“ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ” จาก Slowbalisation ถึง Stagflation จากพิษ COVID-19 โลกจะก้าวเดินอย่างไรต่อ?

859

มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 17 มีนาคม 2563 เข้มข้นไปด้วยมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัส COVID-19

โดยจะมีการสั่งการ “ปิดพื้นที่เสี่ยงบางส่วน” ของ “กรุงเทพฯ” และ “ปริมณฑล” รวมจำนวนทั้งสิ้น 14 วัน ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 31 มีนาคม นี้
และมีการประกาศ “มาตรการ 6 ข้อ” เพื่อ “ป้องกัน” และ “ลดโอกาส” การแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูงนั้น

“ให้มีการปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย”
ซึ่ง “มาตรการ 6 ข้อ” ประกอบด้วย
  1. ด้านมาตรการด้านสาธารณสุข
  2. มาตรการด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน
  3. มาตรการ ด้านข้อมูล การสื่อสารข้อมูลต่างๆ ของรัฐบาลมาจาก 2 แหล่ง ได้แก่
  • 3.1 กระทรวงสาธารณสุข
  • 3.2 ศูนย์ข้อมูล COVID-19
  1. มาตรการด้านต่างประเทศ
  2. มาตรการด้านการป้องกัน
  3. ด้านมาตรการช่วยเหลือเยียวยา
ต้องยอมรับว่า แม้จะมีการออก “มาตรการ 6 ข้อ” ที่ครอบคลุมและรัดกุมกับสถานการณ์ด้านสังคม

ทว่า สำหรับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 ที่ไม่เพียงส่งผลกระทบกับประเทศไทย แต่กำลังสร้างผลสะเทือนไปทั่วทุกมุมโลก!

ดัชนีชี้วัดสำคัญคือ “ภาพสนามบินขนาดใหญ่” และเป็น “ท่าอากาศยานสำคัญของโลก” กำลังร้างไร้ผู้คน!

จากข่าวคราวความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ ทำให้ผมนึกถึงศัพท์คำหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจของโลก
นั่นก็คือแนวคิด Slowbalisation ครับ
Slowbalisation เป็นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ของ Adjiedj Bakas นักอนาคตวิทยาชาวฮอลแลนด์ เจ้าของหนังสือ Capitalism & Slowbalisation (2015)
Adjiedj Bakas บอกว่า เมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์ และระบอบสังคมนิยม กำลังค่อยๆ จางหายลงไป “โลกาภิวัตน์” หรือ Globalization ก็ได้ขับเคลื่อนเข้าสู่ “ระยะของการสร้างจุดเปลี่ยนใหม่” ใน “ศตวรรษที่ 21”
ขณะนี้ “ทุนนิยม” ดูเหมือนจะเป็น “ระบบเศรษฐกิจเพียงแบบเดียว” ที่เหลืออยู่ Adjiedj Bakas กล่าว และว่า
“รูปแบบดั้งเดิม ที่บรรดาประเทศมหาอำนาจใช้ในการปกครองโลก ที่ผ่านมานั้น ขึ้นอยู่กับ 2 พลัง หรือตัวแปร 2 ตัว หนึ่งนั้นคือ “ตลาด” และสองก็คือ “รัฐ”
“กลไกดังกล่าว ได้แบ่งนักเศรษฐศาสตร์ออกเป็น 2 ฟาก ฝ่ายแรก ได้พากันร้องขอระบบการค้าเสรี ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งก็ขอร้องให้มีการแทรกแซงจากรัฐ” Adjiedj Bakas กระชุ่น
เขากล่าวต่อว่า แต่ในขณะนี้มีตัวแปรเกิดใหม่ที่มีพลังมาก และกำลังเพิ่มอิทธิพลขึ้นเรื่อยๆ
นั่นคือ การมาถึงของคำว่า Digital นั่นเองครับ
Adjiedj Bakas บอกว่า การเกิดขึ้นของ Digital ได้เปลี่ยน “ผู้บริโภค” ให้กลายเป็นทั้ง “ผู้บริโภค” และ “ผู้ผลิต” ในเวลาเดียวกัน

ดูเหมือนว่า ในขณะนี้ “รัฐ” และ“ตลาด” ได้สูญเสียอำนาจในการควบคุมสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้โลกาภิวัตน์กำลังเดินช้าลง เขากล่าว และว่า

“โลกาภิวัตน์” ได้ชะลอตัวมาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน ที่สภาวะทางการค้าของโลกได้ลดลงจาก 61% ในปี ค.ศ. 2008 เหลือแค่ 58% ในปี ค.ศ. 2019 Adjiedj Bakas สำทับ

“โดยเฉพาะหากพิจารณาจากผลกำไรของบรรดาบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ลดลงจาก 33% ในปี ค.ศ. 2008 เหลือ 31% ในปี ค.ศ. 2019 ก็ยิ่งทำให้เราต่อ Jigsaw ได้ไม่ยากว่า “โลกาภิวัตน์กำลังเดินช้าลง”

Adjiedj Bakas เฉลยว่า ความช้าลงของโลกาภิวัตน์เกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก กล่าวคือ
  1. ต้นทุนในภาคการผลิต นับวันก็ยิ่งจะสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างทบทวี และไม่มีวันที่จะกลับมาต่ำได้เหมือนเดิมอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนภาษีและค่าขนส่ง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบ
  2. การเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจภาคบริการ ที่ทั้งหมด ได้กลายมาเป็นการมุ่งเน้นการแข่งขันกันเองมากจนเกินไป
“เมื่อ “ธุรกิจภาคบริการ” หรือ Services Economics เริ่มมีจำนวนมากขึ้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนทางธุรกิจทั่วโลก
“โดยเฉพาะเศรษฐกิจจากประเทศเกิดใหม่ต่างๆ หรือ Emerging Economies ชาติเหล่านี้ได้พากันริเริ่มสรรหาสิ่งต่างๆ ที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต พวกเขามีแนวความคิดที่เป็นอิสระของตัวเอง และพึ่งพาตัวเองมากขึ้น…” Adjiedj Bakas บอก
ครับ, หากเรานำเอาคำว่า จาก Slowbalisation ของ Adjiedj Bakas มาจับกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว
ทำให้ผมอยากนำเสนอศัพท์ใหม่ที่สะท้อนถึงสภาวะทางเศรษฐกิจในขณะนี้ ยุคที่โลกของเรากำลังร่วมมือกันต่อสู้กับ COVID-19
นั่นก็คือ คำว่า Stagflation ครับ

Stagflation เป็นคำที่ผสมขึ้นมา ระหว่างคำว่า Stagnation ที่หมายถึง ภาวะ “เศรษฐกิจชะงักงัน” หรือ “ตกต่ำ” กับคำว่า Inflation หรือภาวะ “เงินเฟ้อ”

ซึ่งโดยปกติแล้ว ภาวะ “เศรษฐกิจชะงักงัน” กับภาวะ “เงินเฟ้อ” นั้นเป็นอิสระต่อกัน

ทว่า ในห้วงเวลานี้  ภาวะ “เศรษฐกิจชะงักงัน” กับภาวะ “เงินเฟ้อ” ได้เกิดขึ้นพร้อมกันในระบบเศรษฐกิจโลกจากพิษ COVID-19

อย่างไรก็ดี Stagflationnเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 ซึ่งในขณะนั้น สินค้าและบริการ “มีราคาสูง”
ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ “มีไม่มากพอ”
Stagflation ในยุค 1960 จึงส่งผลให้เกิด “สภาวะว่างงาน” ขึ้นทั่วทุกมุมโลก กลายเป็นวิกฤตการณ์อันสุดแสนจะเลวร้าย นำมาสู่ปัญหาทางสังคมนานัปการ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Stagflationnเป็นตัวฉุดรั้งการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจโลกต่อมานานนับ 10 ปีเลยทีเดียว
สภาพปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดจาก Slowbalisation ถึง Stagflationn“ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ” จากพิษ COVID-19 แล้วโลกจะก้าวเดินอย่างไรต่อ?
แม้ว่ารัฐบาลประเทศชั้นนำหลายชาติ กำลังพยายามกอบกู้สภาวะทางเศรษฐกิจไม่ให้ตกต่ำไปกว่าที่เป็นอยู่
ทว่า ปัญหา Stagflationnทำท่าว่าจะขยายตัวเป็นวิกฤตใหญ่ในอีกไม่ช้า

Adjiedj Bakas บอกว่า ทั้ง Slowbalisation และ Stagflation กำลังเติมเชื้อไฟให้กับกลุ่มที่ไม่พอใจ “ความเป็นโลกาภิวัตน์” มากขึ้นเรื่อยๆ

เนื่องจากพวกเขาคิดว่า ไม่เคยได้อะไรจาก “โลกาภิวัตน์” เลย ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

“จากนี้ไป ทั่วทั้งโลกมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างชนชั้น จนนำไปสู่ความแตกสลายของทุกฝ่าย อันเป็นผลพวงมาจากความขัดแย้งระหว่าง Slowbalisation กับ “โลกาภิวัตน์”
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Stagflation นั่นเองครับ!

พิษจาก Covid-19 ส่งผลกระทบต่อโลกและต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง SALIKA รวบรวมไว้ในบทความเหล่านี้

อุตสาหกรรม MICE ระส่ำ บิ๊ก อีเวนท์ระดับโลกป่วน ยกเลิก-เลื่อน กันถ้วนหน้า เซ่น COVID-19

‘ธุรกิจท่องเที่ยว & โรงแรม’ ที่กำลังซบเซา จะขยับตัวอย่างไรในภาวะวิกฤตโควิด-19

อุตสาหกรรมการบินกรำศึกหนัก พิษ COVID-19 กระทบทั่วถึง