จับตา GRABR จะมาตอบโจทย์ คนนิยม “ของหิ้ว” ยุค 2020 ได้หรือไม่?

701

สอดคล้องกับข่าวกรมศุลกากร ที่จะติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ “กระเป๋าคร่อมสายพาน” จำนวนกว่า 20 เครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งคาดว่าจะใช้งานได้ช่วงต้นปี 2563

ซึ่งในปีงบประมาณ 2562 ที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้จับกุมสินค้า Brandname เลี่ยงภาษี หรือเครือข่ายธุรกิจ “รับหิ้วของนอก” มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท!
ถือเป็นมาตรการ “ดับฝันนักหิ้ว” ครั้งสำคัญเลยทีเดียว!
หากย้อนกลับไปดูอดีตที่ผ่านมา สำนวนของ “ใส่มาใต้ท้องเครื่องบิน” หรือการ Pre-order ในยุคโบราณ ก่อนที่ธุรกิจขายของออนไลน์ หรือ e-Commerce จะเฟื่องฟูอยู่ในปัจจุบัน

ความรุ่งเรืองของบริษัทห้างร้านและธุรกิจส่วนตัวในลักษณะ SME เปิดแผงขาย “ของหิ้ว” มีมาก่อนหน้า Facebook Fanpage หรือ [email protected] “รับหิ้วของนอก” มาหลายสิบปี
บางธุรกิจเปิดเป็นลักษณะตลาดนัด ที่มีชื่อเสียงเก่าแก่เนิ่นนานและเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงคนนิยม “ของนอก” ต้องยกให้ “ตลาดลุงเพิ่ม” ตำนานแหล่งช็อปชื่อดังที่อยู่คู่กับแวดวงการบิน
ตั้งอยู่บริเวณหลังสำนักงานใหญ่การการบินไทย ที่ปัจจุบัน เพิ่ม Segment ของกินเลื่องชื่อ ก็ยังคงมีลูกค้าทั้งขาเก่าและขาใหม่ สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าไปอุดหนุนกันอย่างเนืองแน่น
ควบคู่กับ “ตลาดลุงเพิ่ม” ก็คงต้องย้อนอดีตไปที่ “ร้านเจ๊เล้ง” ตึกเก่า ที่เสมือนเป็นแหล่งรวมสินค้าสำหรับขาช็อปของนอก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
ก่อนที่จะย้ายมาเปิดอาคารใหม่ แม้ความนิยมจะลดลงไปตามยุคสมัย ทว่า ก็ยังมีแฟนพันธุ์แท้ที่ยังคงความเหนียวแน่นอยู่อย่างคึกคักเช่นกัน
ยังไม่นับร้านเล็กรวงน้อยหรือบูธอีกนับพันในพลาซาตามศูนย์การค้าชั้นนำ ที่เป็นชุมชนขนาดย่อม
และเป็นที่นัดพบปะสังสรรค์กันของบรรดา “คนรักของหิ้ว” ที่ชื่นชอบสินค้า Brandname ของแท้และดั้งเดิม
ทั้งมือหนึ่งและมือสอง ครอบคลุมความต้องการกับกองทัพสินค้านับหมื่นรายการ
ซึ่งหากหันมาดูสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากได้ริเริ่มธุรกิจแบบเดียวกันกับพ่อค้าแม่ขายรุ่นเก๋า ด้วยการเปิด Facebook Fanpage หรือ [email protected] “รับหิ้วของนอก” ขึ้นมาเป็นดอกเห็ด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่วงการ “รับหิ้วของนอก” กำลังจับตาดูกันอยู่อย่างใกล้ชิด ทั้งพ่อค้าแม่ขาย และขาช็อป ก็คือ การเข้ามารุกตลาดนี้ของ GRABR
แม้จะเป็นการจงใจตั้งชื่อเหมือนกับ GRAB ที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจ Logistics เป็นอย่างมาก
แต่ผู้สันทัดกรณีหลายคนชี้ว่า GRABR จะมาเติมเต็มห่วงโซ่ธุรกิจขนส่งอย่างครบวงจรได้

 

การเกิดขึ้นของ GRABR ทั้งในกระแสที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาทำธุรกิจ “รับหิ้วของ” ก็ดี หรือข่าวคราวการปราบปรามคนใน “วงการหิ้ว” จากหน่วยงานภาครัฐก็ดี ดูเหมือนจะเป็นเงื่อนจังหวะเวลาที่ “ลงตัวพอดี”

