จาก “กฎบอสแมน” ถึง “แบนเรือใบ” คารวะ Jean-Marc Bosman และ Rui Pinto “หัวหน้าคณะปฏิวัติ” วงการลูกหนังโลก! (ตอนจบ)

701

ความเดิมตอนที่แล้ว ผมนำร่องด้วยข่าวใหญ่ที่ยิ่งกว่า “ระเบิดภูเขา เผากระท่อม” ซึ่งกำลังสั่นสะเทือนวงการฟุตบอลยุโรปอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ ข่าวการ “แบนเรือใบ” หรือสโมสร “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ

โดย “สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป” หรือ “ยูฟ่า” ได้ตรวจพบหลักฐานการปลอมแปลงบัญชีรายรับ นำไปสู่คำพิพากษาในข้อหา “กระทำความผิดอย่างรุนแรง” ต่อ “กฎควบคุมการเงิน” หรือ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” นั่นเองครับ
ซึ่งผมตั้งใจจะเชื่อมโยงให้เห็น “ที่มาที่ไป” ของปมปัญหาดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นจากคุณูปการของ Hacker ผู้หนึ่งซึ่งมีนามว่า Rui Pinto แต่ก่อนจะพูดถึงเรื่องราวของคนที่ผมขอตั้งฉายาให้กับเขาว่า “นักปฏิวัติลูกหนังโลก” ในตอนนี้
Rui Pinto
Rui Pinto // Photo: Maria Feck/Der Spiegel // theblacksea.eu
ผมทิ้งท้ายบทความที่แล้วด้วยการ “สืบจาก Search” ย้อนอดีตไปสำรวจเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของ “นักปฏิวัติลูกหนังตัวพ่อ” นั่นคือ Jean-Marc Bosman
ส่วนในครั้งนี้ ก็จะขอแนะนำให้ “แฟนพันธุ์แท้” SALIKA ได้รู้จักกับ Rui Pinto แบบเต็มๆ ครับ
แม้ปัจจุบัน Rui Pinto กำลังถูกดำเนินคดีในฐานะ Hacker บันลือโลก ทว่า มีแฟนบอลจำนวนมากให้การสนับสนุนเขา ด้วยการขึ้นป้าย #FreeRuiPinto ในหลายสนามการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรป
แต่เชื่อว่า ณ ขณะนี้ แฟนบอลส่วนใหญ่ยังคงไม่รู้จักหน้าค่าตาหรือคุ้นเคยกับชื่อเสียงเรียงนามของเขาสักเท่าใดนัก

แม้ว่า Rui Pinto จะเข้าไปพัวพันกับ “คดีใหญ่” ในแวดวง “ลูกหนังโลก” มาแล้วอย่างน้อยก็ 2 เหตุการณ์ด้วยกัน นั่นคือ
  • หนึ่ง กรณี “คดีหนีภาษี” ของ Cristiano Ronaldo กัปตันทีมชาติโปรตุเกสของ “ยูเวนตุส ตูริน” แห่งศึกกัลโช่ เซเรียอา ซึ่งในตอนนั้น “เจ้าโด้” ยังสังกัดสโมสร “เรอัล มาดริด” แห่งศึก “ลา ลีกา” สเปน
  • สอง “คดีหนีภาษี” ของ José Mourinho หรือ The Special One ที่ขณะนั้นยังคงเป็นกุนซือคุมทีม “เรอัล มาดริด” อยู่เช่นกัน
“ที่มาที่ไป” ของทั้ง 2 คดีก็คือ การที่ Rui Pinto ได้ก่อตั้งเว็บไซต์ Football Leaks ขึ้น เพื่อรวบรวมและเปิดเผย “ข้อมูลลับ” ที่ได้จากการ Hack เอกสารและหลักฐานต่างๆ ของ “วงการฟุตบอลโลก” โดยเฉพาะ “แวดวงลูกหนังยุโรป”
ซึ่งนำไปสู่การดำเนิน “คดีเลี่ยงภาษี” อันโด่งดังของ José Mourinho และ Cristiano Ronaldo ที่ได้กล่าวถึงไปเมื่อสักครู่

ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นผลมาจากการที่เว็บไซต์ Football Leaks ของ Rui Pinto ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 ได้รวบรวมและเปิดเผย “ข้อมูลลับ” ที่ได้จาก Hack เอกสารและหลักฐานต่างๆ ของ “วงการฟุตบอล” มากถึง 70 ล้านชิ้นนั่นเองครับ!

นำไปสู่ “สมญานาม” ที่แฟนบอลทั่วโลกเรียกขาน Rui Pinto เสียใหม่ โดยเปรียบเปรยให้เขาเป็น Edward Snowden แห่งวงการฟุตบอล
ซึ่ง “แฟนพันธุ์แท้” SALIKA สามารถคลิกเข้าไปอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ Edward Snowden และปฐมบทของ Hacker “ตัวพ่อ” ได้ในบทความ 1984: ครบรอบ 70 ปี Big Brother is watching you! และ Q “ตัวจริง” ตัวละครลับ (ที่ไม่ลับ) ของ James Bond ที่ SALIKA ของเราแห่งนี้ครับ
Rui Pinto ปัจจุบันอายุ 31 ปี เขาเกิดและเติบโตในย่านชานเมืองของ “กรุงปอร์โต” ทางตอนเหนือของ “โปรตุเกส”

เขาอาจต่างจาก Edward Snowden ก็ตรงที่ไม่ได้ร่ำเรียนเขียนอ่านมาทางสาย IT เพราะ Rui Pinto ลงเรี่ยวลงแรงศึกษา “แฮกเกอร์ศาสตร์” ด้วยตนเอง

ทั้งๆ ที่ เขามีปูมหลังสวยหรู คือเป็นถึง “นักเรียนทุนของรัฐบาลฮังการี” ในสาขาประวัติศาสตร์ นำไปสู่การย้ายรกรากจาก “โปรตุเกส” มาลงหลักปักฐานที่ “ฮังการี” และหาเลี้ยงชีพด้วยการช่วยธุรกิจ “พ่อค้าของเก่า” ที่นั่น
ในวัย 23 Rui Pinto เคยโดนคดี Hack เงินจากธนาคารบนเกาะเคย์แมน จำนวน 300,000 ยูโรมาแล้วหนหนึ่ง
ผลพวงจากคดีดังกล่าว ทำให้เขาได้รับการสนับสนุนเอกสารลับมากมายในวงการ Hacker นำมาสู่การก่อตั้งเว็บไซต์ Football Leaks ดังที่ได้กล่าวไปนั่นเอง

แม้ปัจจุบัน Rui Pinto กำลังถูกดำเนินคดีในฐานะ Hacker บันลือโลก ทว่า มูลความผิดของเขาในครั้งนี้ หาใช่เกิดจาก “คดีในวงการฟุตบอล” แต่อย่างใดไม่ แต่มันกลับเกิดขึ้นจากความพัวพันกับ “คดีการเมือง”!

Football Leaks whistleblower Rui Pinto following the Budapest ruling this week, that sees him extradited to Portugal, pending an appeal (Photo: Rafael Buschmann) // theblacksea.eu
Rui Pinto ถูกจับกุมเมื่อเดือนมกราคมใน “กรุงบูดาเปสต์” ประเทศ “ฮังการี” ก่อนถูกส่งตัวไปยัง “โปรตุเกส” เจ้าของหมายจับจากข้อกล่าวหามากถึง 90 คดีความ โดยน้ำหนักส่วนใหญ่คือการ Hack ข้อมูลลับจากหลายองค์กร
กระแสข่าวหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า การที่เขาถูกเล่นงานในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเปิดโปงข้อมูลสำคัญจากแหล่งข่าวปริศนากว่า 700,000 ชิ้น หรือที่รู้จักกันในนาม Luanda Leaks ชื่อเรียกคดีทุจริตของเศรษฐีนีผู้ร่ำรวยที่สุดในแอฟริกาที่มีชื่อว่า Isabel dos Santos บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของ “อดีตประธานาธิบดีแองโกลา” José Eduardo dos Santos
ส่วนประเด็นซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาและข่าวใหญ่ที่ยิ่งกว่า “ระเบิดภูเขา เผากระท่อม” ซึ่งกำลังสั่นสะเทือนวงการฟุตบอลยุโรปอยู่ในขณะนี้ ก็คือ ข่าวการ “แบนเรือใบ” หรือสโมสร “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ
โดย “สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป” หรือ “ยูฟ่า” ได้ตรวจพบหลักฐานการปลอมแปลงบัญชีรายรับ
นำไปสู่คำพิพากษาในข้อหา “กระทำความผิดอย่างรุนแรง” ต่อ “กฎควบคุมการเงิน” หรือ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” ซึ่งเป็นผลพวงจาก “เอกสารของ Rui Pintoคนนี้นี่เองครับ!
หลังจากที่ Rui Pinto ได้ใช้ “เทคนิคการ Hack อย่างต่อเนื่อง” เพื่อ “รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัญญาของนักเตะในหลายๆ สโมสร” โดยเขาได้นำส่งเอกสารและหลักฐานต่างๆ จำนวนมากให้กับ “กลุ่มผู้ประสานงานข่าว Sive” หรือ “กลุ่มนักข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนแห่งยุโรป” (EIC Group) ในเวลาต่อมา
นำร่องโดย “คดีเลี่ยงภาษี” ที่โด่งดัง และสุดคลาสสิกของ José Mourinho และ Cristiano Ronaldo ดังกล่าว รวมถึงความผิดในโลกกีฬาอีกหลายกระทง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นหลักของชุดบทความ จาก“กฎบอสแมน” ถึง “แบนเรือใบ” คารวะ Jean-Marc Bosman และ Rui Pinto “หัวหน้าคณะปฏิวัติ” แวดวงฟุตบอลโลก!
นั่นก็คือการเปิดโปงข้อมูลทุจริตของ “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” กับการละเมิดกฎ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” ของ “สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป” หรือ “ยูฟ่า” ข้างต้นนั่นเองครับ!
นำไปสู่การตั้งฉายา Jean-Marc Bosman และ Rui Pinto ว่า “หัวหน้าคณะปฏิวัติ” วงการลูกหนังโลก!

อ่านบทความก่อนหน้าหรือยัง ถ้ายังตามลิงก์ด้านล่างนี้ไปได้เลยครับ

จาก “กฎบอสแมน” ถึง “แบนเรือใบ” คารวะ Jean-Marc Bosman และ Rui Pinto หัวหน้าคณะปฏิวัติวงการลูกหนังโลก! (ตอนแรก)