‘ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ’ ตอบข้อสงสัย เรื่อง ‘ไวรัสโควิด-19’ พร้อมย้ำหลัก Social Distance ช่วยประเทศรอดได้

4710

“ทุกคนคือกลุ่มเสี่ยง มีสิทธิติดโรคได้เท่ากัน” คำยืนยันชัดเจนจากปากของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ได้มีเจตนาให้ทุกคนตื่นตระหนก หวาดกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าให้ทุกคนดูแลตนเองและคนรอบข้าง พร้อมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กักตัว หากมีอาการสุ่มเสี่ยง

โดยคำกล่าวข้างต้นมาจากคลิปให้ความรู้ประชาชน “9 คำถาม – ตอบ COVID-19 โดย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” ที่จัดทำโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่นำเสนอเนื้อหาที่มุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องจากปากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแก่ประชาชนทั่วไป แบบตรงประเด็นที่สุด
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ

9 คำตอบ จาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ นำไปปรับใช้ ดูแลตนเอง คนรอบข้างและสังคมให้ปลอดภัยจาก ‘ไวรัสโควิด-19’

Q : เดินสวนกับ ผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสติดโรคไหม?

A : การเดินสวนกันไปมา ไม่ติดโรค เพราะจริงๆแล้ว โรคนี้ติดทางฝอยละออง ถ้าไม่มีการไอจามออกมา โอกาสที่จะติด น้อยมาก โดยทั่วไปการพูดคุยกัน ถ้าอยู่ในรัศมี 1 เมตร แล้วคนพูดพูดเสียงดัง โอกาสที่ฝอยละอองจะมาถึงคู่สนทนาก็มีความเป็นไปได้
เพราะฉะนั้น เราจึงกำหนดระยะห่างว่า ถ้าเป็นไปได้ เราอยากให้มีระยะห่างอย่างน้อย 6 ฟุต หรือ 2 เมตร ในช่วงที่มีการระบาดของโรค เราจะเห็นได้ว่า ขณะนี้ ในประเทศจีน แม้กระทั่งการยืนเข้าคิว ยังมีการกำหนดระยะห่าง เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคนั่นเอง

Q : จับของที่ส่งมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ไหม?

A : การจับต้องสิ่งของโดยทั่วไป ที่ส่งมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ไม่ทำให้ติดโรคได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนหมั่นล้างมือ ก่อนที่จะจับต้องใบหน้า ไม่ว่าจะสัมผัสที่ตา จมูก หรือปาก

Q : ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาหรือไม่?

A : โดยปกติหน้ากากอนามัย เราจะใส่ไว้ให้กับคนป่วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ในกรณีที่คนปกติ ถ้าไปในที่ชุมชนหรือมีคนจำนวนมาก อย่างในรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือไปในงานที่มีคนเยอะๆ การใส่หน้ากากอนามัยป้องกันก็มีเหตุผล

Q : ในปัจจุบันมียาและวัคซีนสำหรับป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อโควิด-19 หรือยัง?

A : ในปัจจุบันเรารู้ว่าโรคนี้ระบาดมากในประเทศจีน ก็ได้มีการศึกษาวิจัย และใช้ยาในการรักษา ขณะนี้ก็เริ่มมีข้อมูลออกมาแล้วด้วยว่าจะมียาที่ใช้ต้านไวรัส หรือลดการติดเชื้อของไวรัสได้
ส่วนเรื่องของวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันเมื่อเกิดโรคระบาด นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ก็ร่วมมือกันในการพัฒนาวัคซีน แต่การพัฒนาวัคซีนอาจต้องใช้เวลามากกว่าการที่จะหายามารักษา เพราะฉะนั้นช่วงนี้ควรอดใจรอสำหรับวัคซีน

Q : ผู้สูงอายุมีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไป จริงหรือ?

A : ขอย้ำว่า โควิด-19 สามารถติดต่อได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เท่ากัน เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ คนเราทุกคนจะยังไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคนี้ จึงมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้เท่ากัน ว่าจะร่างกายแข็งแรง จะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ มีโอกาสติดโรคได้เท่ากัน แต่ความรุนแรงของโรคอาจจะแตกต่างกัน คนที่มีร่างกายแข็งแรงดีหรืออายุน้อย ความรุนแรงของโรคก็จะน้อยกว่าผู้ที่มีอายุมาก หรือมีโรคประจำตัวร่วมด้วย

Q : ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในระยะฟักตัว สามารถแพร่เชื้อได้?

