จาก No Homework School ถึง Flipped Classroom ไม่ต้องบินไปดูที่ “ฟินแลนด์” “ลูกนาคา” นำร่อง “โรงเรียนไร้การบ้าน” “บวรนิเวศ” ยุค “เขษมชาติ อารีมิตร”

653
บวรนิเวศเกรียงเดชเกริกก้องเกรียงไกร
มุ่งธำรงไว้เทิดเกียรตินาคา
เหลืองดำคือสีที่เราบูชา
แกร่งดั่งพยัคฆาแกล้วกล้าชาญณรงค์
บวรขจรเกียรติทั่วหล้า
ลูกบวรทั่วหน้าพึงประสงค์
สามัคคีร่วมรักร่วมธำรง
สร้างความมั่นคงสถาพร
ชาติเสือ ใจพระ รักหมู่รักคณะ
บวรนิเวศ  บวรนิเวศ บวรนิเวศ

บทความนี้อาจมีความเป็นส่วนตัวนิดหนึ่งตรงที่ผู้เขียนเป็น “ศิษย์เก่าบวรนิเวศ”
อย่างไรก็ดี ผู้เขียนคิดว่าข้อเขียนชิ้นนี้มีความเป็นส่วนรวม และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อแวดวงการศึกษาไทยไม่มากก็น้อยครับ
เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีข่าวคราวหนึ่งซึ่งน่าสนใจในวงการศึกษาบ้านเราไม่น้อย นั่นก็คือ “บวรนิเวศ ประกาศเป็นโรงเรียนปลอดการบ้าน”
ด้วยการประกาศนโยบาย “ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนวัดบวรนิเวศ: เป็นโรงเรียนปลอดการบ้าน No Homework School” ครับ

