สำรวจ 9 จุดสุดพีคที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค พร้อมแนะการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

989

หลายคนเริ่ม “Work From Home” บางคนอาจจะ “กักตัวอยู่ในบ้าน” เพื่อป้องกันการรับเชื้อหรือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อย่าลืมมองที่พักอาศัยด้วยว่า บ้าน คอนโด หรือสถานที่ที่คุณอยู่นั้น สะอาดหรือยัง?


9 จุดสุดพีคที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคในบ้าน

มีหลายจุดในบ้านที่เรามักจะมองข้ามเรื่องความสะอาด SALIKA จึงนำวิธีทำความสะอาดจาก DDproperty มาฝากผู้อ่านและอยากให้ลองสำรวจก่อน ดังนี้
1. สวิตช์ไฟ จากการศึกษาในประเทศอังกฤษพบว่า บนสวิตช์ไฟมีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคท้องร่วงมากถึง 217 ตัวต่อตารางนิ้ว โดยเฉพาะสวิตช์ไฟห้องน้ำนั้นมีเชื้อโรคอาศัยอยู่มากกว่าหลายเท่าตัว ทำให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคไปสู่บุคคลอื่น ๆ จากการสัมผัสได้ด้วย

ดังนั้น จึงควรทำความสะอาดสวิตช์ไฟอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการฉีดแอลกอฮอล์ลงบนผ้า แล้วนำไปเช็ดสวิตช์ไฟให้ทั่ว ก่อนจะนำผ้าแห้งมาเช็ดซ้ำอีกรอบ เท่านี้ก็ช่วยให้สวิตช์ไฟปราศจากเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรก

2. ก๊อกน้ำ ก๊อกน้ำ คือ จุดสำคัญที่ทุกคนใช้งานเป็นประจำทุกวัน แต่มักมองข้ามความสะอาด 

วิธีทำความสะอาดก็ไม่ยาก แค่นำผ้ามาชุบน้ำร้อนหรือน้ำสบู่มาเช็ดแล้วล้างออก หรือถ้าอยากเพิ่มความเงางามให้กับก๊อกน้ำ ก็ให้ขัดด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำมะนาว ก็ทำให้ก๊อกน้ำกลับมาสะอาดเงางามได้เหมือนกัน

3. ม่านห้องน้ำ ม่านในห้องน้ำ คือ จุดที่มีโอกาสเกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีอากาศอบอ้าว และมีความชื้นสูง ซึ่งนอกจากจะไม่น่าใช้งานแล้ว เชื้อรายังเป็นพิษต่อร่างกาย ส่งผลให้มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังได้

วิธีการทำความสะอาด

– ผ้าม่านที่เป็นผ้า สามารถถอดซักรวมกับผ้าอื่น ๆ ได้เลย ตากแดดจัด ๆ เพื่อกำจัดเชื้อรา

– ผ้าม่านพลาสติก ให้ใช้เบกกิ้งโซดาถูบริเวณที่เป็นเชื้อราออกก่อน แล้วนำไปปั่นในเครื่องซักผ้าร่วมกับผ้าขนหนูเก่า ๆ สักผืน โดยใส่น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยแทนผงซักฟอก เมื่อซักเสร็จแล้วให้นำมาตากแดดโดยไม่ต้องปั่นแห้ง เพื่อให้คราบเชื้อราต่าง ๆ หายไป

4. ลูกบิดประตู มือจับหรือลูกบิดประตู ก็เป็นอีกจุดที่ถูกสัมผัสอยู่ตลอดเวลา จึงมีโอกาสที่จะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคมากที่สุดแห่งหนึ่งในบ้าน ดังนั้น แนะนำให้ทำความสะอาดโดยเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง 
5. ราวจับบันได การเช็ดราวจับบันไดให้สะอาด นอกจากจะทำให้บ้านดูสวยงามน่ามอง ยังช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ โดยผสมน้ำร้อนและน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน จากนั้นนำผ้าจุ่มแล้วบิดออกให้ผ้าเปียกหมาดๆ นำไปเช็ดราวบันได แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกครั้ง
6. ต้นไม้ในบ้าน ทั้งต้นไม้จริงและต้นไม้ปลอม ต่างเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ โดยเฉพาะต้นไม้ที่อยู่ในห้องนอน ซึ่งเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดสารก่อภูมิแพ้ (allergens) หรือสิ่งกระตุ้นที่อาจเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหนัง

สำหรับการทำความสะอาดต้นไม้จริง ให้ยกไปฉีดน้ำล้างสิ่งสกปรกออก แต่ถ้าหากต้นไม้มีขนาดใหญ่เกินไป ก็ให้นำผ้าไมโครไฟเบอร์มาเช็ดทำความสะอาดทีละใบแทน ส่วนต้นไม้ปลอมสามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ โดยการใช้ไดร์เป่าผมเป่าฝุ่นออก และควรใส่หน้ากากเพื่อกันฝุ่นละอองขณะทำความสะอาดด้วย