A : จากข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันที่มีมาแล้วเป็นจำนวนมาก โรคติดเชื้อโควิด-19 มีระยะฟักตัวของโรค ตั้งแต่ 1 วัน จนถึง 14 วัน โดยมาตรฐานทั่วไป เราจะให้คนที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ เก็บตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน
แต่ในขณะนี้เริ่มมีข้อมูลออกมาว่าผู้ป่วยในระยะฟักตัวระยะท้ายๆ อาจจะติดโรคไปยังผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วยไม่มีอาการ โอกาสที่มีไอจามและมีฝอยละอองออกมามีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยกว่าผู้ที่มีอาการ
ดังนั้น ถ้าคนที่ไม่มีไอหรือจาม โอกาสที่จะแพร่กระจายโรคไปสู่ผู้อื่นจะมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามในกลุ่มเสี่ยงที่มาจากแหล่งระบาดของโรค เราก็อยากจะให้เก็บตัวไว้อยู่ที่บ้าน ปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคในกรณีที่เป็นโรค และควรกำหนดระยะห่างของบุคคล ระยะห่างกับคนในบ้าน ไม่ไปคลุกคลีหรือไม่ไปสัมผัส หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน

Q : ผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 หายแล้ว จะกลับมาเป็นอีกได้หรือไม่?

A : มีโอกาสที่ผู้ป่วยจะเป็นโรคนี้ซ้ำอีกได้หรือไม่นั้น ในปัจจุบัน ข้อมูลที่เราเห็นส่วนใหญ่มาจากการติดตามผลแค่เพียง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่โดยหลักการทางไวรัสวิทยา ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้ว ควรจะมีภูมิต้านทานที่ใช้ในการป้องกันไม่ให้โรคนี้กลับมาเป้นใหม่ได้ ต้องมีการศึกษาในระยะต่อไปว่าตัวไวรัสจะมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม
ขอยกตัวอย่างไข้หวัดใหญ่ ตัวไวรัสก่อโรคมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม เราจึงเห็นว่าผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ เมื่อหายแล้ว สามารถกลับมาเป็นแล้วเป็นอีกได้ เนื่องจากสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกปี แต่สำหรับโควิด-19 ขณะนี้เรายังไม่เห็นพฤติกรรมของไวรัสนี้เป็นแบบไข้หวัดใหญ่

Q : เชื้อโควิด-19 ติดจากคนสู่สัตว์และติดจากสัตว์สู่คนได้หรือไม่?

A : สัตว์เลี้ยงที่เราเลี้ยงกันอยู่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าสัตว์เลี้ยงจะติดเชื้อโควิด-19 จากคนได้ หรือเป็นพาหะของโรค เป็นตัวแพร่กระจายเชื้อโรค ถึงแม้ว่าจะมีรายงานว่ามีเชื้อที่สุนัข ประเทศฮ่องกง แต่เป็นการพบแค่ตัวเดียว การพบนั้นก็มีปริมาณไวรัสค่อนข้างต่ำ แต่ต้องหาหลักฐานต่อไปว่าสุนัขตัวนั้นติดเชื้อหรือเป็นการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสเข้าสู่ตัวสุนัข

Q : เชื้อไวรัสโควิด-19 ทนอากาศร้อนในไทยไม่ได้จริงหรือ?

A : โดยทั่วไปแล้วเชื้อไวรัสจะทนอากาศร้อนได้ไม่ดี หรือพูดง่ายๆ ว่าจะตายง่ายในสภาวะอากาศร้อน มากกว่าในสภาพอากาศชื้นหรือเย็น ก็เป็นความโชคดีของเราเพราะว่าโรคติดต่อทางเดินหายใจในบ้านเราจะพบน้อยในฤดูร้อน แล้วจะไปเริ่มพบมากขึ้นในฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

Q : คุณหมออยากฝากอะไรถึงคนไทยที่สุดในสถานการณ์การแพร่เชื้อโควิด-19 ช่วงนี้?

