“เบอร์ห้า” ไม่ “บ้าเห่อ” “นวัตกรรม” กฟผ. ที่ “ไม่เคยตกยุค”

1062

นอกจากโครงการ “ตาวิเศษ” กับ Motto “ตาวิเศษเห็นนะ!” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง ซึ่งสร้างความฮือฮามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527

“ตาวิเศษ” เป็นโครงการดีๆ ของ “สมาคมสร้างสรรค์ไทย” ครับ
อีกโครงการหนึ่ง ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเป็น “แคมเปญรณรงค์” ที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้กันในบ้านเราก็คือ “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5”
ภายใต้โครงการ “ประชาร่วมใจ ประหยัดไฟฟ้า” ของ “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย” หรือ กฟผ. ที่ออกเผยแพร่ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2536 หรือ 10 ปีให้หลัง “ตาวิเศษ”
และต่อมาได้โอนภารกิจมาอยู่ภายใต้ “กระทรวงพลังงาน” ในปี พ.ศ. 2549 หรืออีกเกือบ 20 ปีต่อมา

“ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” ในช่วงแรก ออกตัวแรง ทรงอิทธิพล และสร้างการรับรู้ของประชาชนในวงกว้างเป็นอย่างมาก และพูดได้ว่าเป็นโครงการที่มีความยั่งยืนมาเกือบ 30 ปี

ทุกวันนี้ คนไทยทุกเพศวัยต่างก็รับรู้ และเชื่อมั่นใน Brand หรือ Logo เสมือนเป็นเครื่องหมายรับประกันความประหยัดไฟฟ้าของ “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” กันเป็นอย่างดีครับ!

หลังจากเปิดตัว “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” ที่เริ่มต้นด้วยการรับรองผลิตภัณฑ์ต่างๆ จำนวน 12 ชนิด ได้แก่
  • 1. ตู้เย็น (พ.ศ. 2537)
  • 2. เครื่องปรับอากาศ (พ.ศ. 2538)
  • 3. หลอดตะเกียบ (พ.ศ. 2539)
  • 4. บัลลาสต์ (พ.ศ. 2541)
  • 5. ข้าวกล้อง (พ.ศ. 2542)
  • 6. พัดลมไฟฟ้า (พ.ศ. 2544)
  • 7. หม้อหุงข้าวไฟฟ้า (พ.ศ. 2547)
  • 8. โคมไฟประสิทธิภาพสูง (พ.ศ. 2547)
  • 9. บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ ที 5 (พ.ศ. 2550)
  • 10. พัดลมส่ายรอบตัว (พ.ศ. 2551)
  • 11. หลอดฟลูออเรสเซนต์ ที 5 (พ.ศ. 2552)
  • 12. เครื่องรับโทรทัศน์และจอคอมพิวเตอร์ (พ.ศ. 2553)
ภายหลังได้มีการเพิ่ม เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า และเตารีดไฟฟ้า เข้าไปในรายการ
จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นโครงการที่ดำเนินการมาร่วม 30 ปี ทว่า หากพิจารณาประเภทผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องจำนวน 11 รายการ มีเพียง ข้าวกล้อง ที่ไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าแทรกอยู่ 1 รายการ

โครงการ “ข้าวกล้องเบอร์ 5” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2542 โดยก่อนหน้านี้ คนไทยนิยมบริโภคข้าวขาว ซึ่งต้องผ่านการขัดสีถึง 3 ครั้ง เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานในการขัดสี และยังทำให้สารอาหารหลายชนิดหลุดออกไปด้วย
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัสว่า ทรงต้องการให้คนไทยบริโภคข้าวกล้องเพื่อสุขภาพที่ดี
ภาครัฐจึงได้มีการก่อตั้งโครงการ “ข้าวกล้องเบอร์ 5 ดังกล่าวขึ้น

อาจกล่าวได้ว่า โครงการ “ข้าวกล้องเบอร์ 5” เป็นการ Re-startup แคมเปญ “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” หลังจากเปิดตัวโครงการใหญ่มาได้ 5 ปี ที่เริ่มจาก “ตู้เย็น” ในปี พ.ศ. 2537

โดยในปัจจุบัน ประชาชนได้รู้จักกับ “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานขั้นสูง (HEPs: High Energy Performance Standard)
นั่นคือ “ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง”
“ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง” อยู่ภายใต้การดำเนินการของ “กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน” หน่วยงานในสังกัด “กระทรวงพลังงาน”

