ชื่อนักการเมืองที่กินพื้นที่ข่าวต่างประเทศตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมามากที่สุด คงไม่มีใครเกิน เรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน (Recep Tayyip Erdoğan) ผู้นำประเทศตุรกี
เออร์โดกัน สามารถที่จะเสนอภูมิรัฐศาสตร์ของชาติทุกวันจากชุดความคิดที่หลงยุคว่า ตุรกีนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม และยังไปผูกกับประวัติศาสตร์ของตนเองว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อาณาจักรออตโตมันได้ล่มสลายและลดอาณาเขตของตนเองลง โดยส่วนหนึ่งในนั้นคือ ประเทศซีเรีย ในปัจจุบัน
ความล้มเหลวด้านภูมิรัฐศาสตร์ มาจากการนิยามตนเองและการใช้กลยุทธ์ที่ผิดพลาด
กลยุทธ์ยืมจมูกคนอื่นหายใจ
ตุรกีใช้รัสเซียคานอำนาจสหรัฐในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในซีเรียและซาอุดิอาระเบียเพื่อสกัดกั้นอิสราเอล กลยุทธ์นี้นำมาใช้เพื่อตอบแทนรัสเซียที่ช่วยในการให้ข้อมูลการก่อรัฐประหารในตุรกี ซึ่งเพนตากอนให้การสนับสนุนโดยไม่เปิดเผย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตุรกีและสหรัฐนั้นให้การสนับสนุนนักรบไอเอสในการแบ่งสรรประโยชน์เรื่องของการยึดครองบ่อน้ำมันในซีเรีย และการให้ตุรกีเป็นแหล่งค้าขายน้ำมันโดยการขุดเจาะน้ำมันผ่านนักรบไอเอส ส่งผลให้ตุรกีได้รับผลประโยชน์มหาศาล
โดยราคารับซื้อน้ำมัน 10 เหรียญต่อ 1 บาร์เรล แต่ขาย 20 เหรียญต่อบาร์เรล และต้องรับผู้อพยพจากซีเรียมากกว่า 3.5 ล้านคน (ในส่วนนี้ก็เปิดตลาดรับซื้อขาย ‘ผู้อพยพชาวซีเรีย’ ในฐานะทาสบริเวณชายแดนอย่างเปิดเผย เพื่อจัดส่งไปยังผู้สั่งซื้อทาสในตะวันออกกลาง)
เออร์โดกันพยายามขู่ว่า จะออกจากนาโต้ โดยทดแทนการเสริมความมั่นคงทางอากาศด้วยการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ S400
หลังจากที่รัสเซียถูกรัฐบาลซีเรียขอร้องให้ไปช่วยยับยั้งนักรบกลุ่มไอเอส ซึ่งปรากฏผลของการสู้รบมากกว่า 4 ปี กองทัพซีเรียสามารถยึดครองพื้นที่กลับคืนได้มากกว่าร้อยละ 90 ของประเทศ

ปัญหาคือ ออร์โดกันต้องการส่วนแบ่งในฐานะรัฐที่มีอิทธิพลต่อซีเรีย คือต้องการเมืองอิดลิบในฐานะดินแดนที่ตนเองครอบครองไว้ในฐานะค่ายอพยพผู้ลี้ภัย แม้ว่าจะละเมิดข้อตกลงโซชิก็ตามทั้งที่รัสเซียและอิหร่านเห็นด้วยที่ต้องการให้ซีเรียนั้นแบ่งแยกมิได้ตามข้อตกลงดังกล่าว
เออร์โดกันจึงหันไปขอร้องให้เพนตากอนให้ความช่วยเหลือโดยนำเอาการติดตั้งแท่นยิงขีปนาวุธแพทริออตมาใช้เพื่อสกัดกั้นเครื่องบินรบของรัสเซียในการสนับสนุนการโจมตีนักรบอัลกออิดะห์ที่ตุรกีให้การสนับสนุน
รัสเซียไม่ให้ความสนใจการยื่นคำขู่ของเออร์โดกันว่าจะปิดช่องแคบบอสฟอรัสในการสนับสนุนยุทธปัจจัยเพราะประเมินแล้วว่านาโต้ไม่กล้าให้การสนับสนุน และที่สำคัญคือการละเมิดกฎบัญญัติของนาโต้ว่าด้วยการรุกรานสมาชิกนาโต้โดยศัตรูและรัสเซียสามารถใช้น่านฟ้าอิหร่านและอิรัคเข้าสู่ซีเรียได้
ตรงนี้เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของผู้นำไก่งวง เพราะเมื่อประเมินความสามารถของตุรกีในปัจจุบัน ในการคุ้มครองอธิปไตยของตนเองแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้อย่างอิสระในการตัดสินใจใช้สิทธิที่ตนเองให้การคุ้มครองทั้งเรื่องการทหาร นโยบายการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ ตุรกีเป็นแค่รัฐกึ่งอิสระในภูมิภาคและไม่ใช่ผู้เล่นหลักอย่างอิหร่าน
ทะลุพิกัดคลั่งชาติ

