ผลไม้ไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 ปรับกลยุทธ์แปรรูปส่งออก เจาะเทรนด์สุขภาพ

131

ประเทศไทยมีความโดดเด่นเรื่องผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด ซึ่งเป็นราชา ราชินีผลไม้ไทย หรือแม้แต่ลำไย มะม่วงเอง ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ ท่ามกลางกระแสการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปยังหลายประเทศในขณะนี้ แม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อหลายธุรกิจแต่ก็อาจจะมีมุมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในการนำเสนอผลไม้ชนิดอื่นหรือผลไม้แปรรูปโดยเน้นจุดเด่นด้านวัตถุดิบธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการ สะดวกในการรับประทานและเก็บรักษา


ตลาดอาเซียนยังสดใส

พี เอช โลว ผู้บริหารจากบริษัท ยูนิฟายด์ อินเวสท์เมนต์แอนด์โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า ยูนิฟายด์ อินเวสท์เมนต์แอนด์โฮลดิ้งส์ เป็นหนึ่งในบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ที่เน้นการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปและของทานเล่นประเภทต่างๆ ซึ่งนอกจากจะจัดจำหน่ายในสิงคโปร์แล้วยังมีการทำตลาดในฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ด้วย
พี เอช โลว ผู้บริหารจากบริษัท ยูนิฟายด์ อินเวสท์เมนต์แอนด์โฮลดิ้งส์ จำกัด
สำหรับแนวโน้มผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ยุคใหม่ถือเป็นกลุ่มที่เน้นด้านสุขภาพมากขึ้น มีความรู้และความตื่นตัวในด้านสุขภาพ ค้นหาข้อมูลสุขด้านภาพ มีการบริโภคน้ำตาลและความหวานที่ลดลง ส่วนสถานการณ์ด้านผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ มองว่าแม้ผู้บริโภคบางส่วนจะลดการออกมาจับจ่ายใช้สอย แต่ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปยังมีลู่ทางที่สามารถจัดจำหน่ายได้ทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งนี้บริษัทเล็งเห็นโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมองเห็นถึงโอกาสในการนำเข้าผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมถึงผลไม้สดจากประเทศไทยอีกด้วย อาทิ มะม่วง ลำไยอบแห้ง หรือสับปะรด

สิงคโปร์ใกล้กับประเทศไทย และตลาดผู้บริโภคมีการตอบรับที่ดีตลอดมา โดยสินค้าจากประเทศไทยที่ทางบริษัทจัดจำหน่ายนั้น ส่วนใหญ่เน้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์จากประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าในด้านการวิจัยและพัฒนาสินค้าจากประเทศไทยมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงสิบปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือแพ็กเกจที่มีการพัฒนาอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับในด้านภาษาที่นำเสนอบนแพ็กเกจให้เป็นสากลเพิ่มขึ้น จะสามารถช่วยให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจในตัวสินค้าได้มากขึ้นว่าใช้ผลิตภัณฑ์อย่างไร บริโภคอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งทางบริษัทเองในฐานะผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ก็ช่วยให้ความรู้กับผู้บริโภคอีกทางด้วยพี เอช โลว กล่าว