ที่ได้ริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนถึง พ.ศ. 2558 ซึ่งได้ดำเนินการติด “ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง” ให้แก่ผู้ผลิตสินค้า 8 ประเภท ได้แก่
  • 1. เตาแก๊สความดันต่ำ
  • 2. เตาแก๊สความดันสูง
  • 3. กระจกเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
  • 4. ฉนวนใยแก้ว
  • 5. อุปกรณ์ปรับความเร็วรอบมอเตอร์
  • 6. มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส
  • 7. เครื่องยนต์แก๊สโซลีนขนาดเล็ก
  • 8. เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก
โดยในปัจจุบัน ได้มีการแตกแขนง ต่อยอด ด้วยการเพิ่มรายชื่อ “ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง” อีกมากมายหลายชนิด อาทิ “เครื่องอัดอากาศขนาดเล็กแบบลูกสูบ” “เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าอัตโนมัติชนิดใบพัดธรรมดา” “เครื่องทำน้ำร้อน” “หลังคากระเบื้อง” “อิฐมวลเบา” และล่าสุดกับ “สีทาผนังอาคาร”
นอกจากนี้ “กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน” หน่วยงานในสังกัด “กระทรวงพลังงาน” ยังได้มีการดำเนินโครงการ “ฉลากอนุรักษ์พลังงาน” เพิ่มเติมขึ้นอีกเพื่อให้สอดรับกับสภาวะปัจจุบัน
ได้แก่ “ฉลากอนุรักษ์พลังงาน” อีก 2 ลักษณะ กล่าวคือ “ฉลากอาคารอนุรักษ์พลังงาน” และ “ฉลากบ้านอนุรักษ์พลังงาน”
โดยทั้งสองหมวดหมู่ จะมีการจัดแบ่งออกไปอีก 3 ระดับ ได้แก่ “ระดับดี” (สีทองแดง) “ระดับดีมาก” (สีเงิน) และ “ระดับดีเด่น” (สีทอง)
ซึ่งในอนาคตข้างหน้า ผมคิดว่า “ฉลากประหยัดพลังงาน” และ “ฉลากอนุรักษ์พลังงาน” อาจขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มผู้ผลิตสินค้าประเภท “ยวดยานพาหนะ” โดยเฉพาะยานยนต์ หรือรถยนต์ และอาจมอบให้กับธุรกิจบริการในอนาคตอันใกล้

และล่าสุดยิ่งกว่าล่าสุดก็คือ มีการออก “ฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่” ขึ้น และเพิ่มเติม Feature ให้กับ “ฉลากเบอร์ 5 แบบเดิม” โดยได้เริ่มประกาศใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มกราคม ปี พ.ศ. 2562
อันประกอบไปด้วย การเพิ่ม QR Code สำหรับใช้งานบน Application ในโทรศัพท์มือถือ Label No.5 เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดสินค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการป้องกัน “สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน” ที่มีการ “ปลอมฉลากเบอร์ 5” นั่นเองครับ!
และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ดังได้กล่าวไป ว่าทาง กฟผ. ได้มีการประกาศใช้ “ฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่” ซึ่งมีถึง 4 รูปแบบด้วยกัน กล่าวคือ
  • 1. แบบไม่มีดาว ลักษณะเหมือนกับ “ฉลากเบอร์ 5 แบบเดิม” ทุกประการ
  • 2. แบบ 1 ดาว
  • 3. แบบ 2 ดาว
  • 4. แบบ 3 ดาว
โดยยิ่งดาวเยอะเท่าไหร่ การประหยัดพลังงานก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพประหยัดไฟมากขึ้นครับ!
และเช่นเคยครับ นอกจาก “ฉลากประหยัดพลังงาน” แล้ว กฟผ. ยังได้จัดทำ “ฉลากอนุรักษ์พลังงาน” ไว้สำหรับติดบนสินค้า “ที่ไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้า” อีกด้วย

เพื่อแสดงให้เห็นว่า “กระบวนการผลิต” สินค้าชนิดใด มีการ “ประหยัดพลังงาน” พูดอีกแบบก็คือ เป็นการ “ช่วยประหยัดไฟทางอ้อม”
อาทิ “เสื้อที่ไม่ต้องรีด” หรือ “เสื้อเย็นสบาย”
ทั้งหมดนี้ ถือเป็น Re-startup “ฉลากประหยัดพลังงาน” หรือ “เบอร์ห้า” ไม่ “บ้าเห่อ” ซึ่งถือเป็น “นวัตกรรม” กฟผ. ที่ “ไม่เคยตกยุค” เลยนะครับผม!