A : มีสื่อ Social media ออกมาค่อนข้างมาก มีผลทำให้ผู้เสพสื่อรู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์โรคระบาดที่น่ากลัว แล้วบางครั้งก็จะทำให้จิตใจของเรามีความกังวล นอนไม่หลับ มีความตื่นตัวตลอดเวลา ในกรณีพวกนี้ก็อาจจะมีความกระทบทางจิตใจเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นการเสพสื่อทั้งหลายจะต้องมีสติ และแยกแยะให้ได้ว่า สิ่งไหนเป็นความรู้ สิ่งไหนเป็นความเห็น เราควรศึกษา รับฟัง เอาความรู้นั้นนำมาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันในขณะนี้ย่อมดีที่สุด

Social Distance’ ข้อควรปฏิบัติ ที่ทุกคนในสังคมต้องจำใส่ใจ ถ้าไม่อยากให้คนติดเชื้อเพิ่มมากกว่านี้

ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง ที่ ‘ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ’ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาเน้นย้ำ นั่นคือ หลัก “Social Distance” หรือ “Social Distancing” หรือแปลได้ตรงตัวเลย คือ “ระยะห่างทางสังคม”
ตามหลักการแพทย์และการจัดการโรคระบาดแล้ว Social Distance เป็นหลักการปฏิบัติเพื่อควบคุมการระบาดของโรคที่คนในสังคมสมควรร่วมมือกันทำอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงควบคุมการแพร่เชื้อโรคต่างๆ

โดยหลักการนี้ยังนำมาใช้เป็นเหตุผลในการอธิบายว่า ทำไมในช่วงการระบาดของโรค จึงควรยกเลิก กิจกรรม มหกรรม หรือเทศกาลที่จะมีผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้คนไม่สามารถ รักษา “ระยะห่างทางสังคม” หรือ Keep social distancing ได้นั่นเอง

ที่ผ่านมา คุณหมอยง ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ว่า
“ระยะห่าง” ทั้งระยะห่างระหว่างบุคคล และสังคม ถือว่ามีความสำคัญมาก ในการลดการแพร่ระบาดของโรคระบาดในปัจจุบัน และถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ “โควิด-19” ระบาดลดลง”
“ทุกคนควรจำใส่ใจว่า เราทุกคนจำเป็นที่จะต้องมี Social Distance หรือ Personal Distance”
“ไม่น่าแปลกใจที่ในช่วงนี้เราจะเห็นว่า มีการงดการจัดประชุมนานาชาติ ประชุมระดับชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสและเพิ่มระยะห่าง Social Distance ในการลดการระบาดของโรค การประชุมที่ไม่จำเป็นก็ควรเลื่อนออกไป หรืองดการประชุม ใช้วิธีการอื่นแทน”

“ในส่วนของ Personal Distance ก็มีความจำเป็นยิ่ง ที่ช่วยลดการติดต่อของโรค เพราะในการพูดคุยถ้ามีฝอยละอองกระเด็นออกมา จะมาสัมผัสได้ในระยะ 1 เมตร”

“ระหว่างการระบาดของโรค จึงมีคำแนะนำว่า ถ้าจะให้ปลอดภัย Personal Distance ควรจะห่าง 2 เมตร หรือ 6 ฟุต เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อของโรค”
“สังคมไทย เป็นสังคมที่ดีอันหนึ่ง การทักทายเราใช้วิธีการ ไหว้ จะไม่ใช้วิธีการสัมผัส จับมือ กอด จูบ ก็เป็นการช่วยเพิ่ม Personal Distance ในการลดการกระจายของโรคระบาด”
“ถ้าหลีกเลี่ยง Personal Distance หรือ Social Distance ไม่ได้ ก็ควรใช้หน้ากากอนามัย และอย่าลืมใช้ alcohol Gel ช่วยอีกทางหนึ่ง”

ที่มา : คลิปให้ความรู้ประชาชน เรื่อง “9 คำถาม – ตอบ COVID-19 โดย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” จัดทำโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทาง Youtube


ฟังจากผู้รู้และบุคคลที่น่าชื่นชม กับมุมมองการรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่น่าสนใจ

‘ลี เซียนลุง’ สถานการณ์สร้างผู้นำที่โลกต้องการ นำชาวสิงคโปร์ต่อกร ไวรัสโควิด-19 ด้วยความกล้าหาญ

เปิดเส้นทางสายงานวิจัย ‘ไวรัสติดต่อจากสัตว์สู่คน’ ของ ‘ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤกษาดี’ นักเทคนิคการแพทย์ไทย ผู้ค้นพบ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตัวจริง

เมื่อฝันร้ายจากไวรัสโคโรนายังไม่ผ่านพ้น จีนจะโกออน ‘China 5.0’ ได้ไหม ฟังชัดๆ จาก ‘ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร’

ถึงยุค ‘ดูแลตัวเอง’ ด้วย ‘สมุนไพรไทย สร้างภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัสโควิด-19′ ตำรับ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยจากทุนเจ้าสัวซีพี เริ่มต้นที่ห้องปลอดเชื้อ Clean Room