ญี่ปุ่นเกาหลี สองตลาดนี้โตต่อเนื่อง

ด้านผู้ประกอบการจากประเทศไทย อุบลรัตน์ โฆวงศ์ประเสริฐ รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท สวีต บี ฟาร์ม จำกัด และผู้ก่อตั้ง บริษัท เลิฟ ฟาร์ม กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบัน ได้รับผลกระทบบ้างในส่วนของตลาดที่ส่งออกไปยังประเทศจีน เนื่องจากเป็นตลาดหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำสั่งซื้อจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และสิงค์โปร์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เช่นกัน
อุบลรัตน์ โฆวงศ์ประเสริฐ รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท สวีต บี ฟาร์ม จำกัด และผู้ก่อตั้งบริษัท เลิฟ ฟาร์ม กรุ๊ป จำกัด
ผลไม้แปรรูปไทยยังคงมีศักยภาพเติบโตในตลาดโลกเนื่องจากประเทศไทยนั้นเป็นผู้ผลิตผลไม้อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกและมีผลไม้ขึ้นชื่อหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง ทุเรียน มังคุด ลำไย ทำให้ตลาดผลไม้แปรรูปจะยังจะคงเติบโตได้อีกมาก อีกทั้งด้วยความเชี่ยวชาญและความหลากหลายของกระบวนการแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปแบบกรอบ แบบนิ่ม ไปจนถึงแบบที่ผู้บริโภคสามารถเติมน้ำเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีรสชาติเหมือนผลไม้สด
ตลาดส่งออกหลักของเราคือเอเชีย โดยมีประเทศจีนเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริโภคในจีนให้การตอบรับเป็นอย่างดีเนื่องจากผลิตภัณฑ์มีรสชาติที่ผู้บริโภคคุ้นเคย นอกจากนี้ยังส่งออกไปยังไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี มาเลเซีย และออสเตรเลีย ส่วนในยุโรป ปัจจุบันมีตัวแทนในประเทศอังกฤษนำไปวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตย่านชุมชนชาวเอเชียเป็นหลัก และขณะนี้กำลังวางแผนขยายตลาดไปยังแถบตะวันออกกลางเนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง โดยได้มีการทดลองจำหน่ายสินค้าในบางประเทศไปบ้างแล้ว ซึ่งพบว่าประเทศบาห์เรนให้การตอบรับและมีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปประเภทที่เป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารและของทานเล่นอุบลรัตน์กล่าว

อุบลรัตน์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์มีมากขึ้น และมองหาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปอื่นๆ ทดแทน เช่นวัตถุดิบที่ใช้พืชหรือผลไม้ในการประกอบอาหาร (Plant-based / Fruit-based products) อย่างไรก็ตาม จากกระแสการตื่นตัวในด้านสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ ทางผู้ผลิตสินค้าผลไม้แปรรูปอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตเพื่อลดปริมาณน้ำตาลและความหวานลง และสร้างการรับรู้ให้กับตลาดผู้บริโภค เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่ากระบวนการผลิตผลไม้แปรรูปนั้นมีการใช้วัตถุดิบประเภทน้ำตาลในปริมาณที่ค่อนข้างสูง เช่น กระบวนการแช่ในไซรัป ให้น้ำตาลไปแทนที่น้ำ เพื่อเป็นการถนอมให้สามารถเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ได้นานขึ้น

ผลไม้แปรรูปมาแรง DITP ยืนยัน

สมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หรือ DITP นำทีมผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ไทยกว่า 70 ราย ร่วมเจรจาซื้อขายกับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และตัวแทนจำหน่ายจากภูมิภาคต่างๆ รวม 45 บริษัท จาก 13 ประเทศทั่วโลก ขณะเดียวกันยังได้จัดพิธีลงนามความตกลงทางการค้า (MOU) สร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทย กับคู่ค้าจากสิงคโปร์และฮ่องกงในการซื้อขายสินค้าผลไม้สด ผักสด และผลไม้อบแห้งต่างๆ กว่า 10,000 ตัน รวมมูลค่าซื้อขายกว่า 1,095 ล้านบาท เพื่อรองรับผลผลิตที่จะออกมาจำนวนมากในช่วงฤดูกาลผลไม้ที่จะมาถึง ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด และลำไย ซึ่งถือเป็นผลไม้ยอดนิยมในแถบเอเชีย รวมถึงผลไม้อื่นๆ
สมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
ประเทศไทยมีความได้เปรียบทางด้านการเพาะปลูกผลไม้เพราะมีดินที่อุดมสมบูรณ์ เกษตรกรมีความเชี่ยวชาญ และมีการพัฒนาวิจัยพันธุ์อยู่อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การส่งออกผลไม้ไทยยังคงโดดเด่น
“นอกจากผลไม้สดแล้ว ผลไม้แปรรูปยังเป็นสินค้ามาแรงที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเพราะเก็บได้นานได้รสชาติที่ถูกปากใกล้เคียงรูปแบบสด ซึ่งผู้ส่งออกอาจจะต้องปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับประเทศกลุ่มเป้าหมายและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ ตามเทรนด์นิยม โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่ยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก” อธิบดี DITP กล่าวปิดท้าย

ที่มา