อุตสาหกรรมการบินกรำศึกหนัก พิษ COVID-19 กระทบทั่วถึง

อุตสาหกรรมการบินเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้าย เมื่อตัวเลขผู้โดยสารอาจลดต่ำที่สุดในรอบทศวรรษ และยิ่งหลังจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) เพิ่งประกาศให้ COVID-19 เป็น “ภาวะการแพร่ระบาดใหญ่ระดับโลก” (pandermic) เพื่อให้ทุกประเทศตื่นตัวและเตรียมยกระดับการรับมือวิกฤตนี้อย่างจริงจัง ยิ่งทำให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกทรุดหนักลง


Alexandre de Juniac, Geneal Director และ CEO สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ กล่าวว่า “ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการบินโลกในขณะนี้ เป็นเพียงปัญหาเล็กๆ ของปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก (Tips of the Iceberg) แม้เดือนมกราคม 2020 ที่ผ่านมา รายได้ผู้โดยสารต่อกิโลเมตร (Revenue Passenger-Kilometers: RPK) ยังคงเพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่หากเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของ RPK ในเดือนธันวาคม 2019 ที่เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ก็ถือว่าเป็นอัตราการเพิ่มที่ต่ำ”

“COVID-19 เป็นวิกฤตของโลก ที่กำลังทดสอบความเข้มแข็งและความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่นไม่ใช่แค่เฉพาะอุตสาหกรรมการเบิน แต่รวมถึงเศรษฐกิจโลกทั้งหมด”
หลังจากนั้นมีการแพร่ระบาดของโลกนอกจีน ยิ่งทำให้ผลประกอบการของบรรดาแอร์ไลน์ทั้งหลายดิ่งลง โดยรวมแล้วมีผลประกอบการต่ำกว่าช่วงวิกฤต SARS ถึง 25% เลยทีเดียว

โดย IATA ประเมินว่า ที่ผ่านมาเมื่อเกิดโรคระบาดขึ้น จะเข้าสู่ช่วงวิกฤตรุนแรงในระยะเวลา 1-3 เดือน และหลังจากนั้นจะคลี่คลายและฟื้นตัวกลับมาได้ในระยะเวลา 6-7 เดืิอน


COVID-19 พิษเยอะ ออกฤทธิ์สาหัสกว่า SARS

ในช่วงวิกฤต SARS ถือว่าเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบน้อยกว่านี้ เนื่องจากเมื่อปี 2003 จีนยังไม่มีอิทธิพลหรือมีส่วนแบ่งการตลาดในอุตสาหกรรมต่างๆ ของโลกมากเหมือนในปัจจุบัน เช่น ขนาดเศรษฐกิจของจีนคิดเป็นสัดส่วน 16% เมื่อเทียบกับ 4% ในขณะนั้น, การส่งออก–นำเข้า คิดเป็นสัดส่วน 13% จากเดิม 5%, การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็น 39% จาก 10% และการท่องเที่ยว จาก 5% เพิ่มขึ้นเป็น 18%
ขณะท่ี่ค่าโดยสารเครื่องบินได้รับผลกระทบหนัก คิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 113 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,566.6 พันล้านบาท) โดยตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และออสเตรเลีย ที่ยอดรายได้ในส่วนนี้ตกลงถึง 43% รองลงมาคือตลาดยุโรป ซึ่งประกอบด้วย อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ สวีเดน สหราชอาณาจักร สเปน นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ที่ร่วงไป 37% ขณะที่แคนาดาและสหรัฐอเมริกา ติดลบ 21%

การระบาดอย่างหนักหน่วงที่จีนในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2020 ทำให้หลายสายการบินทั่วโลกที่เปิดให้บริการเส้นทางไปยังประเทศจีนต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวตกลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะผู้คนหวั่นเกรงการการเดินทาง และลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นลง โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว
ไต้หวันและฮ่องกงที่มีเส้นทางการบินเชื่่อมต่อกับหลายเมืองของจีน รวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น เวียดนาม ไทย มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ต่างมียอดดังกล่าวตกลงเกินกว่า 60% ด้วยกันทั้งสิ้น

สายการบินอ่วม จากมาตรการยกระดับป้องกัน COVID-19 ของประเทศต่างๆ

ส่วนรายได้ผู้โดยสารต่อกิโลเมตร (Revenue Passenger-Kilometers: RPK) ของสายการบินในภูมิภาคเอเชียจะลดลง 13% ส่วนในภูมิภาคอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน หลังจากที่บางประเทศประกาศปิดประเทศไปแล้วอย่างอิตาลี (ส่งผลให้การบินไทยที่มีเส้นทาง ไป – กลับ กรุงเทพฯ –โรม ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างวันที่ 15 – 29 มีนาคม 2020 และเส้นทาง ไป – กลับ กรุงเทพฯ – มิลาน ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างวันที่ 13 – 30 มีนาคม 2020) และอินเดียที่ประกาศยกระดับมาตรการป้องกันด้วยการสั่งห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศ โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ วีซ่าทั้งหมดที่เคยให้ไปกับพลเมืองสัญชาติอื่นๆ ให้ระงับไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2020 โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12 นาฬิกา ของวันที่ 13 มีนาคม 2020 แต่ยกเว้นวีซ่าทางการทูต วีซ่าทางการ วีซ่าสำหรับสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศ วีซ่าทำงาน และวีซ่าโครงการ ส่วนไทยเองก็ประกาศมาตรการระงับ Visa on Arrival จาก 18 ประเทศ และอีก 1 เขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างไต้หวันด้วย รวมถึงยกเลิก Free Visa 3 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี เกาหลีใต้ และฮ่องกง
รวมถึงการที่สหรัฐอเมริกาประกาศให้พลเมืองของตัวเองทบทวนการเดินทางต่างประเทศ พร้อมกับประกาศห้ามเที่ยวบินจากยุโรปเข้าสหรัฐอเมริกา (ยกเว้นจากอังกฤษ) เป็นระยะเวลา 30 วัน แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมการบินโดยตรง เพราะข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2018 มีผู้เดินทางจากยุโรปมายังสหรัฐอเมริกากว่า 11 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 27% ของผู้เดินทางมาสหรัฐอเมริกาจากต่างประเทศ ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่ของสายการบินสหรัฐอเมริกามาจากเส้นทางยุโรป(รวมอังกฤษ) เช่นกัน โดยข้อมูลปี 2019 ระบุว่า United Airlines ทำรายได้จากเส้นทางยุโรป 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 233.7 พันล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 17% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ Delta Air Lines ทำรายได้จากเส้นทางยุโรป 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 202 พันล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 15% ของรายได้ทั้งหมด ส่วน American Airlines ทำรายได้จากเส้นทางยุโรป 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 145 พันล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 11% ของรายได้ทั้งหมด
แม้จะมีปัจจัยบวกจากการที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของสายการบิน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ ลดลง 13 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล (ราว 409 บาท/บาร์เรล) ก็ตาม ก็ถือว่ายังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากจริงๆ

ที่มา :