ปรับมายด์เซ็ตเรื่อง ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ อย่างไร เพื่อให้ผู้หญิงยุคใหม่มูฟออนในองค์กรสายเทคได้มากขึ้น

141

หนึ่งในปัญหาระดับโลกที่สหประชาชาติกำหนดให้เป็นเป้าหมายซึ่งทั้งโลกต้องร่วมกันแก้ไขและสร้างความเปลี่ยนแปลง คือ Gender Equality หรือ ความเท่าเทียมทางเพศ ประจวบกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็น วันสตรีสากล (International Women’s Day) SALIKA จึงหยิบยก ความเท่าเทียมทางเพศ ในด้านการทำงานและอาชีพที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ผ่านแง่มุมที่เป็นประโยชน์ พร้อมข้อเสนอแนะจาก 2 ผู้นำหญิงมาบอกต่อ 


สำหรับประเทศไทย หากสังเกตบทบาทและหน้าที่การงานมาตลอด 2 ทศวรรษ จะเห็นว่า ผู้หญิงไทย ก้าวเข้ามามีบทบาทในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม นวัตกรรมด้านบริการ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและการแพทย์ นวัตกรรมเพื่อการเกษตร นวัตกรรมด้านไลฟ์สไตล์ ฯลฯ
ความเท่าเทียมทางเพศ
ธีรีสา มัทวพันธุ์
ยิ่งในยุคดิจิทัลด้วยแล้ว ธีรีสา มัทวพันธุ์ รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์องค์กร สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวถึงบทบาทในการทำงานของผู้หญิงในงานเสวนา The Rise of Female Startups & Innovators พลังหญิงไทยกับบทบาทนวัตเกิร์ลในการทำงานและผู้นำด้านสตาร์ทอัพ ว่า ข้อดีของการที่มีผู้หญิงเข้ามาทำงานในแวดวงนวัตกรรมเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ รวมทั้งบทบาทผู้นำองค์กร คือ เติมเต็มให้บริษัทและหน่วยงานนั้นสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยอธิบายว่า
“เนื่องจากผู้หญิงค่อนข้างมีพื้นฐานเรื่องการเข้าสังคมมากกว่าผู้ชาย มีการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ได้ค่อนข้างสูง ซึ่งการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะแทบทุกองค์กรโดยเฉพาะองค์ด้านนวัตกรรมต้องใช้คนขับเคลื่อนเป็นหลัก” 
ดังนั้น ในแง่ของการบริหารจัดการ การรับมือ รวมไปถึงการแก้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับองค์กร ผู้หญิงมักจะมีสติและมีแนวโน้มที่จะสามารถรับมือได้ดีกว่าผู้ชาย จึงทำให้ส่วนใหญ่การจัดการปัญหามักมีความยืดหยุ่น สามารถลดสภาวะความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างผู้ร่วมงานได้”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้หญิงจะมีข้อดีดังกล่าว แต่ การทำงานในแต่ละองค์ก็ยังจำเป็นจะต้องมีสัดส่วนของผู้หญิงและผู้ชายอย่างละเท่าๆ กัน เพราะจะส่งผลให้การทำงานลงตัวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละเพศย่อมมีความโดดเด่น มีความสามารถเฉพาะที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากัน ซึ่งจะช่วยสร้างประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมได้อย่างสมดุลในท้ายที่สุด

สิ่งที่ผู้หญิงยุคใหม่ต้องมี – ต้องเป็น

ธีรีสากล่าวถึงความท้าทายของผู้หญิง ในมุมของ การได้รับยอมรับ ว่า
“ความท้าทายของการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ หรือผู้มีบทบาทสำคัญของผู้หญิงในองค์กรนั้น คือการทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริง ไม่ใช่การยอมรับเพราะสังคมอยากให้องค์กรยอมรับ แต่จำเป็นจะต้องได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง ทั้งด้านความคิด การใช้ชีวิต โดยวิธีการที่จะทำให้เป็นที่ยอมรับได้นั้นจะต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนกับที่สิ่งที่กำลังทำอยู่ รู้ว่าต้องการสร้างอะไร  และเมื่อสร้างแล้วเกิดผลกระทบด้านบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตได้อย่างไร” 
จากนั้น รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์องค์กร NIA แนะสิ่งที่ผู้หญิงยุคใหม่ต้องมี-ต้องเป็น เอาไว้ดังนี้
  1. ต้องมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนและโดดเด่น โดยเฉพาะด้านภาวะความเป็นผู้นำ เพราะปัจจุบันสังคมกำลังมองหาผู้หญิงที่มีความรอบรู้ มีทัศนคติที่ดี มีการสื่อสารที่ดี 
  2. เปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา 
  3. สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ 
  4. ต้องมีความคล่องแคล่ว กระตือรือร้นที่จะหาความรู้ 
  5. เป็นผู้ที่สามารถมองเห็นอนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเมื่อเกิดปัญหาจะต้องสามารถแก้ไขได้ทันที 
“ไม่เพียงแต่เฉพาะสายนวัตกรรมและเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ในสายงานด้านอื่นๆ ก็จำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้เช่นเดียวกัน” ธีรีสากล่าวเพิ่ม

เปิดแนวทางลดช่องว่าง – สร้างความเท่าเทียมทางเพศ 

เพื่อลดช่องว่างระหว่างชายและหญิงในตลาดแรงงานและลดความไม่เท่าเทียมทางเพศ อันเนื่องมาจากสังคมไทยในอดีตให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยให้ผู้ชายเป็นผู้นำ เป็นช้างเท้าหน้า ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงทำได้เพียงอยู่บ้านเลี้ยงลูก แนวคิดนี้จึงส่งผลต่อโลกการทำงานในปัจจุบัน อาทิ การจ้างงาน การเข้าถึงค่าจ้าง เช่นการที่ผู้ชายได้เลื่อนตำแหน่งเร็วกว่าผู้หญิง ได้รับค่าจ้างที่มากกว่า ตลอดจนการรับผู้ชายเข้าทำงานเป็นส่วนใหญ่ หรือ การแบ่งแยกชนชั้น เพราะไม่เชื่อในศักยภาพของผู้หญิง จึงลดโอกาสการได้ทำงานชิ้นสำคัญ มีความไม่เชื่อมั่น ไม่ไว้วางใจ ผู้หญิงจึงไม่ได้เติบโตในหน้าที่การงานหรือสายงานอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะสายงานด้านเทคโนโลยี
ความเท่าเทียมทางเพศ leadership
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง
เมื่อวัฒนธรรมองค์กรหลายแห่งก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และผู้หญิงก็ยังขาดโอกาสหลากหลายด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จึงให้คำแนะนำในภาคปฏิบัติรวมถึงการปรับมายด์เซ็ต โดยเชื่อว่าจะช่วยให้ประเทศไทยและในระดับโลกมีผู้นำด้านเทคโนโลยีที่เป็นผู้หญิงมากกว่าเดิม ดังนี้
  • เปิดเวทีให้ผู้หญิงได้แสดงออกถึงศักยภาพและความสามารถที่ซ่อนอยู่ เช่น การจัดเวทีแข่งขันสตาร์ทอัพ 
  • การก่อตั้งกองทุนสำหรับผู้หญิงที่มีความตั้งใจเข้าสู่วงการธุรกิจนวัตกรรม 
  • การเผยแพร่คอนเทนต์และการประชาสัมพันธ์ผู้หญิงต้นแบบ (Role Model) เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเข้าสู่สายงานดังกล่าว 
  • ลดการจำกัดความว่า ผู้หญิงเหมาะสมกับบางอาชีพเท่านั้น เช่น แอร์โฮสเตส พยาบาล ครู แม่บ้าน 
  • ควรมีพี่เลี้ยงหรือครูฝึก (Mentor) ที่สามารถช่วยแนะนำว่า ศักยภาพของผู้หญิงแต่ละคนคืออะไร สิ่งใดต้องลด – เพิ่ม 

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับผู้นำหญิงที่ก้าวขึ้นมาบริการธุรกิจส่งแก๊ส ในบทความ กรณีศึกษาของผู้หญิงกับ Fingas นวัตกรรมบริการ ‘ส่งแก๊ส’ สำหรับคนเมือง


บทความแนะนำที่จะทำให้เข้าใจพลังของผู้หญิงในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและเรียกความเชื่อมั่นในระดับโลก

คลารา เซทคิน : ผู้ประกาศอิสรภาพให้ผู้หญิง คนที่โลกต้องจดจำ

‘ความเสมอภาคทางเพศ’ มีผลต่อองค์กรและนักลงทุนมากกว่าที่คุณคิด

เปิดผลวิจัย ‘เพศหญิง’ ออกจาก อาชีพ STEM จำนวนมาก เพราะอะไร