กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 ของเมืองที่มีศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุดใน AEC

735

เคยได้ยินชื่อรายงาน ดัชนีศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลของโลกประจำปี 2563 (Global Talent Competitiveness Index: GTCI) กันบ้างไหมคะ

รายงานฉบับนี้ อเด็คโก้ กรุ๊ป ผู้ให้บริการทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจร ร่วมกับ Google และสถาบัน INSEAD จัดทำขึ้น เพื่อให้เห็นว่า เมืองใด ประเทศใด มีศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุด

โดย GTCI วัดศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคล 6 มิติ ดังนี้

  • ปัจจัยส่งเสริมภายใน (Enable)
  • การดึงดูดคน (Attract)
  • การพัฒนาคน (Grow)
  • การรักษาคน (Retain)
  • ทักษะสายวิชาชีพ (Vocational & Technical Skills)
  • ความรู้ความสามารถในระดับสากล (Global Knowledge Skills) 

เมืองที่มีศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุด

การจัดอันดับเมืองในปีนี้ เมืองที่มีศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุด โดยมีคะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 คือ “นิวยอร์ก”
อันดับ 1 นิวยอร์ก
อันดับ 2 ลอนดอน
อันดับ 3 สิงคโปร์
อันดับ 4 ซานฟรานซิสโก
อันดับ 5 บอสตัน
สำหรับประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC “กรุงเทพมหานคร” เป็นเมืองที่ได้คะแนนมากเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม
อันดับ 1 สิงคโปร์
อันดับ 2 กรุงเทพมหานคร
อันดับ 3 กัวลาลัมเปอร์
อันดับ 4 จาการ์ตา
อันดับ 5 โฮจิมินห์ ซิตี้
อันดับ 6 มะนิลา

ศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคล

การที่กรุงเทพมหานครได้อันดับ 2 สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญด้านทรัพยากรบุคคลและโอกาสเติบโตสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจในภูมิภาค โดยตั้งแต่ปี 2561 กรุงเทพมหานครมีอันดับโลกที่สูงขึ้นทุกปี จากอันดับที่ 78 สู่อันดับที่ 65 และอันดับที่ 57 ในปัจจุบัน นำหน้า “กัวลาลัมเปอร์” เมืองหลวงประเทศมาเลเซีย 2 ปีซ้อน
ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย กล่าวว่า การที่ประเทศไทยมีคะแนนรวมสูงขึ้น แต่อันดับตกลง ทั้งนี้เป็นเพราะการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้ส่งผลให้ตลาดโลกต้องการแรงงานที่มีทักษะที่สูงขึ้นและหลากหลายขึ้น ดังนั้นเมื่อมาเทียบกับประเทศอื่นๆ ศักยภาพการแข่งขันของแรงงานไทยในตอนนี้จึงอาจยังไม่พอกับสภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน
GTCI 2020 Bangkok key indicators
Global City Talent Competitiveness Index (GCTCI) : Bangkok
“ไทยจึงควรเร่งพัฒนาทักษะให้กับประชาชนซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลในประเทศ ให้มีทักษะที่เป็นที่ต้องการในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านดิจิทัล ทักษะทางเทคโนโลยี ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะภาษาต่างประเทศ และทักษะทางด้านอาชีวะ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงการปฏิรูปการศึกษาและส่งเสริมค่านิยมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้แรงงานไทยมีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล”
นอกจากนี้ ธิดารัตน์ยังเผยปัจจัยเสริมภายในที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็น นโยบายภาครัฐ ความมั่นคงทางการเมือง อัตราการคอร์รัปชัน สภาพตลาดแรงงาน ความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ การส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการวิจัย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลของประเทศไทยทั้งสิ้น

รู้คะแนน ‘กรุงเทพมหานคร’ แล้ว อยากรู้คะแนน ‘ประเทศไทย’ บ้าง

เมื่อดูภาพรวมในระดับประเทศ ประเทศไทยมีคะแนนรวมที่ดีขึ้น โดยมีคะแนนอยู่ที่ 41.30 ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อนที่ได้คะแนน 38.62
แต่อย่างไรก็ตาม พัฒนาการของไทยยังช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยอันดับของประเทศไทยลดลงจากอันดับที่ 66 สู่อันดับที่ 67 จากปัจจัยด้านความรู้ความสามารถในระดับสากล ทักษะวิชาชีพ และปัจจัยส่งเสริมภายในที่มีอันดับสูงขึ้นในปีที่แล้วกลับมีอันดับลดลงทั้ง 3 ด้านในปีนี้ และคะแนนดังกล่าวส่งผลให้ อินโดนีเซีย แซงขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 65 และได้อันดับ 4 ใน AEC ไปครอง

GTCI 2020

GTCI-2020-report
หากต้องการอ่านผลสำรวจแบบเน้นไฮไลต์ ดาวน์โหลดได้ที่ Global Talent Competitiveness Index 2020 และสำหรับผลสำรวจฉบับเต็ม ดาวน์โหลดได้ที่ลิงก์ www.insead.edu

ยังมีการจัดอันดับใน ‘ระดับโลก’ เดาได้ไหม…ชาติใดที่ยืนหนึ่ง?

ส่วน GTCI ในระดับโลกที่รวม 132 ประเทศนั้น อันดับ 1 ยังคงตกเป็นของแชมป์เก่าอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ ตามมาด้วยอันดับ 2 สหรัฐอเมริกา อันดับ 3 สิงคโปร์ (ปีนี้หล่นลงมาอยู่ในอันดับที่ 3 เพราะถูกสหรัฐอเมริกาแซงไป) ส่วนอันดับที่ 4 คือ สวีเดน และอันดับ 5 เดนมาร์ก

 

Doing Business 2020 เสน่ห์ประเทศไทยในสายตานักลงทุน

พนักงานที่มีความรู้และทักษะ คือ “ทรัพย์สิน” (Human Asset) ไม่ใช่ “ต้นทุน”