เรียนรู้จากต้นแบบ ‘การแบ่งปันพนักงาน’ ในจีน เทคนิคบริหารจัดการแรงงาน ช่วง ‘วิกฤตโควิด-19’

454

สืบเนื่องจากมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ล่าสุดที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง กรุงเทพมหานคร ที่มีคำสั่งจากทางภาครัฐให้ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า สถานที่ต่างๆ แทบทุกรูปแบบต้องปิดให้บริการชั่วคราวเป็นเวลา 22 วัน (ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-12 เมษายน 2563) ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้หลักๆจึงมี 3 กลุ่มด้วยกัน นั่นคือ คนทำงานทุกระดับในธุรกิจที่ต้องปิดให้บริการ สถานประกอบการทุกประเภท และคนทำงานที่ยังคงต้องทำงานในช่วงที่วิกฤตโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป ในห้วงเวลาแบบนี้จึงมีความจำเป็นต้องพึ่งพา เทคนิคบริหารจัดการแรงงาน ที่มีประสิทธิภาพที่สุด


นอกจากการวางมาตรการโดยภาครัฐที่เหมาะสมกับภาคธุรกิจของไทยแล้ว วันนี้เรามีโมเดล ‘การแบ่งปันพนักงาน’ ในจีน ที่เป็นแบบอย่างในการใช้เทคนิคการบริหารจัดการแรงงาน ช่วง ‘วิกฤตโควิด-19’ ระบาดมาแชร์กัน จากบทความเรื่อง “โมเดลการแบ่งปันพนักงานกับการบริหารจัดการแรงงานในช่วงวิกฤตโควิด-19” ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ThaiBizChina (6 MAR 2020)
ขณะนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีน มีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เมืองใหญ่ในหลายมณฑลได้เริ่มผ่อนปรนและยกเลิกมาตรการควบคุมและป้องกันโรคบางส่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตในระดับที่ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด
โดยในตอนนี้ทางการจีนได้เดินหน้าเร่งกระตุ้นและพลิกฟื้นเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา และแทบไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดๆ ตั้งแต่ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการทางเศรษฐกิจจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ไม่ว่าจะเป็น
  • ใช้เครื่องมือการเงินมหภาค เช่น การขยายเวลายื่นชำระภาษี การสนับสนุนให้ธนาคารพิจารณาเงินกู้พิเศษสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจลดค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์แก่เอกชน
  • พิจารณามอบเงินอุดหนุนแก่สถานประกอบการที่สามารถกลับมาดำเนินการผลิตหลังจากนี้
โอกาสหลังวิกฤต โควิด-19
โดยรัฐบาลมณฑลต่างๆ ยังได้รับมอบหมายให้ถ่ายทอดมาตรการเหล่านี้ไปใช้ให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละพื้นที่ด้วย ซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญของจีนในการเร่งออกมาตรการเหล่านี้นอกจากจะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการกลับมาประกอบการและดำเนินการผลิตอีกครั้ง
นอกจากนั้นยังเป็นการเร่งขจัดความเสี่ยงที่ธุรกิจ SMEs จำนวนมากจะเลิกกิจการ นำไปสู่การเลิกจ้างงานขนานใหญ่ ซึ่งจะสร้างผลลูกโซ่ซ้ำเติมต่อรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะกำลังการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอเป็นอย่างมากอยู่แล้วตลอดไตรมาสแรกของปีนี้
และในช่วงเวลาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจนี้เอง ที่เป็นที่มาของโมเดล ‘การแบ่งปันพนักงาน’ ในจีน เทคนิคบริหารจัดการแรงงาน ช่วง ‘วิกฤตโควิด-19’ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของภาคเอกชนและภาคธุรกิจจีน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง หรือ SME ที่ต้องการเติมเต็มส่วนที่ขาดซึ่งกันและกัน และจับมือลุกขึ้นมาจากวิกฤตครั้งเลวร้ายนี้ให้ได้เร็วที่สุด

แชร์โมเดล ‘การแบ่งปันพนักงาน’ ในจีน เทคนิคบริหารจัดการแรงงาน ช่วง ‘วิกฤตโควิด-19’ คลี่คลาย แต่ยังไม่สงบ

แม้รัฐบาลจีนจะเร่งออกมาตรการจำนวนมากเพื่อส่งเสริมการกลับมาประกอบการและดำเนินการผลิตอีกครั้ง แต่ธุรกิจบางส่วนที่ได้เริ่มเปิดทำการในขณะนี้กลับยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน
ในทางกลับกัน ธุรกิจภาคบริการจำนวนมากโดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดทำการอย่างเต็มรูปแบบ ก็ต้องแบกรับต้นทุนทั้งค่าเช่าและค่าตอบแทนพนักงานทั้งที่ไม่มีรายได้
สถานการณ์เช่นนี้เอง ที่มีส่วนกระตุ้นให้ภาคเอกชนจีนคิดหาทางร่วมมือกันเพื่อบริหารจัดการภาวะวิกฤต และนำไปสู่โมเดลการแบ่งปันพนักงาน หรือ “staff sharing” เพื่อช่วยเหลือกันและกัน

โดยธุรกิจที่เปิดทำการแล้วแต่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน จะได้ประโยชน์จากการยืมตัวพนักงานของธุรกิจที่ยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการหรือยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ มาช่วยแบ่งเบาภาระงานที่ล้นมือของตน
ขณะเดียวกัน ธุรกิจที่ให้ยืมตัวพนักงานก็ได้ประโยชน์จากการลดภาระต้นทุนค่าจ้าง อีกทั้งพนักงานทั้งหมดยังมีรายได้และลดความเสี่ยงของการเลิกกิจการอีกด้วย
ยกตัวอย่าง ใน มณฑลยูนนาน ซึ่งขณะนี้มีการประกาศลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ จากระดับ 1 เป็นระดับ 3 แล้วและเริ่มมีสถานประกอบการหลายแห่งกลับมาเปิดทำการ ก็มีภาคเอกชนได้ร่วมมือกันนำโมเดลการแบ่งปันพนักงานมาใช้เพื่อบริหารจัดการแรงงานในภาวะวิกฤตเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะระหว่างกลุ่มธุรกิจภาคการผลิตและภาคบริการ ที่เปิดทำการแล้วกับกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่ยังไม่สามารถเปิดทำการได้อย่างเต็มรูปแบบ

เปิด 3 รูปแบบ แชร์แรงงาน ช่วยชาติรอดจากวิกฤต ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เติบโตต่อได้

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาโดยใช้ลักษณะการทำข้อตกลงจ้างงานเป็นเกณฑ์ โมเดลการแบ่งปันแรงงานระหว่างภาคเอกชนจีน สามารถจำแนกได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
  • สถานประกอบการที่ต้องการพนักงาน จะทำความตกลงโดยตรงกับลูกจ้างที่ต้องการงานชั่วคราว

ในช่วงที่สถานประกอบการของตนยังไม่สามารถกลับมาเปิดทำการได้ โดยสัญญาลักษณะนี้มักเป็นการจ้างงานแบบไม่ประจำ (part-time job) ในช่วงเวลาที่มีการตกลงกันระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง
กรณีตัวอย่าง 1 Hello bike นครคุนหมิง : เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา Hello bike นครคุนหมิงได้เปิดรับสมัครพนักงานดูแลจักรยานจำนวน 100 ตำแหน่ง โดยมีผู้ส่งใบสมัครเข้ามาจำนวนมาก และมีการสัมภาษณ์ออนไลน์เบื้องต้นแล้ว ทั้งนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกยังถือว่าเป็นพนักงานของนายจ้างรายเดิม โดยจะเป็นพนักงานชั่วคราวของ Hello bike ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง และได้รับค่าตอบแทนเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง ได้ค่าตอบแทนวันละ 100-200 หยวน พร้อมประกันอุบัติเหตุ
  • สถานประกอบการที่ต้องการพนักงานทำความตกลงกับสถานประกอบการอื่น

โดยสัญญาลักษณะนี้มักเป็นการยืมตัวพนักงานของสถานประกอบการ ที่ยังไม่สามารถเปิดทำการได้มาช่วยสนับสนุนงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะมาก ซึ่งผู้ว่าจ้างทั้งสองฝ่ายอาจร่วมสมทบค่าตอบแทนในสัดส่วนที่ตกลงแก่ผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการอีกแห่งยังคงมีสถานะเป็นพนักงานสังกัดผู้ว่าจ้างเดิม
กรณีตัวอย่าง 2 โรงงานยาจีนนครคุนหมิง กับ โรงแรมเอ็มปาร์คแกรนด์ นครคุนหมิง : หลังจาก โรงงานยาจีน นครคุนหมิง กลับมาเปิดทำการเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากมีพนักงานกลับมาทำงานเพียงร้อยละ 67 ขณะที่มีคำสั่งซื้อยาจำนวนมากจากโรงงาน
ด้วยเหตุนี้จึงมีการทำสัญญายืมตัวพนักงานจากโรงแรมเอ็มปาร์คแกรนด์ นครคุนหมิง จำนวน 42 คน มาช่วยเสริมการทำงานในแผนกบรรจุภัณฑ์และแผนกสนับสนุนอื่น โดยโรงแรมฯ จะจ่ายเงินเดือนขั้นต่ำให้แก่พนักงาน ขณะที่ ทางโรงงานฯ จะจ่ายผลตอบแทนตามจำนวนชิ้นงานของพนักงานเหล่านี้ให้แก่โรงแรมฯ
กรณีตัวอย่าง 3 ภัตตาคารหยุนไห่เหยา กับ Hema Fresh : ภัตตาคารหยุนไห่เหยา นครคุนหมิง ซึ่งมีสาขากว่า 100 แห่งทั่วประเทศจีน ได้จัดส่งพนักงานไปช่วยซูเปอร์มาร์เก็ต Hema Fresh ในนครคุรหมิง ที่ประสบปัญหาขาดแคลนพนักงานจัดสินค้า เนื่องจากมีคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
  • สถานประกอบการที่ต้องการพนักงานทำความตกลงผ่านตัวกลาง

โดยรูปแบบนี้ยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่เป็นข้อเสนอที่หลายฝ่ายหยิบยกขึ้นมาหากโมเดลการแบ่งปันพนักงานยังเป็นที่สนใจภายหลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย
ทั้งนี้ ตัวกลาง (agent) เช่น ภาครัฐ หรือนายหน้าจัดหางาน อาจเข้ามามีบทบาทในกระบวนการสรรหาและจับคู่สถานประกอบการที่มีความต้องการในด้านนี้ รวมทั้งบริหารจัดการความร่วมมือลักษณะดังกล่าวให้มีมาตรฐานและคุณภาพเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจจีนในภาพรวม

บทเรียนที่ได้จากโมเดลความร่วมมือ แบ่งปันพนักงานระหว่างภาคเอกชนจีนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ นอกจากจะช่วยส่งเสริมสถานประกอบการที่กลับมาเปิดทำการ สามารถดำเนินการผลิตอีกครั้งอย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการแบ่งเบาภาระด้านต้นทุนให้แก่สถานประกอบการส่วนที่เหลือ ซึ่งยังไม่สามารถกลับมาเปิดทำการได้ด้วย
ขณะเดียวกันก็ยังสร้างรายได้ให้แก่แรงงาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งเสริมความสามารถในการบริโภคในระบบเศรษฐกิจจีน โมเดลความร่วมมือข้างต้นจึงนับเป็นกรณีศึกษาที่ดีเกี่ยวกับการปรับตัวของภาคเอกชนในภาวะวิกฤต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์จากการหันมาร่วมมือกัน ที่ยังนำสู่การประยุกต์และต่อยอดเพื่อสร้างความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมการประกอบธุรกิจในภาพรวมได้ จึงเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่ควรบันทึกไว้ และนำไปปรับใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ที่มา : บทความ เรื่อง ““โมเดลการแบ่งปันพนักงานกับการบริหารจัดการแรงงานในช่วงวิกฤตโควิด-19” เผยแพร่ในเว็บไซต์ ThaiBizChina (6 MAR 2020)

คลิกอ่านบทความดีๆ ให้มุมมองรอบด้านในการรับมือ วิกฤตโควิด-19 ระบาด 

The COVID Economy : ส่อง GDP และวิบากกรรมในแต่ละอุตสาหกรรม

ไส้ในของสามยุทธศาสตร์ชาติ ในการรับมือกับ COVID-19 โดย นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

การจัดการ COVID-19 สไตล์ Johns Hopkins “โรงเรียนแพทย์ชั้นนำของโลก”