‘Road trip ขับรถเที่ยว’ คลายเครียดระยะสั้น ช่วงโควิด-19 ระบาด กระจายรายได้ ต่อลมหายใจให้การท่องเที่ยว ใน EEC

759

ท่ามกลางความตึงเครียดและความหวาดวิตกของคนทั่วโลก กับการระบาดรุนแรงของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นตัวการสำคัญทำให้เศรษฐกิจทุกประเทศต่างหยุดชะงัก โดยเฉพาะภาคธุรกิจท่องเที่ยว ดูจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะนักเดินทางต่างยกเลิกแพลนเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมดลงอย่างฉับพลัน ซึ่งที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนต่างระดมสมองเพื่อหาไอเดียที่เหมาะสม เพื่อช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในประเทศไม่ให้จมดิ่งไปมากกว่านี้ โดยล่าสุด แนวคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวในแบบ ‘Road trip ขับรถเที่ยว’ คลายเครียดระยะสั้น ช่วงโควิด-19 ระบาด ก็เกิดขึ้น

ข้อดีที่เห็นได้ชัด คือ การได้ไปเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยว และได้พักในที่พักที่สงบเงียบ คนน้อย โอกาสเช่นนี้หาได้ไม่ง่ายนัก

ต่อมา ต้องยอมรับว่าการท่องเที่ยวด้วยวิธี ‘Road trip ขับรถเที่ยว’ เป็นวิธีที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยที่สุด
เนื่องจาก ถ้าผู้ร่วมทริปทุกคนปฏิบัติตามหลักการดูแลสุขภาพตนเอง และมีความรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคมที่ตนเองเดินทางไป เช่น กินร้อน ช้อนกลาง (หรือกินอาหารคนละจานแยกส่วนตัว) ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่และเจลแอลกอฮอล์ ใส่หน้ากากอนามัย รับรองว่าปลอดภัยตลอดการเดินทาง
และภูมิภาคที่วันนี้จะมาแนะนำให้เดินทางไปผ่อนคลายความเครียด นั่นคือ ภาคตะวันออก เพราะมีชัยภูมิที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกสบายด้วยมอเตอร์เวย์ มีเวลาแค่ เสาร์-อาทิตย์ ก็จัดทริปได้แล้ว

โอกาสกระจายรายได้ ต่อลมหายใจการท่องเที่ยวใน EEC และภาคตะวันออกของไทย

จากบทความของ ปุลวัชร ปิติไกรศร ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ SCB Economic Intelligence Center เรื่อง “EEC กับโอกาสในการกระจายรายได้การท่องเที่ยวในภาคตะวันออก” ได้ชี้ช่องทางการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่จังหวัดที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนำมาปรับใช้กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซาจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ด้วย

“ที่ผ่านมา รัฐบาลดำเนินนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างต่อเนื่อง โดยภาคตะวันออกถือเป็นภูมิภาคหนึ่งที่มีการกระจุกตัวของรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่แต่ในเมืองหลักมานาน”

ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปี 2019 แสดงให้เห็นว่ารายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 360,000 ล้านบาทใน 7 จังหวัดภาคตะวันออกนั้น กว่า 3 ใน 4 กระจุกตัวอยู่ในชลบุรีเพียงจังหวัดเดียว
ทั้งที่ นอกจาก จ.ชลบุรี แล้ว ภาคตะวันออกยังมีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค ทั้งกิจกรรมทางทะเลตามเกาะต่างๆ และชายทะเลซึ่งได้รับความนิยมอยู่แล้ว และแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก
เช่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดระยอง การท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจันทบุรีจากการเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้เศรษฐกิจของไทย
หรือจะเป็นการเดินทางไปสัมผัสกับความคึกคักของย่านการค้าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้วและตราด ไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่จังหวัดนครนายกและปราจีนบุรี
ปุลวัชร ปิติไกรศร ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ SCB Economic Intelligence Center เรื่อง “EEC กับโอกาสในการกระจายรายได้การท่องเที่ยวในภาคตะวันออก”
กอปรกับ ในปัจจุบัน มีการพัฒนาโครงข่ายถนนในภาคตะวันออกให้มีความเชื่อมโยงมากขึ้นภายใต้โครงการ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จึงถือเป็นโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกได้มากขึ้น
โดยเฉพาะด้วยการท่องเที่ยวแบบ ‘Road trip ขับรถเที่ยว’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่หลายประเทศนิยมใช้เพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปตามแนวเส้นทางการขับขี่ ที่ครอบคลุมหลายเส้นทางและหลายแหล่งท่องเที่ยวในหลายพื้นที่
และในการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ จะมีการแนะนำจุดแวะพักตามแนวเส้นทาง เพื่อกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนสองข้างทางและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ด้วย
ทั้งนี้ ประเทศที่ได้ชื่อว่า ประสบความสำเร็จในการจัดการการท่องเที่ยวแบบ road trip คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดย หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของสหรัฐฯ เริ่มวางแคมเปญนี้จากโครงข่ายทางหลวงระหว่างรัฐที่ครอบคลุมและโครงการ National Scenic Byway ซึ่งเป็นการรวบรวมเส้นทางที่เหมาะสำหรับการขับขี่เพื่อท่องเที่ยวกว่า 150 เส้นทางครอบคลุมพื้นที่ 46 รัฐเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางหลวง

โดยตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการนี้ คือ ประชาชนชาวสหรัฐฯและนักท่องเที่ยวต่างชาติมีทางเลือกในท่องเที่ยวแบบ road trip ที่หลากหลาย ทั้งถนนที่มีจุดเด่นด้านทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม ด้านประวัติศาสตร์ ด้านวัฒนธรรม ด้านกิจกรรมสันทนาการ ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดการใช้จ่ายและการกระจายรายได้ตลอดเส้นทาง

เปิดเส้นทาง ‘Road trip ขับรถเที่ยว’ ภาคตะวันออก กระตุ้นเศรษฐกิจ EEC ช่วงโควิด-19 ระบาด
คุณปุลวัชร ผู้เขียนบทความเรื่องนี้ ยังให้มุมมองน่าสนใจเกี่ยวกับการขับรถเที่ยวในภาคตะวันออกด้วยว่า
“ภาคตะวันออกของไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงของระบบการคมนาคมหลายประเภท และโครงข่ายถนนที่กำลังได้รับการพัฒนาในการแนะนำเส้นทาง road trip ได้ไม่ต่างกับต้นแบบในสหรัฐอเมริกาที่หยิบยกขึ้นมาเล่า”
โดยขอแนะนำเส้นทางขับขี่ที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวหลากหลายและพาดผ่านพื้นที่หลายจังหวัด เช่น ถนนสุขุมวิท-ถนนเฉลิมบูรพาชลทิตที่จะผ่าน จ.กรุงเทพฯ – ชลบุรี – ระยอง – จันทบุรี – ตราด ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้การท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และชลบุรีไปยังจังหวัดอื่นๆตลอดแนวเส้นทาง และอาจเป็นตัวอย่างในการจัดทำเส้นทางการขับขี่แนะนำในภูมิภาคอื่นๆ ของไทย ต่อไป
เพื่อเป็นไอเดียให้นักท่องเที่ยวชาวไทย เลือกเส้นทางขับรถเที่ยวในภาคตะวันออก เรามีเส้นทางมานำเสนอ โดยมุ่งเน้นไปที่เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวที่กำลังเงียบเหงาเพราะพิษโควิด-19 อยู่ในตอนนี้

  • ขับรถเที่ยว เปิดมุมมองเที่ยว พัทยาที่แตกต่าง
“พัทยา มีดีมากกว่าแค่ทะเล” จากคำกล่าวนี้ เราขอต่อยอดไปแนะนำ เส้นทางการท่องเที่ยวตามรอยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งภาคตะวันออก
โครงการป่าสิริเจริญวรรษ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535 โดยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนของนักท่องเที่ยว
และถ้ามากันเป็นกลุ่ม ที่นี่ก็มีกิจกรรมเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ให้เลือกทำ อย่างกิจกรรมยิง EM Ball ที่ช่วยบำบัดน้ำและให้ปุ๋ยกับบัว กิจกรรมเดินป่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สร้างฝายชะลอน้ำ ทำโป่งเทียม เป็นต้น
และยังเยี่ยมชม ตลาดจีนโบราณชากแง้ว ที่เคยเป็นย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน โดยคนจีนโพ้นทะเล จีนแต้จิ๋ว อพยพย้ายเข้ามาอยู่บริเวณบ้านชากแง้ว สร้างเป็นบ้านเรือนตึกแถวไม้แบบเก่า ซ่อนเสน่ห์ของความคลาสสิค ประวัติศาสตร์อันยาวนานในอดีต กับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยและจีนที่ผสมผสาน และอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

  • สัมผัสวิถีถิ่น วิถีไทย หนองปรือ และหนองปลาไหล แห่งเมืองพัทยา
ชุมชนหนองปลาไหล จังหวัดชลบุรี เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตของชาวนาภาคตะวันออกไว้ได้เป็นอย่างดี
ชุมชนนี้เกิดมาควบคู่กับการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาที่เติบโตไม่หยุด ทว่าในตอนนี้ที่เมืองพัทยาเงียบเหงาเพราะพิษโควิด-19 ชุมชนนี้ก็ยังคงเสน่ห์วิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่รอให้ทุกคนไปค้นหาไม่เปลี่ยนแปลง
เพราะที่นี่มีพื้นที่ทำนาข้าวในชุมชนหลงเหลืออยู่กว่า 190 ไร่ ทำให้ชาวนาในพื้นที่มีแนวคิดที่จะรักษาผืนนาผืนนี้ไว้ จนเกิดการรวมกลุ่มของคนในชุมชน เพื่อนำเสนอวิถีชีวิตชาวนาท้องถิ่นผ่านรูปแบบการท่องเที่ยว ทั้งกิจกรรมดำนาวันแม่ (ในช่วงเดือนสิงหาคม) เกี่ยวข้าววันพ่อ (ในช่วงเดือนธันวาคม) เป็นประจำทุกปี
ส่วนชุมชนหนองปรือ เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ตั้งรกรากมากว่า 200 ปี โดยมีกิจกรรมเด่น คือ บ้านโขนหนองปรือ ที่ฝึกหัดโขนให้แก่เด็กๆ ในชุมชน ได้เรียนรู้ศิลปะการแสดงแบบไทยและมีกิจกรรมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองทำ เรียนรู้เรื่องท่ารำโขนและนุ่งโจงเบน การปักผ้าสำหรับชุดแสดงโขน เป็นต้น

  • เรียนรู้ในป่าชายเลนผืนใหญ่ ทุ่งโปรงทอง แห่งเมืองระยอง
“ทุ่งโปรงทองอยู่ห่างจากตัวเมืองระยอง 67 กิโลเมตร ขับรถมาตามเส้นสุขุมวิท วิ่งตรงไปทางแกลง-จันทบุรี ห่างจากแยกแกลงประมาณ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามป้ายบอกทางปากน้ำประแส ช่วงโค้งผ่านโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม มีป้ายบอกทางเข้าทุ่งโปรงทองซ้ายมือ (เป็นซอยข้างวัดตะเคียนงาม) เลี้ยวเข้าไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร”
เพียงแค่นี้ ก็จะถึง ผืนป่าชายเลน แหล่งเรียนรู้วิถีชุมชนปากน้ำประแส จังหวัดระยองแล้ว โดย ทุ่งโปรงทอง เป็นป่าชายเลนที่ถือได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดระยอง มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6,000 ไร่
ความสวยงามที่นี่เป็นที่เลื่องลือของคนที่ได้เดินทางไปสัมผัสแล้ว ที่นี่มีสะพานไม้เป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนแสมภู่ทอดตัวลอยเหนือป่าโกงกางระยะกว่า 1 กิโลเมตร เมื่อได้เดินไปตามสะพานนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่เหนือยอดไม้ ยิ่งยอดไม้นี้ถูกแสงแดดส่องกระทบจะมองคล้ายกับทุ่งสีทองอร่ามตาสมชื่อ ทุ่งโปรงทอง
ว่ากันว่าในช่วงพระอาทิตย์กำลังขึ้นหรือช่วงบ่ายแก่ๆ เป็นช่วงเวลาที่ทุ่งโปรงทองจะงดงามเป็นที่สุด

ที่มา : บทความ เรื่อง “EEC กับโอกาสในการกระจายรายได้การท่องเที่ยวในภาคตะวันออก” โดย ปุลวัชร ปิติไกรศร เผยแพร่ในเว็บไซต์ SCB Economic Intelligence Center


พักวางความเครียด มาอ่านมุมมองดีๆมีประโยชน์นำมาปรับใช้ดูแลตัวเองช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดนี้

C-commerce เทรนด์ช้อปใหม่ โดนใจนักช้อปไทย ช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด

เปิดบทเรียนว่าด้วย ‘โอกาสหลังวิกฤต โควิด-19’ ของธุรกิจจีน พร้อมแนะแนวทางต่อยอดธุรกิจไทย ในวันฟ้าหลังฝน

ถึงยุค ‘ดูแลตัวเอง’ ด้วย ‘สมุนไพรไทย สร้างภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัสโควิด-19′ ตำรับ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร