียแปลกใหม่อย่าง Kopi Kenangan เชนร้านกาแฟแบรนด์อินโดนีเซีย ที่มีอายุอานามเพียง 2 ปีเศษ แต่โตไวจนน่าจับตา โดยเป็นการลงทุนใน Series A หรือ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อรับกับรูปแบบของธุรกิจที่เหมาะสมกับตลาดจริงๆ

www.essentiallysports.com

Serena Williams
Serena Williams

Serena Williams ไม่ใช่แค่นักเทนนิสเมกะสตาร์ แต่ยังเป็นนักลงทุนมือทอง

นักเทนนิสหญิงชื่อดัง อดีตมือ 1 โลก และเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 23 รายการ วัย 38 ปี ลงทุนในนามของ Serena Venture อันที่จริงเธอเป็นนักลงทุนมานาน ตั้งแต่เมื่อปี 2009 ที่ลงทุนถือหุ้นในทีม Miami Dolphins ร่วมกับ Venus Williams พี่สาวของเธอ เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 7 รายการ  และก่อตั้ง Serena Ventures ในปี 2014 ในรูปแบบของบริษัท (Venture Capital: VC) โดยมีแนวคิดในการลงทุนเพื่อมอบโอกาสให้ผู้ประกอบการในธุรกิจที่เพิ่งดำเนินการได้ไม่นาน ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโลกไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ด้วยไอเดียและผลิตภัณฑ์ มี Market Cap 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 374,525 ล้านบาท) ลงทุนในมากกว่า 30 บริษัท อาทิ
  • Zipline แพลตฟอร์มที่ช่วยในการสื่อสารภายในทีมและช่วยบริหารจัดการธุรกิจค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ 
  • LittleSpoon นำเสนออาหารออร์แกนิกที่ออกแบบมาสำหรับเด็กทารกโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้รับสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ครบครัน พร้อมนำส่งถึงประตูบ้าน ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหารให้กับพ่อแม่
  • Masterclass คอร์สเรียนออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถศึกษาศาสตร์วิชาจากผู้สอนที่เป็นกูรูระดับโลก ตัวจริงเสียงจริงของวงการนั้นๆ มากกว่า 75 คน อาทิ Natalie Portman & Helen Mirren สอนคลาสการแสดง, Gordon Ramsay สอนคลาสการทำอาหาร, Cristina Aguilera สอนคลาสร้องเพลง, Dan Brown สอนคลาสการเขียนนวนิยายแนวระทึกขวัญ และ Serena Williams สอนคลาสเทนนิส
serena ventures
www.serenaventures.com

ทั้งนี้ Serena เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และเป็นนักกีฬาหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลกโดยมีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,022 ล้านบาท)


Jay-Z ไม่ใช่แค่แร็ปจนดัง แต่ลงทุนจริงจังจนปัง

Jay-Z เจ้าของรางวัลแกรมมี่ 22 รางวัล วัย 50 ปี ก็มีแนวคิดในการเพิ่มพูนความมั่งคั่งไม่ต่างจาก Serena เพราะนอกจากจะเป็นแร็ปเปอร์ชื่อดังระดับโลก ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะโปรดิวเซอร์ ก็ถือเป็นนักลงทุนตัวยงด้วย โดยเขาลงทุนใน Uber และยังมีแบรนด์แชมเปญหรูของตัวเองชื่อ Armand de Brignac ขณะเดียวกันก็ยังร่วมลงทุนใน Tidal บริการมิวสิค สตรีมมิ่ง กับ Beyonce ภรรยาของเขา ซึ่งเป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์
Jay-Z
Jay-Z
สำหรับการลงทุนใน Kopi Kenangan นั้น Jay-Z ลงทุนผ่าน Arrive หน่วยงานในสังกัด Roc Nation บริษัทบริหารจัดการธุรกิจบันเทิงของเขา โดย Neil Sirni ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานของ Arrive บอกว่า เขาชื่นชมความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของ Kopi Kenangan จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้ลงทุนและเป็นพันธมิตรกับเชนกาแฟนี้ ซึ่่งกำลังจะแนะนำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟในแบบฉบับอินโดนีเซียสู่ประชาคมโลก

Jay-Z มีทรัพย์สินราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31,210 ล้านบาท) นับเป็นหนึ่งในศิลปินที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ทั้งนี้ Jay-Z และ Serena เป็นกลุ่มก๊วนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกัน และทั้ง Beyonce และ Serena ต่างเป็นกัลยาณมิตรที่เกื้อหนุนกันมาโดยตลอด ดังจะเห็นได้จากการที่ Serena เคยปรากฎตัวในมิวสิควิดิีโอของ Beyonce และ Beyonce มักไปให้กำลังใจ Serena ในการแข่งขันเทนนิส รายการแกรนด์สแลมต่างๆ อยู่เป็นประจำ


‘Kopi Kenangan’ ชื่อแบรนด์ไม่คุ้นหูคนไทย แต่ครองใจคอกาแฟอิเหนา

สตาร์ทอัพร้านกาแฟน้องใหม่มาแรงของอินโดนีเซีย ให้บริการแบบ Grab & Go ก่อตั้งโดย Edward Tirtanata และ James Prananto เมื่อเดือนกันยายน 2017 โดยสาขาแรกมีพื้นที่เพียง 12 ตารางเมตร แต่ด้วยยอดขาย 700 แก้ว/วัน และคืนทุนภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น ต่อมาเริ่มระดมทุนหลังจากเปิดได้ 8 สาขา มีอัตราการเติบโตแบบพรวดพราด พุ่งแรงยิ่งกว่าจรวด กว่า 4,272% ต่อปี จากนั้นขยายกิจการอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมี 222 สาขา ใน 18 เมือง ทั่วอินโดนีเซีย และมีพนักงานราว 2,200 คน จากปี 2018 มียอดขาย 350,000 แก้ว เฉพาะในจาการ์ตาเพียงเมืองเดียว แต่เมื่อธันวาคม 2019 มียอดขายถึง 3 ล้านแก้ว ทั่วอินโดนีเซีย

นับเป็นการเติบโตเพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่วางไว้ว่า Kopi Kenangan จะต้องเป็นเชนร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ด้วยกลยุทธ์คุณภาพ ราคา และเทคโนโลยี เป้าหมายที่ว่าใกล้ความจริงเข้ามาทุกที เพราะในระยะเวลาเพียง 2 ปี  Kopi Kenangan ขึ้นแท่นเป็นแฟรนไชส์ร้านกาแฟอันดับ 2 ของอินโดนีเซีย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งในแง่ของยอดขายและปริมาณการขาย ทั้งๆ ที่แทบจะไม่ได้ใช้งบประมาณในการทำการตลาดเลย นอกจากนี้่ผลสำรวจของนีลเส็นระบุว่า Kopi Kenangan เป็นแบรนด์กาแฟ Top of Mind อันดับที่ 2 ในจาการ์ตาและปริมณฑล
ร้านกาแฟในนิยามของ Kopi Kenangan จึงไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเป็น Third Place เหมือนร้านกาแฟสมัยนิยมที่จัดสรรพื้นที่โอ่โถง และพรั่งพร้อมด้วยที่นั่งหลากสไตล์สำหรับให้คนมานั่งแฮงเอาท์ พบปะสังสรรค์ และทำงานกันนานๆ แม้จะมีหลายสาขาที่จัดสรรพื้นที่ดังกล่าวไว้ก็ตาม แต่แบรนด์นี้จะเน้นที่แก่นแท้ในรสชาติและคุณภาพของกาแฟ ผสานกับราคาที่ควักง่ายจ่ายสบาย และความสะดวกในการซื้อมากกว่า

ทั้งน่ี้ Kopi Kenangan เป็นภาษาอินโดนีเซีย แปลว่ากาแฟแห่งความทรงจำ‘ (Coffee of Memory) สื่อความหมายว่า ที่นี่พร้อมเสิร์ฟกาแฟที่จะทำให้คุณจดจำในรสชาติ ไม่ได้เน้นร้านรวงที่ใหญ่โต เพราะกลยุทธ์หลักคือ ออนไลน์ผสานเดลิเวอรี

จุดเริ่มต้นของร้านคือ ผู้ร่วมก่อตั้งเห็นโอกาสจากช่องว่างด้านราคาในตลาดกาแฟ ระหว่างกาแฟแบบซอง ราคาซองละประมาณ 0.1 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 บาท) และร้านกาแฟข้างทางที่ราคาถูกแต่ใช้เมล็ดกาแฟและเครื่องชงที่ไม่ดีพอ รวมถึงสตาร์บัคส์ที่มีราคาเฉลี่ยแก้วละ 2.5 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 78 บาท) จึงต้องการสร้างเซ็กเมนต์กาแฟระดับแมส คุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในท้องตลาด และนี่เป็น ‘Sweet Spot’ ที่หอมหวานและเป็นตลาดใหญ่ที่ Kopi Kenangan จับจองก่อนใคร ขณะที่อีกจุดขายสำคัญของ Kopi Kenangan คือ ความหลากหลายของเมนู และมีการเพิ่มเติมเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมสไตล์อาเซียนด้วย อาทิ ชาไทย ชานมไข่มุก ชาชัก 
ภายในระยะเวลา 8 เดือนนับตั้งแต่ให้บริการครั้งแรก ก็เปิดตัวแอปพลิเคชันสำหรับให้ลูกค้าสั่งซื้อเครื่องดื่มออนไลน์ล่วงหน้า และไปรับที่สาขาที่ต้องการ ซึ่งเป็นแนวคิดที่คล้ายกับ Luckin Coffee ของจีน และด้วยแนวคิด Grab & Go นี้ อันที่จริงก็มีเชนร้านกาแฟอื่นของอินโดนีเซียอย่าง Fore Coffee ใช้มาก่อนแล้ว

ผู้บริโภคอินโดนีเซียถือว่ามีองค์ความรู้เกี่ยวกับกาแฟเป็นอย่างดี หลายคนนิยมเลือกดื่ม Single Origin Coffee หรือกาแฟสายพันธุ์โดยเฉพาะเพียงสายพันธุ์เดียวที่นำมาคั่วออกให้ได้กลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสายพันธุ์นั้นๆ ซึ่งแหล่งเพาะปลูกในแต่ละแหล่งจะส่งผลให้รสชาติกาแฟมีความแตกต่างกัน นับเป็นเสน่ห์ที่เย้ายวนใจคอกาแฟตัวจริง

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Kopi Kenangan ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วก็คือเดลิเวอรีโดยใช้บรรจุภัณฑ์ของชานมไข่มุก เพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการนำส่ง

แม้แบรนด์จะไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขดีลที่แน่ชัดได้ โดยบอกเพียงว่าได้เงินจากการระดมทุนนี้มากกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (มากกว่า 623.28 ล้านบาท) และเริ่มเตรียมแผนที่จะขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ก่อนหน้านี้ระดมทุนได้ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 249.32 ล้านบาท) จาก Alpha JWC Ventures รวมถึงจาก Sequoia India จำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 623.28 ล้านบาท)

Kopi Kenangan
kopikenangan.co.id
โดย Edward Tirtanata ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Kopi Kenangan บอกกับ The Jakatar Post ว่า นอกจากเขาต้องการนำเสนอกาแฟคุณภาพ ที่มีความสดใหม่ และราคาจับต้องได้ให้ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียได้ดื่ม เขายังต้องการสร้างแบรนด์ที่เป็นตำนาน และก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติ ผงาดบนเวทีโลกให้ได้ นั่นจึงเป็นที่มาของการมองหานักลงทุนที่จะช่วยสร้างแบรนด์และนำพาเชนกาแฟท้องถิ่นอินโดนีเซียไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้
ภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี ปัจจุบัน Kopi Kenangan กลายเป็นเชนร้านกาแฟที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีแผนที่จะเปิดให้ได้ 650 สาขา ภายในเดืิอนธันวาคม 2020 และมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีกมากกว่า 1,000 สาขา ภายใน 2 ปี รวมถึงตั้งเป้าเปิดถึง 3,500 สาขาทั่วโลก ภายในเดือนธันวาคม 2024 และจะสยายปีกไปสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
entrepreneur.uai.ac.id

ต้องไม่ลืมว่าด้วยจำนวนประชากรอินโดนีเซียที่มีอยู่กว่า 273.5 ล้านคน คือ ผู้บริโภคจำนวนมหาศาล และเมื่อโฟกัสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมกว่า 666 ล้านคน ประชากรชนชั้นกลาง เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้มีฐานผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ไหนจะนับรวมบรรดา expat ที่อยู่อาศัยและทำงานในแต่ละประเทศที่มีจำนวนมาก โอกาสของ Kopi Kenangan จึงหอมหวนยิ่งนัก

ทั้งนี้ธุรกิจคาเฟ่และบาร์ในอินโดนีเซียเติบโตดี โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่รัฐบาลเพิ่มการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment :FDI) มีจำนวนคนต่างชาติที่อาศัยในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างจาการ์ตา ตันเกอรัง และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งพวกเขาเหล่านี้นำวัฒนธรรมการดื่มเข้ามาด้วย ขณะเดียวกันไลฟ์สไตล์ของเหล่ามิลเลนเนียลก็ช่วยเร่งเร้าให้ธุรกิจนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย

ยิ่งวัฒนธรรมการดื่มกาแฟกลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของผู้คนในอินโดนีเซีย ร้านกาแฟตั้งแต่แบบธรรมดาสามัญเรื่อยไปจนถึงร้านระดับพรีเมียมที่ตกแต่งในคอนเซ็ปต์ต่างๆ เฟื่องฟูอย่างรวดเร็ว แข่งกันนำเสนอรสชาติต้นตำรับที่หลากหลายจากผู้ผลิตกาแฟท้องถิ่นที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

Edward Tirtanata
Edward Tirtanata // www.magzter.com

ทำความรู้จัก Edward Tirtanata ผู้เขย่าตลาดร้านกาแฟชา อินโดนีเซีย

นอกเหนือจากเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Kopi Kenangan แล้วเขายังเป็นเจ้าของ Lewis & Carroll Tea ร้านชาระดับพรีเมียมซึ่งเป็นผู้นำในตลาดนี้ด้วย ซึ่่งเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนกันยายน 2015 และสินค้าที่ขายดีแบบถล่มทลายคือ เครื่องดื่มที่ีมีส่วนผสมของกาแฟ เขาจึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟโดยเฉพาะ แม้จะมีคู่แข่งมากหน้าหลายตา ทั้งเชนร้านกาแฟสัญชาติอินโดนีเซียด้วยกันเองที่มีทั้งแบรนด์เล็ก แบรนด์ใหญ่ เช่น Tanamera, Pison Coffee, Anomali Coffeeวมถึงเชนระดับโลกอย่างสตาร์บัคส์ ที่ปักหมุดในอินโดนีเซียตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2002
Edward แนะนำเคล็ดลับสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จว่า ต้องอ่านข่าวให้มาก รวมถึงบอกรับข่าวสารจากหลากหลายช่องทาง เพื่ออัปเดตสถานการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆ  โดยเขาได้ไอเดียในการเปิด Kopi Kenangan มาจากการอ่านข่าวเกี่ยวกับสตาร์ทอัพในจีน ขณะเดียวกัน เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจก็อย่าคิดแต่เรื่องลดต้นทุน สิ่งที่ควรเน้นคือการสร้างส่วนแบ่งการตลาด เพิ่มพลังของแบรนด์ในตลาดให้ได้ก่อน ส่วนการลดต้นทุนค่อยตามมาทีหลัง เพราะก่อนหน้าที่เขาจะประสบความสำเร็จ เคยเดินเกมธุรกิจผิดพลาดมาหลายครั้งแล้ว จึงไม่อาจแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งได้ เพราะไม่มีจุดขายเพียงพอที่จะดึงดูดลูกค้าได้ ที่สำคัญยังขาดการควบคุมคุณภาพกาแฟที่ดี เขาจึงแก้มือด้วยการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนเกือบทั้งหมดมาใช้ในการพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพและการขยายธุรกิจ

ไม่มีใครรู้หรอกว่าธุรกิจจะไปได้ดี หรือเพลี่ยงพล้ำ ดังนั้นคำขวัญประจำใจของเขาในการทำธุรกิจคือ เริ่มต้นเล็กๆ แต่เริ่มให้เร็ว ถ้าพลาดเร็วก็จะได้ไม่เจ็บตัวมาก พร้อมที่จะเริ่มต้นครั้งใหม่ได้ง่าย และอย่ากลัวที่จะล้มเหลว
ขณะเดียวกันเขายังเชื่อว่าคนเราสามารถเรียนรู้ได้ ดังนั้น บาริสต้าส่วนใหญ่ของ Kopi Kenangan จึงได้รับการฝึกฝนและเรียนรู้ในระหว่างการทำงานเพื่อเสริมสร้างทักษะความเชี่ยวชาญให้เพิ่มมากขึ้น

ที่มา :