เบื้องหลังการตัดสินใจนโยบายต่างประเทศนั้นมาจากความละเมอคลั่งชาติในความทรงจำที่ต้องการขยายดินแดนของตนเองและมองว่าอาณาจักรออตโตมันในอดีตนั้นต้องกลับคืน ซึ่งในทางปฎิบัติดูแล้วทำได้ยากแม้ว่าตุรกีจะส่งเครือข่ายการค้าของตนเองเข้าไปมีบทบาทตามเมืองต่างๆ ที่ติดชายแดนอย่างในจอร์เจีย อาร์เมเนีย อิรัค และพยายามจะมีอิทธิพลในเอเชียกลาง แต่ปัญหาของตุรกีคือไม่ใช่ผู้เล่นหลักในภูมิภาค
กล่าวคือนักรบไก่งวงนั้นไม่เคยพิสูจน์ให้ประเทศต่างๆ เห็นว่าสามารถแก้ไขปัญหาสงครามให้ไปสู่สันติภาพได้ในพื้นที่มีการสู้รบ และที่สำคัญไม่ได้มีเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมการทหารที่สามารถขึ้นมาเทียบเคียงกับผู้เล่นหลักอย่างรัสเซียได้เลย
ล่าสุดได้ประกาศที่จะขุดเจาะแหล่งก๊าซธรรมชาติบนเกาะไซปรัส ซึ่งตุรกียึดครองตั้งแต่ปี 1963 แต่คาดว่าอียูอาจจะนำมาตรการคว่ำบาตรมาใช้ลงโทษ หากดำเนินการดังกล่าวจริง
ความไม่ชัดเจนด้านการดำเนินนโยบายแนวคลั่งชาติของเออร์โดกันนั้น อาจนำมาสู่ความไม่ไว้วางใจในเครือข่ายผู้นำระหว่างประเทศของตุรกีในไม่ช้า เนื่องจากไม่มีทั้งขีดความสามารถด้านการทหาร เศรษฐกิจ การเมือง และชัดเจนมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญการตัดสินใจด้านอธิปไตยของชาติจากการเจรจาต่อรองกับผู้เล่นหลัก
ความคลั่งชาติที่ต้องการครอบครองดินแดนประเทศอื่นๆ นั้น ยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และตุรกีได้พิสูจน์ว่า เป็นรัฐกึ่งอิสระที่ไม่สามารถกำหนดอธิปไตยได้ด้วยตนเอง โดยในกรณีของ เมืองอิดลิบ นั้นเห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด
นโยบายความคลั่งชาติที่นำมาใช้ในปัจจุบันนั้น น่าจะเป็นจุดจบของผู้นำแต่ละประเทศ อย่างในปัจจุบันก็ส่งผลให้ตุรกีประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างมาก
เนื่องจากความสามารถที่แท้ของพลพรรคไก่งวง คือ อุตสาหกรรมก่อสร้าง ช่างตัดเสื้อผ้า และผู้ปลูกมะเขือเทศ ซึ่งประเทศในภูมิภาคเดียวกันให้การยอมรับ…แต่ไม่ใช่นักรบ

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย
ทัศนะและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ ‘ตุรกี’ ที่เกี่ยวเนื่องกันและเคยลง SALIKA
ฟองสบู่ ‘อสังหาริมทรัพย์’ วิกฤตในตุรกีจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐบาลเออร์โดกัน