7. ถังขยะ รู้หรือไม่ ว่าการนำขยะออกจากถังไปทิ้งทุกวันยังไม่สะอาดเพียงพอ เพราะแบคทีเรียและกลิ่นเหม็นยังตกค้างสะสมอยู่ในถังขยะได้ ดังนั้นจึงควรล้างถังขยะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อพร้อมกับขัดสิ่งสกปรกออก เพื่อกำจัดเชื้อโรคและกลิ่นในถังขยะให้หมดไป
8. มุ้งลวดและมู่ลี่ มุ้งลวดและมู่ลี่ คือ แหล่งสะสมฝุ่นชั้นดี เพราะทำความสะอาดยาก จึงมีโอกาสที่ฝุ่นและสิ่งสกปรกจะสะสมได้ง่าย สำหรับการทำความสะอาดมุ้งลวดสามารถทำได้โดยล้างด้วยน้ำสบู่แล้วใช้แปรงขัดออก ก่อนนำไปผึ่งให้แห้ง พร้อมใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรางมุ้งลวดให้สะอาด ส่วนฝุ่นบนมูลี่สามารถกำจัดได้โดยนำผ้าไมโครไฟเบอร์ไปชุบน้ำแล้วเช็ดทีละซี่ จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกรอบเพื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำ
9. เฟอร์นิเจอร์ เฟอร์นิเจอร์บางชนิดอาจมีสารเคมีประเภทฟอร์มัลดิไฮด์ตกค้างจากการทาสี ทากาว และอยู่ในสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ ไม้อัด และไม้แปรรูปอื่นๆ ซึ่งไอระเหยของสารเคมีเหล่านี้อาจทำอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย เช่น อาจเกิดอาการระคายเคืองแสบตา แสบจมูก และในระยะยาว อาจเกิดผลเสียต่อระบบร่างกายหรือก่อให้เกิดมะเร็งได้

ดังนั้น จึงควรเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือตรวจสอบเฟอร์นิเจอร์ที่จะนำเข้าบ้านว่า มีคำเตือนถึงการใช้สารฟอร์มัลดีไฮด์หรือไม่ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือยัง นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์ยังอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา และเชื้อโรคได้ แต่สามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาด

 


สภาพพื้นผิวที่แตกต่าง ควรทำความสะอาดอย่างไร

นอกจากจุดสำคัญๆ ภายในบ้านที่ต้องดูแลเป็นพิเศษแล้ว การเลือกใช้สารเคมีเพื่อมาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ใกล้ตัวต่างๆ ก็ต้องเหมาะสมกับพื้นผิวและปลอดภัยต่อผู้ใช้ โดยเฉพาะในช่วงที่เชื้อไวรัส COVID-19 กำลังแพร่ระบาด โดยขออ้างอิงคำแนะนำที่น่าสนใจจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในประเด็นเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุ ผลิตภัณฑ์ และสารเคมีสำหรับทำความสะอาดให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่เราสัมผัสบ่อย ดังนี้

  • สิ่งของเครื่องใช้ที่สัมผัสบ่อย
เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต
วิธีทำความสะอาด ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-90% แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
  • พื้นผิวที่สัมผัสบ่อย
เช่น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ของใช้รอบตัว รวมไปถึงห้องน้ำ
วิธีทำความสะอาด ให้ใช้น้ำยาฟอกผ้าขาว (3-6% โซเดียมไฮโปคลอไรท์) ผสมกับน้ำยา 1 ส่วน ต่อน้ำ 49 ส่วน ยกตัวอย่าง ไฮเตอร์ 1 ฝาขวด (ประมาณ 10 ซีซี) ผสมน้ำครึ่งลิตร เช็ดหรือแช่ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นเช็ดออกด้วยน้ำสะอาด
  • พื้นผิวโลหะ
วิธีทำความสะอาด ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-90% แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
*ห้ามใช้น้ำยาฟอกผ้าขาว เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อนโลหะ
  • ผ้า
เช่น เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู
วิธีทำความสะอาด สามารถซักได้ตามปกติ (ใช้ผงซักฟอกธรรมดาและน้ำ) หรือซักด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 60-90 องศาเซลเซียส

*หากหาแอลกอฮอล์ไม่ได้ สามารถใช้เดทตอล-น้ำยาฆ่าเชื้อโรค (รุ่นที่มีมงกุฎ ตัวยาคลอโรไซลีนอล) ผสมน้ำยา 1 ฝาขวด กับน้ำ 2 แก้วน้ำดื่ม เช็ดหรือแช่ทิ้งไว้ 10 นาที


รักษาสุขอนามัยให้ดี แล้วเราจะผ่านช่วงเศรษฐกิจซบเซานี้ไปด้วยกัน

การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระดับโลกที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง นอกจากบุคคลทั่วไปแล้ว นักลงทุน ผู้ประกอบการ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หรือการปิดชั่วคราวของสถานบริการ สถานบันเทิง โรงเรียนกวดวิชา ฟิตเนส ฯลฯ 
อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทยก็ได้รับผลกระทบ โดย ให้ข้อมูลว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไทยได้กำลังซื้อจากต่างชาติส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะจีน แต่จากการระบาดของไวรัสทำให้ยอดขายสินค้ากับต่างชาติลดลง มีการทิ้งเงินดาวน์ ขอเลื่อนโอนกรรมสิทธิ์ และหากยังมีการระบาดในระยะยาว ลูกค้ากลุ่มนี้อาจหายไปอย่างถาวร
ความซบเซาของหลายภาคธุรกิจในช่วงนี้ ส่งผลให้กำลังซื้อของกลุ่มผู้ซื้อชาวไทยชะลอตัว แต่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต่างเริ่มปรับตัวรับวิกฤตดังกล่าว ทั้งการขายผ่านทางระบบโทรศัพท์ หั่นราคาเพื่อจูงใจผู้ซื้อ รวมถึงมอบประกันคุ้มครอง COVID-19 ให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมโครงการ

ไม่ว่าต่อจากนี้สถานการณ์จะเป็นอย่างไร คำแนะนำที่สำคัญที่สุดคือ ให้ทุกคนล้างมือบ่อยๆ ไม่ว่าจะฟอกสบู่แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% ขั้นตอนง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา อีกเรื่องที่สำคัญคือ ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท

แล้วเราจะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน