ในยุคแห่งความเสี่ยง ‘ประกันชีวิต’ สำคัญแค่ไหน? ฟังคำตอบพร้อมเทคนิคเลือก ‘กรมธรรม์’ สำหรับคนทุกวัย

ที่ผ่านมาเมื่อพูดถึงการทำ ‘ประกันชีวิต’ คนทั่วไปมักมองว่าเป็นสิ่งไม่จำเป็น ยิ่งถ้ามีใครมาขายประกันไม่ว่าทางช่องทางใด หลายคนมักหาทางปฏิเสธโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดนานเลย

แต่มาในยุคนี้ที่ความเสี่ยงเข้ามาหาทุกชีวิตได้ทุกทิศทาง ยกตัวอย่าง ไวรัส COVID-19 ที่ระบาดอยู่ในตอนนี้ หรือ ภาวะโลกร้อน ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนไม่รู้ว่าจะเกิดมหันตภัยธรรมชาติขึ้นอีกเมื่อไร ไปจนถึงภัยรายวันที่ฉับพลันเกิดขึ้นได้ทุกรูปแบบชนิดที่คาดไม่ถึง

ทั้งหมดนี้ ทำให้คนยุคนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาทให้มากขึ้นอีก ซึ่งตัวช่วยที่จะมา “ผ่อนหนักให้เป็นเบา” หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับชีวิตของทุกคน นั่นคือ ‘ประกันชีวิต’ นั่นเอง
ทว่า การซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ไว้สักฉบับ ก็จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งดังที่เกริ่นข้างต้นว่า หลายคนยังคงมองว่าเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ยิ่งในยุค “ข้าวยากหมากแพง” และเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ ทัศนคติต่อการทำ ประกันชีวิต ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ผลสำรวจชี้ชัดพฤติกรรมคนไทย ตระหนักว่า ‘ประกันชีวิต’ จำเป็น แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ

หากอ้างอิงตามผลสำรวจล่าสุดของ SCB Economic Intelligence Center หรือ SCB EIC ก็สามารถฟันธงได้ค่อนข้างชัดเจนว่า “ปัจจุบันคนไทยที่ซื้อประกันชีวิตยังเป็นส่วนน้อย”

จากการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของภาคครัวเรือนไทย (Household Socio-Economic Survey หรือ SES) ล่าสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อประกันชีวิตของคนไทย ดังต่อไปนี้
  • ครอบครัวไทยที่ซื้อประกันชีวิต มีสัดส่วนน้อย
ครัวเรือนไทยที่มีรายจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต1 มีสัดส่วนเพียง 8.9% จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน และ 1.5 – 3 หมื่นบาทต่อเดือน มีสัดส่วนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 4.8% และ 8.2% ตามลำดับ
โดยสัดส่วนครัวเรือนที่มีรายจ่ายประกันชีวิต จะสูงขึ้นตาม ช่วงรายได้ เงินออม และโอกาสที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการซื้อประกันชีวิตที่มีมากกว่า
  • พฤติกรรมของครัวเรือนไทย ที่มีผลต่อการซื้อประกันชีวิต
หากครัวเรือนมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้ จะมีประกันชีวิตมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีลักษณะดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่ง มีบ้านเป็นของตนเอง (ทั้งที่มีและไม่มีภาระหนี้) สอง มีสมาชิกที่จบปริญญาตรีขึ้นไป สาม มีสถานะสมรส หรือ สี่ มีลูก
ทั้งนี้ แนวโน้มนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคตามช่วงชีวิต (life cycle) และผลส่วนหนึ่งอาจมาจากสาเหตุที่ว่า ถ้าทำประกันชีวิตพร้อมกับการขอสินเชื่อบ้าน จะได้รับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ดีกว่า
และครัวเรือนที่มีประกันสุขภาพ ก็มักจะมีประกันชีวิตด้วย สะท้อนถึงพฤติกรรมการป้องกันความเสี่ยงของครัวเรือน ที่มักจะทำประกันทั้ง 2 ด้านคู่กัน หรือซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทที่มีความคุ้มครองด้านสุขภาพรวมอยู่ด้วย
  • ตลาดธุรกิจประกันชีวิต ยังมีโอกาสในกลุ่มที่มีศักยภาพ ความมั่นคงทางการเงิน และกลุ่มที่มีความจำเป็น
มองให้ดี ในข่าวร้ายมีข่าวดีซ่อนอยู่สำหรับผู้ดำเนินธุรกิจขายประกัน เพราะจากสัดส่วนครัวเรือนไทยที่มีรายจ่ายประกันชีวิตที่น้อยเพียง 8.9% สะท้อนว่าครัวเรือนที่ยังไม่ซื้อมีอีกมากถึงกว่า 9 ใน 10 ซึ่งแน่นอนว่านี้คือกลุ่มลูกค้าของธุรกิจประกันภัยที่รอให้ไปเจาะตลาดนั่นเอง
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นในการมีประกันชีวิตเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับคนทำงานในครอบครัว โดยวัดจากสัดส่วนจำนวนสมาชิกครัวเรือนที่ไม่มีงานทำต่อจำนวนคนทำงาน หรือ อัตราส่วนการพึ่งพา (dependency ratio) จะพบว่า

“มีครัวเรือนไทยจำนวนมากถึง 6.8 ล้านครัวเรือน ที่คนทำงานต้องดูแลคนที่ไม่ทำงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป (dependency ratio มากกว่าหรือเท่ากับ 1) ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการมีประกันชีวิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดกับผู้ที่หารายได้มาจุนเจือครอบครัวนี้”

