หมอชาวอังกฤษที่ติด COVID-19 เผย ไวรัสทำลายเศรษฐกิจมากกว่าชีวิตคน เพียงดูแลตัวเองดีๆ มีความตระหนักรู้แต่ไม่ตระหนก

2171

ตัวเลขผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการระบาดของโควิด-19 ยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในฟากยุโรป ส่วนไทยเราเองก็กำลังปริ่มอยู่ระหว่างระยะที่ 2 กับระยะที่ 3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการบริหารประเทศกับความร่วมมือของผู้คนในสังคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ระดมอาจารย์แพทย์ชั้นนำเข้าหารือ จัดทัพรับมือและมีการเตรียมการหลายเรื่องไว้อย่างดี!


การพบผู้ติดเชื้อขยายจำนวนและขยายพื้นที่มากขึ้น ทั้งแบบกลุ่มก้อนและเฉพาะตัว จนถึงวันนี้ผู้ติดเชื้อมากกว่า 200 คนแล้ว และยังเฝ้าระวังอีกกลุ่มใหญ่ แต่อัตราการตายยังคงที่อยู่ 1 คน งานนี้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการสาธารณสุขของไทย ทำงานหนักกู้วิกฤตการณ์ครั้งนี้อย่างน่าชื่นชมยิ่ง!

คณะบุคลากรในระบบการแพทย์และสาธารณสุขไทย เป็นกลุ่มที่วันนี้ทำงานหนักประสิทธิภาพสูง เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ทั้งการเฝ้าระวัง การตรวจ การรักษา และการติดตาม ฯลฯ ด้วยว่าโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่ส่งผลร้ายกับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติพันธุ์ ทุกอาชีพ ทุกสีผิว และทุกฐานะ ไม่ว่าจนรวย!

การฝ่าวิกฤตครั้งนี้ต้องฝ่าข้ามด้วยความรู้ ความเข้าใจ มีวินัยรับผิดชอบทั้งต่อตัวเองและต่อสังคมอย่างจริงจัง! การออกมาปั่นสร้างกระแสการเมือง หรือโผล่มาสร้างข่าว-สร้างเรื่องเลอะเทอะ รวมทั้งตำหนิกันไปมา จะไม่ช่วยอะไรเลย!
การจัดการที่มุ่งมั่นเข้มแข็งของประเทศจีนเป็นบทเรียนสำคัญ พอๆ กับการวางแผนรับมือที่ดีของผู้นำไต้หวันที่ “เอาอยู่” ตั้งแต่ต้นมือ! ชี้บอกโลกว่า การบริหารจัดการที่ดี มีความรู้เท่าทัน มีแผนงานที่มีประสิทธิภาพ กระจายความรู้-ข้อมูลสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนรับรู้ เข้าใจ และมีส่วนร่วม เป็นความเคลื่อนไหวที่จะฝ่าวิกฤตไปได้ไม่ยาก ถ้าได้เรียนรู้บทเรียนของ 2 ประเทศข้างต้น!
มีอีกกรณีที่น่าสนใจคือ เมื่อ 17 มีนาคม 2563 เว็บไซต์เดลี่เมลและเดอะซันรายงานว่า แพทย์หญิง แคลร์ เกราดา (Clare Gerada) คุณหมอที่รักษาอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือแพทย์ GP อายุ 60 ปี อดีตประธาน Royal College of GPs ได้เล่าอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ที่คุณหมอเจอเข้ากับตัวเองเมื่อสัปดาห์ก่อนและต่อสู้จนหายมาแล้ว!
หมอชาวอังกฤษที่ติด COVID-19 Clare Gerada uk
Dr. Clare Gerada
คุณหมอเกราดา อยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เล่าอาการป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ว่าอาการจะไม่เหมือนกับการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ตอนแรกคิดว่าเป็นอาการเจ็ตแล็กจากการเดินทางด้วยเครื่องบินข้ามเขตเวลา โดยกลับจากประชุมที่นิวยอร์กมาได้ 3 วัน ตอนแรกรู้สึกโล่งอกคิดว่าหนีไวรัสโควิด-19 มาได้ เพราะเป็นช่วงที่ทางนิวยอร์กประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินรับมือโควิด-19 พอดี