GRABR คือ Application ในลักษณะของ Peer-to-Peer Service เหมือนกับ AIRBNB และ UBER ทุกประการครับ
วัตถุประสงค์หลักของ GRABR คือการ “ซื้อขาย” หรือ “รับหิ้ว” สินค้าจาก “ต่างประเทศ”
ซึ่งมีการเปิดบริการให้ทั้ง “ผู้ซื้อ” หรือ “ผู้สั่ง” และในฝั่ง “ผู้ขาย” หรือ “ผู้หิ้ว”
ขั้นตอนการทำงานของ GRABR คือการลง “ประกาศความต้องการสินค้า” แล้วหากสมาชิกคนไหนที่กำลังท่องเที่ยวอยู่ในประเทศที่มีผู้ “ประกาศความต้องการสินค้า” นั้นๆ เปิดเจอพอดี และสนใจ “หิ้ว” ก็จะทำการตอบรับ การดำเนินธุรกิจกันนั่นเอง
ขณะเดียวกัน หากเราต้องการเปลี่ยนบทบาทเป็น “คนหิ้ว” ก็ทำได้ในทางกลับกัน คือหากเรากำลังท่องเที่ยวอยู่ในต่างประเทศ เราก็ต้องคอยเข้าไปดู “ประกาศความต้องการสินค้า” และหากเราต้อการทำธุรกิจ “หิ้วของ” เราก็ดำเนินไปตาม “ประกาศความต้องการสินค้า” และนำของมาส่ง และรับเงิน ได้เช่นกันครับ

ด้วยแนวคิดของ GRABR ที่ประกาศเอาไว้ว่า “Get Anything Delivered to You, On Demand, from Anywhere in the World.” หรือ “เรารับหิ้วทุกสิ่งจากทุกที่ที่คุณต้องการ”
จึงทำให้ เกิดคำถามขึ้นมา และน่าจับตา ว่า GRABR จะมาตอบโจทย์ คนนิยม “ของหิ้ว” ยุค 2020 ได้หรือไม่ ท่ามกลาง กระแสที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาทำธุรกิจ “รับหิ้วของ” รวมถึงข่าวคราวการปราบปรามคนใน “วงการหิ้ว” จากหน่วยงานภาครัฐในขณะนี้
อย่างไรก็ดี ยังมีการคาดการณ์ว่า มาตรการติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ “กระเป๋าคร่อมสายพาน” จำนวนกว่า 20 เครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในต้นปี 2563 ของกรมศุลกากร อาจไม่ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดได้อย่าง 100%

เนื่องเพราะผู้สัดทัดกรณีหลายรายชี้ตรงกันว่า การปราบปรามเครือข่าย “หิ้วของ” ยังมีช่องโหว่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นช่องทางของลูกเรือ หรือทูต ที่เมื่อลงเครื่องจะผ่าน “ช่องเอกสิทธิ์” หรือ Foreign Diplomats and Crew

ซึ่งหลายกรณี มีเพียงการ “สุ่มตรวจ” สัมภาระ หรือ “ไม่ตรวจเลย” เว้นแต่จะได้ “เบาะแส”
ส่วนใหญ่แล้ว เป็นที่ “รู้กัน” ว่า ถ้าเป็นลูกเรือคนไทย จะใช้ “ความไว้ใจ” ให้ “ปล่อยผ่าน” หรือบางครั้งอาจจะทำเป็น “ปิดตาข้างเดียว”
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สามารถสรุปฟันธงลงไปได้เลยว่า ธุรกิจ “รับหิ้วของนอก” หาใช่เพิ่งมาเกิดในปี 2020 แต่มีมานานตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหาแล้วนั่นเอง!
ปัญหาจึงมาขมวดอยู่ที่ว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะจริงจังและเข้มงวดกับงานนี้แค่ไหนนั่นเองครับ
และอย่าลืมว่า ที่ GRABR กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในบ้านเราขณะนี้ เพราะ GRABR เองก็ไม่ใช่องค์กร “ทำ มะ ดา”
GRABR มีข้อมูลในมือว่าประเทศไหนมีมูลค่าการฝากซื้อมากที่สุด?
แฟนพันธุ์แท้ SALIKA ไม่ต้องเสียเวลาเดาครับ
เพราะคำตอบที่ถูกต้องก็คือ…
ผ่าม พาม พ๊าม…
Thailand ของเรานั่นเอง!