ธุรกิจ “ขายรูปออนไลน์” อาชีพใหม่ “ที่ไม่ใหม่” ของชาว Gen Z

565

หลังการมาถึงของ “กล้องดิจิทัล” ทำให้ “ธุรกิจกล้องฟิล์ม” ต้องม้วนเสื่อ

“ธุรกิจกล้องฟิล์ม” ที่ “ขายฟิล์ม” เป็นหลัก ธุรกิจที่ปรับตัวได้ เช่น Fuji ก็เปลี่ยนไลน์การผลิตมาเป็นการผลิต “กล้องดิจิทัล”
ส่วนธุรกิจฟิล์มถ่ายรูปอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Agfa และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ Kodak เป็นอันพับฐาน
โดยเฉพาะ Kodak บริษัทเจ้าของ “ธุรกิจรูปถ่ายครบวงจร” สุดยิ่งใหญ่ ได้กลายเป็นกรณีศึกษาให้กับนักเรียนบริหารธุรกิจทั่วโลก ถึงเรื่องการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดในโลกของธุรกิจ
โดยกว่าที่ Kodak จะปรับตัวได้ก็ดูเหมือนว่าจะสายเกินไป โดยผมได้เคยลงรายละเอียดเอาไว้บ้างแล้วที่บทความ “DigiFilm การพบกันครึ่งทาง ระหว่าง Digital กับ Film”
รวมถึง “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร กลยุทธ์ Co-Branding ผ่าทางตันธุรกิจ” ทั้ง 2 ชิ้น เผยแพร่อยู่ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ครับ

เหตุการณ์ดังกล่าว จะว่าไปก็คล้ายกับกรณีที่เกิดขึ้นกับกล้อง Polaroid ที่เมื่อธุรกิจฟิล์มราคาถูกอย่าง Kodak, Agfa และ Fuji รุกคืบเข้าตีตลาด Polaroid ก็ฟุบไป

และ Polaroid ที่แม้จะกลับมาใหม่ในยุคดิจิตอล โดยวางสถานะเป็น Niche Market เหมือนกับกล้อง Lomo และ GoPro ทว่าก็ดูเหมือนชื่อเสียงจะมิอาจกลับมาเป็นดังเดิม
ในทางกลับกัน เมื่อ “ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ” สามารถพัฒนากล้องถ่ายรูปที่ติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์มือถือและค่อยๆ พัฒนาสมรรถนะของกล้องถ่ายรูปดังกล่าวให้ดีขึ้นตามลำดับ

“ธุรกิจกล้องดิจิทัล” ก็ดูเหมือนจะค่อยๆ เล็กลง กลายเป็น Niche Market ไปอีกธุรกิจหนึ่งในปัจจุบัน
การมาถึงของโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่หรือที่รู้จักกันในชื่อ Smart Phone ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับการติดต่อสื่อสารกันได้ “มากกว่าการรับเข้าและโทร.ออก”
ที่ในภาษา “ธุรกิจโทรศัพท์” เรียกว่า Non-Voice
“มากกว่าการโทรศัพท์” หรือ Voice นั้น หมายถึง “การสื่อสารโดยการใช้เสียงสนทนา” หรือ “การสนทนาทางโทรศัพท์ในรูปแบบปกติ”
ซึ่ง Smart Phone ได้เปลี่ยนโฉมหน้า “ธุรกิจกล้องดิจิทัล” และแม้กระทั่ง “ธุรกิจกล้องฟิล์ม” ที่ตายไปแล้ว อย่างสิ้นเชิง
เพราะเมื่อเราใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพแล้วสามารถส่งต่อให้กันได้อย่างทันที โดยไม่ต้องใช้เวลารอคอยการล้างและการอัดภาพในระบบกล้องฟิล์ม 2-3 วัน
หรือต้อง Load รูปจากกล้องดิจิทัลเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อส่งภาพต่อไปอีกทอดหนึ่งก็กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงหรืออย่างน้อย 15-20 นาที
โดยการเกิดขึ้นของ Smart Phone ได้ทำให้มีอาชีพหนึ่งเกิดขึ้นคือ “นักข่าวพลเมือง” ครับ

เพราะ “นักข่าวพลเมือง” สามารถถ่ายรูปเหตุการณ์และรายงานข่าวจากพื้นที่เกิดเหตุได้โดยไม่ต้องรอนักข่าวตัวจริง ซึ่งกว่าจะรับแจ้งเรื่อง และกว่าจะเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ภาพสำคัญก็ไม่เหลือให้ถ่ายแล้ว
อีกอาชีพหนึ่งซึ่งดูเหมือนว่า ไม่ว่าจะใช้ “กล้องฟิล์ม” หรือ “กล้องดิจิทัล” ก็สามารถจะประกอบอาชีพได้ ยิ่งหากใช้ Smart Phone ก็จะยิ่งสะดวก ก็คืออาชีพขายรูปให้กับบรรดา “ธุรกิจ Photo Stock”
อันที่จริง “ธุรกิจ Photo Stock” นั้นมีมานานแล้วนะครับ เพียงแต่ในช่วงเริ่มต้นนั้น จะมีก็แต่ “ตากล้องมืออาชีพ”
โดยเฉพาะผู้ก่อตั้งเว็บไซต์เกี่ยวกับ Photo Stock นั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็น “ตากล้องระดับมือโปร” แทบทั้งนั้น
กว่าจะผ่านมาจนถึงในยุคหลังๆ มานี้ ที่โลกของเราเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้มีความต้องการใช้รูปในลักษณะดิจิทัลแบบ Photo Stock มากขึ้นเรื่อยๆ

จนในบางครั้ง รูปถ่ายที่มีอยู่ของ Photo Stock เดิมๆ ไม่สามารถรองรับได้ความต้องการได้อย่างเพียงพออีกต่อไป
อันนำมาสู่การเปิดรับรูปถ่ายดิจิทัลจากบุคคลทั่วไป ซึ่งมีทั้งในลักษณะขายขาด หรือให้เช่าลิขสิทธิ์เป็นครั้งๆ หรืออาจมีระยะเวลาการเช่าเป็นช่วงๆ
อาทิ Shutter Stock Getty Images iStock Photo StockPhotoThailand 123RF เป็นต้น

สนนราคาการขาย และการให้เช่าภาพถ่ายดิจิทัลนั้น “สูงพอสมควร” สูงเสียจนทำให้คิดไปได้ว่า นี่คืออาชีพใหม่ที่บรรดาเว็บไซต์ Photo Stock ได้ Start-Up ให้คนยุคดิจิทัล

เปรียบไปก็เหมือนกับอาชีพ “นักข่าวพลเมือง” หรือการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook หรือ Facebook Live ที่ใช้เพียง Smart Phone เครื่องเล็กๆ
ทุกวันนี้ “ธุรกิจขายรูปออนไลน์” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ และกำลังเป็นที่นิยมของชาว Gen Z นั่นเองครับ!