วันรุ่งขึ้นก็ไปทำงานตามปกติ จนเช้าวันอังคาร หมอรู้สึกค่อนข้างเหนื่อย เริ่มมีอาการไอแห้งๆ ตอนแรกก็ยังคิดว่าเป็นเจ็ตแล็ก แต่ต่อมาก็เจ็บคออย่างรุนแรงเหมือนมีคนเอามีดมาปาดคอ

จากนั้นไข้ขึ้นสูงจนสั่นสะท้าน ปวดเมื่อยตามข้อ ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอกจากการไอ และหมดแรง ขนาดไม่มีแรงพอจะก้มเก็บเงินที่ทำตกลงบนพื้นต่อหน้าได้ ต่อมาก็นอนซมบนเตียงนานถึง 6 วัน ลุกแค่ตอนจะไปเข้าห้องน้ำเท่านั้น

คุณหมอเล่าว่า ตอนเริ่มเจ็บคอหนัก มีไข้สูง ฉุกคิดว่าอาจติดไวรัสโคโรนา? แต่ก็แปลกที่ตัวเองไม่รู้สึกกลัว เพราะไม่เคยมีประวัติปัญหาสุขภาพมาก่อน ปกติแข็งแรงดี เดินเยอะ แต่ก็ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งหนึ่งเพราะป่วยหนัก ไข้สูง นอนอยู่บนเตียงถึง 6 วัน แต่ทั้งที่ป่วยก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยงเลย
“ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายฉันสามารถต่อสู้กับเชื้อได้ จึงเข้าใจดีว่าทำไมคนถึงกังวลกับโควิด-19 ซึ่งจริงๆ แล้วผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะรอดเช่นเดียวกับฉัน”
คุณหมอบอกต่อว่า วิธีต่อสู้กับโควิด-19 ของเธอคือ กินยาพาราเซตามอลทุก 8 ชั่วโมง กินซุปไก่และน้ำมะนาว เมื่อตอนที่โรงพยาบาลโทรศัพท์มาแจ้งผลการตรวจว่าติดโควิด-19 นั้น ไข้เริ่มลดลงแล้ว อาการไอหายไป เริ่มรู้สึกดีขึ้น และไม่ต้องกินยาพาราเซตามอลอีก เธอเริ่มทานอาหารได้อีกครั้ง แม้จะไม่มาก (กรณีการรักษาโควิด-19 ปัจจุบันการแพทย์ทั่วไปจะรักษาตามอาการของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสภาพของผู้ป่วย)

ตอนคุณหมอป่วยจากเชื้อโควิด-19 มีการป้องกันการติดเชื้อจะลามไปถึงสามี จึงแยกห้องนอนกันและไม่ใช้ห้องน้ำร่วมกัน ถ้วยชามที่ใช้ทานอาหารก็นำไปล้างทันที จนวันนี้สามีก็ไม่ได้ป่วย แม้อยู่ในบ้านเดียวกัน เขาใช้เพียงผ้าพันคอของทีมฟุตบอลที่เขาชอบพันรอบใบหน้า ปิดปากปิดจมูกเท่านั้น!

คุณหมอเกราดา บอกว่า ในฐานะที่เป็นแพทย์มา 35 ปี ได้เห็นเรื่องราวที่น่ากลัวมามาก ทั้งการระบาดของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยติดเชื้อซาร์ส ฯลฯ แต่ไวรัสโคโรนาสร้างความหวั่นวิตกให้แก่ผู้คนและสังคมมากเกิน และที่จริง มันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่า!

การที่คุณหมอออกมาเล่าประสบการณ์ที่ตัวเองติดเชื้อไวรัสโคโรนาครั้งนี้ ก็เพราะต้องการให้ผู้คนลดความตื่นตระหนก และมีความรู้ความเข้าใจว่า ไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกลัวมันเกินไปนัก!!!


ที่มา


 

 

เรื่อง : Apichartology


เติมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อไวรัส COVID-19 

‘ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ’ ตอบข้อสงสัย เรื่อง ‘ไวรัสโควิด-19’ พร้อมย้ำหลัก Social Distance ช่วยประเทศรอดได้

เจ๊กตื่นไฟ ไม่สู้ไทยตื่นกลัว “โควิด-19”