ดังนั้น ในบทสรุปของผลสำรวจที่ SCB EIC นำเสนอเกี่ยวกับการทำประกันชีวิต จึงชี้ทางทำตลาดให้กับธุรกิจประกันของไทยว่า “ยังมีอีกกว่า 1.3 ล้านครัวเรือนที่มี dependency ratio สูงและมีเงินเหลือพอแต่ยังไม่มีการซื้อประกันชีวิต ซึ่งอาจถือเป็นกลุ่มที่เป็นโอกาสทางการตลาดสำหรับผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์ได้”

ความรู้เรื่องการทำ ประกันชีวิต ที่ทุกคนควรเปิดรับ เพื่อเลือกแผนกรมธรรม์ที่เหมาะกับคนทุกวัย

ดังที่เกริ่นมาแล้วว่า ในยุคที่ทุกคนต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อชีวิต ต่อทรัพย์สิน แทบทุกวัน การมีกรมธรรม์ประกันชีวิต ที่เหมาะสมกับวัยและคุ้มครองความเสี่ยงที่แต่ละคนต้องเจอ กอดไว้ให้อุ่นใจสักฉบับ ก็เป็นเรื่องที่ไม่เลวทีเดียว
ทว่า ใครหลายคนอาจมีคำถามว่า แล้วควรเลือกซื้อ ประกันชีวิต อย่างไร เหมาะสมกับวัยและความต้องการของตน

บทความเรื่อง “มือใหม่…วางแผนซื้อประกันยังไงดี?” จากเว็บไซต์ aommoney.com ได้แนะนำเทคนิคสำหรับผู้ที่คิดจะซื้อประกันชีวิตมือใหม่ ซึ่งไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี มาบอกกัน
  • เลือกประเภทประกันชีวิต ต้องตอบโจทย์ทั้งความต้องการ & ความจำเป็น
ประกันชีวิตแบบพื้นฐานมีอยู่ 4 ประเภท และแต่ละประเภท ก็เหมาะกับเป้าหมายที่ต่างกันไป
  1. ตลอดชีพ : เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะยาว ไม่เน้นผลตอบแทน เพื่อความมั่นคงในชีวิตของคนที่เราดูแล เช่น สำหรับคนที่มีลูกเล็ก หรือคนที่ต้องการวางแผนสร้างหลักประกันให้กับครอบครัว
  2. ชั่วระยะเวลา : เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะสั้น-ปานกลาง ช่วง 10-20 ปี ไม่มีผลตอบแทน จะได้ผลประโยชน์ก็ต่อเมื่อเสียชีวิตเท่านั้น เพื่อความมั่นคงในชีวิตของคนข้างหลังอีกเช่นกัน เช่น คนที่มีภาระหนี้บ้าน หรือต้องการคุ้มครองลูกในวัยเรียน
  3. สะสมทรัพย์ : เหมาะกับคนที่ต้องการการันตีเงินออม ต้องการออมเงิน ไม่เน้นความคุ้มครองมากนัก มีทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว
  4. บำนาญ : เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนเกษียณ สร้างรายได้ที่แน่นอนส่วนหนึ่ง และรับเงินบำนาญหลังเกษียณ
  • สำรวจเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปีให้เหมาะสม
หลักการซื้อประกันชีวิตที่สำคัญที่สุดคือ “เราควรจะต้องมีความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันจนครบกำหนดระยะเวลาชำระเบี้ยโดยไม่ต้องใช้สิทธิเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบกำหนดสัญญา” จึงจะได้ประโยชน์สูงสุดจากแบบประกัน 
โดยทั่วไป สามารถคำนวณคร่าวๆโดยไม่ควรเกินประมาณ 10% ของรายได้ทั้งปี เช่น คนที่มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท เบี้ยต่อปีที่เหมาะสมอาจจะอยู่ที่ประมาณปีละ 30,000-40,000 บาท เพราะหากสูงกว่านี้ อาจจะเริ่มรู้สึกเป็นภาระที่หนักเกินไป และจะทำให้ไม่อยากจ่ายเบี้ยปีต่อๆไปได้ นี่เป็นเรื่องที่ต้องระวังให้มาก
  • เลือกแบบประกัน ที่มีข้อเสนอตรงใจ
แบบประกันบางแบบ จ่ายเบี้ยสั้น แต่เบี้ยประกันสูง ขณะที่ บางแบบจ่ายยาวแต่เบี้ยต่อปีไม่แพง แล้วยังมีบางแบบคุ้มครองยาว  หรือบางแบบไม่มีเงินจ่ายคืนเลย แต่ให้ความคุ้มครองสูง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าแบบไหนที่ตรงใจกว่า ก็ต้องลองเอาแต่ละลักษณะมาเปรียบเทียบกัน แล้วดูว่าแผนประกันชีวิตแบบไหนที่ตอบโจทย์เรามากที่สุด

ที่มา :


ยังมีอีกหลากหลายเทคนิค บริหารความเสี่ยงในยุคที่อะไรก็ไม่แน่นอนมาแชร์กัน

ทำความรู้จัก นวัตกรรมประกันภัย บริหารความเสี่ยงครบทุกมิติ คุณค่าที่ ‘ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ใน อีอีซี’ คู่ควร

การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดปรึกษา ‘หุ้นยนต์’

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าแบงก์ชาติ เผยเบื้องลึก ‘4 ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ’ และวิธีสร้างภูมิคุ้มกัน