บวรนิเวศ ปฏิรูปการศึกษา

ผู้เขียนเชื่อว่า แฟนพันธุ์แท้ SALIKA ที่ติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวงการศึกษา คงจะคุ้นเคยกับคำว่า No Homework School กันอยู่บ้าง
เนื่องจากแนวคิดดังกล่าว เป็นที่พูดถึงในวงการศึกษาโลกมานานหลายสิบปี ซึ่งต้นแบบสำคัญก็คือประเทศ ฟินแลนด์ ดินแดนที่ได้ชื่อว่า มี “ระบบการศึกษา” ที่ “ดีที่สุดในโลก”
นอกจาก “ฟินแลนด์” แล้ว สิงคโปร์ ก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีนโยบายด้านการศึกษาที่น่าสนใจและมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งเช่นกัน ยังไม่นับ “นิวซีแลนด์” “ญี่ปุ่น” และ “เกาหลีใต้”
เขษมชาติ อารีมิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เล่าที่มาของนโยบาย No Homework School ว่า นโยบายนี้ เกิดขึ้นจากการระดมความคิดเห็น และได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับบวรนิเวศของเรา
บวรนิเวศ
เขษมชาติ อารีมิตร
“นโยบายนี้เกิดขึ้นจากการสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน รวมถึงการหารือกับเครือข่ายต่างๆ อาทิ ผู้ปกครอง สมาคมศิษย์เก่า และครูผู้สอน พบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วย และอยากให้โรงเรียนดำเนินโครงการดังกล่าวโดยเร็ว โดยเฉพาะนักเรียน ซึ่งพบว่า ทุกคนดีใจและเห็นด้วยเป็นอย่างมาก” ผอ.บวรนิเวศ กล่าว และว่า
ที่ผ่านมาโรงเรียนวัดบวรนิเวศมีการสั่งการบ้านจำนวนมาก ทำให้นักเรียนไม่มีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ เด็กต้องใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการทำการบ้านหลายวิชา เกิดความเครียดอย่างแน่นอน ยิ่งต้องตื่นมาเผชิญกับการมาเข้าแถวตอนเช้าเข้าไปอีก เมื่อเข้าชั้นเรียนส่วนใหญ่จึงหลับ
“ผมจึงมาคิดว่า การบ้านทำให้เด็กไม่มีความสุขกับการเรียน การบ้านทำให้พวกเขาทั้งเบื่อและเครียด ไหนจะต้องเข้าเรียนให้ครบทุกคาบ ไหนจะก็ต้องกลับไปทำการบ้านอีกมากมาย อีกทั้งการบ้าน ไม่ได้ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ หรือค้นคว้าสิ่งใหม่มากเท่าใดนัก”
ต้องยอมรับว่า เด็กส่วนใหญ่ลอกการบ้านมาส่ง ดังนั้น การบ้าน ไม่ได้ส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กได้อย่างแท้จริง “เขษมชาติ” กระชุ่น
นอกจาก No Homework School แล้ว อีกแนวคิดหนึ่งซึ่ง “ผอ.เขษมชาติ” นำมาปรับใช้ก็คือ ทฤษฎี Flipped Classroom
ผู้เขียนเคยนำเสนอบทความเกี่ยวกับ Flipped Classroom ใน SALIKA ของเราแห่งนี้มาแล้วหนหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อตอนว่า “Blended Learning ชั่วโมงนี้ดีที่สุด เหมาะสุดสำหรับผู้เรียนและผู้สอนในยุคดิจิทัล”
ความเสมอภาคทางการศึกษา Blended Learning
“ผอ.เขษมชาติ” บอกว่า “ห้องเรียนกลับด้าน” หรือ Flipped Classroom มีแนวคิดหลักคือการให้เด็กไปศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล และความรู้จากสื่อต่างๆ อาทิ Social Media แล้วนำกลับมาเสนอให้เพื่อนๆ ในชั้นเรียนได้ฟัง
“ครูของเรามีทำหน้าที่ตั้งโจทย์ ชวนคุย และเสนอแนะให้เด็กได้คิดได้เรียนรู้ โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีแบบฝึกหัดให้เด็กและผู้ปกครองกลับไปช่วยกันทำ โดยขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครองถ่าย Video Clip และส่งกลับมาให้ครูและเพื่อนๆ ดูใน Facebook กลุ่ม จากนั้น เพื่อนครู ผู้ปกครอง นักเรียน ก็จะเข้ามาช่วยกันดู Video Clip และร่วมกันประเมินผล”
“ผอ.เขษมชาติ” ชี้ว่า การประเมินดังกล่าว ไม่ใช่การชี้ถูกชี้ผิด ชี้ดีชี้ชั่ว แต่เป็นการ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน”
แม้ “โรงเรียนวัดบวรนิเวศ” จะไม่ใช่โรงเรียนชื่อดัง แต่ก็ไม่ใช่โรงเรียนที่มีเรื่องเสื่อมเสีย ตรงกันข้าม กลับเป็นโรงเรียนที่ศิษย์เก่าทุกคนภาคภูมิใจที่ได้เป็น “ลูกนาคา”
ความเป็นโรงเรียนแบบกลางๆ คือมีชื่อเสียงปานกลาง ทั้งด้านวิชาการ ด้านกิจกรรม เช่น กีฬา ทำให้สามารถปรับตัวในเรื่องต่างๆ ได้ไม่ยากทั้งทางวิชาการ และกิจกรรม
สมัยที่ผู้เขียนยังเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ “โรงเรียนวัดบวรนิเวศ” กิจกรรมหนึ่งซึ่งพวกเราตื่นเต้นคือฟุตบอลประเพณี “บวร-เซนต์” ระหว่าง “โรงเรียนวัดบวรนิเวศ” และ “โรงเรียนเซนต์คาเบรียล”
แม้ปัจจุบัน “โรงเรียนวัดบวรนิเวศ” จะมีจำนวนนักเรียนอยู่ในหลักร้อย เมื่อเทียบกับสมัยที่ผู้เขียนยังเรียนอยู่คือหลักพัน ทว่า ปริมาณไม่ใช่ปัญหาเรื่องคุณภาพ
เห็นได้จาก “ศิษย์เก่า บ.น.” ได้ออกไปสร้างชื่อเสียงในสังคม และเป็นบุคคลสำคัญของชาติมากมาย อาทิ “ไม้เมืองเดิม” The Impossible (“เศรษฐา ศิระฉายา” และ “วินัย พันธุรักษ์”) “พิศาล อัครเศรณี” “รอง เค้ามูลคดี” “สมจริง ศรีสุภาพ” (คิง) “อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง”
“ศาสตราจารย์ ดร.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์” “ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี” “ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์” “ปรีดา จุลละมณฑล” นักจักรยานทีมชาติ “สมพล คูเกษมกิจ” นักแบดมินตันทีมชาติ “ประมวล สภาวสุ” “จตุพร พรหมพันธุ์” “พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์”

การศึกษายุคใหม่มีลักษณะอย่างไร ติดตามได้ในบทความเหล่านี้

กระบวนทัศน์ e-Education ที่น่าศึกษา กับแนวทางการจัดการศึกษาของไทย

‘ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้’ กระบวนทัศน์ใหม่ ปฏิวัติการเรียนรู้ ส่งเด็กไทยให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

Arkki โรงเรียนจากฟินแลนด์ ดึงหลักสูตร Creative Education มาเปิดในไทย