จาก Premazon สู่ Premflix การ Co-branding ครั้งสำคัญระหว่าง Premier League กับ Netflix ตอบโจทย์ทุก Gen รับกระแส Sport Entertainment ยุค 5G

599

ผมเขียนถึงทฤษฎีการตลาดซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึงในแวดวง Marketing ระดับโลก นั่นคือกรณีของการ Co-branding ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ ชื่อตอนว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร กลยุทธ์ Co-Branding ผ่าทางตันธุรกิจ”


แม้ทฤษฎี Co-branding จะไม่ใช่แนวคิดใหม่เหม่ยอะไรมากมายนัก ทว่า กลับเป็นที่นิยมอย่างมากในยุค 5G นี้ เราจึงได้เห็น Brand มากมาย Co กันอย่างไม่หยุดหย่อนนั่นเองครับ
พูดถึงการ Co-branding แล้ว ในห้วงต้นปีที่ผ่านมา มีกระแสการ Co-branding หนึ่งซึ่งมีความน่าสนใจให้หยิบยกมาวิเคราะห์กำนัลแด่แฟนพันธุ์แท้ SALIKA ครับ
นั่นก็คือ กรณีการ Co-branding กันระหว่าง Premier League กับ Netflix
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเอ่ยถึง Netflix แล้ว ผมก็เคยเขียนบทความเกี่ยวกับ Netflix เอาไว้ ใน SALIKA ของเราแห่งนี้เช่นเดียวกัน ชื่อตอนว่า “รู้ว่าเสี่ยง…แต่คงต้องขอลอง เมื่อ NETFLIX เล่นของสูง”
เหตุดังนี้ จึงไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะอรรถาธิบายปรากฏการณ์ Premflix หรือการ Co-branding ครั้งสำคัญระหว่าง Premier League กับ Netflix ว่าจะมา “ตอบโจทย์ทุก Gen รับกระแส Sport Entertainment ยุค 5G” อย่างไรให้กับแฟนพันธุ์แท้ SALIKA ครับ

ก่อนอื่นคงต้องขอเท้าความกลับไปเกี่ยวกับการถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ที่มีผู้เล่นไม่กี่เจ้ารับหน้าเสื่อยิงสัญญาณสดการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษในแต่ละสัปดาห์ตลอดฤดูกาล
นอกจาก true ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ที่ถือได้ว่าเป็นผู้ประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ในบ้านเรามากที่สุดแล้ว
ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่หลายเจ้าเสนอตัวอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะพลาดเป้าไปในหลายครั้ง และบางเจ้าก็เคยได้รับลิขสิทธิ์แซงหน้า true เลยก็มี นั่นก็คือกลุ่ม BeIn Sport เมื่อ 3 ฤดูกาลก่อน
ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ true หรือ ibc และ ubc เดิม ประมูลได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League เมื่อเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ก็มีปรากฏการณ์ “เสาเถื่อน” หรือ “เดือยหมู” เกิดขึ้นที่ “บ้านหม้อ” ในยุค ibc ต่อเนื่องมาจนถึงยุค ubc
เพื่อขโมยสัญญาณการถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ที่คอบอลชาวไทยพากันส่ายหน้ากับค่าบริการดูบอลอังกฤษสดๆ ในยุคนั้น หันมาพึ่งบริการ “เสาเถื่อน” หรือ “เดือยหมู” ของ “บ้านหม้อ”

จนกระทั่งเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยเฉพาะนวัตกรรมการถ่ายทอดสดที่ก้าวหน้าขึ้น มีระบบการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมยิงตรงมายังสมาชิก ibc และ ubc หรือ true ในปัจจุบัน ซึ่งเคยมีปรากฏการณ์ “จานแดง” บานเป็นดอกเห็ดทั่วฟ้าเมืองไทยมาแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยี Block สัญญาณที่ true เช็คบิลได้อยู่หมัด

อย่างไรก็ดี ด้วยสนนราคาค่าดูบอลอังกฤษสดที่ต้องยังถือว่าแพงเอาการอยู่ในยุค “จานแดง” ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เว็บดูบอลเถื่อน” เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดเช่นกัน
true เองก็ทราบดี แต่ก็ดูเหมือนว่าจะทำอะไรไม่ได้มากในยุค 5G นี้ แม้จะมีความพยายาม Block ทุกช่องทางแล้วก็ตาม
ทางแก้ปัญหาหนึ่งเดียวของ true ในฤดูกาลนี้และคล้ายจะเริ่มต้นมาตั้งแต่ปีที่แล้วก็คือ ลดราคาค่าดูบอลอังกฤษสดลงมาเหลือ 300 บาท แต่ก็คงยากจะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของ “เว็บดูบอลเถื่อน” ได้ครับ
เพราะในยุค 5G ความเร็วอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นมาก พฤติกรรมคนดูบอลก็เปลี่ยนไป ทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ทุก Gen เลยก็ว่าได้ และก็ไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่รายการโทรทัศน์ทุกอย่างแทบจะพังทลายลงไปต่อหน้า เห็นได้จากปรากฏการณ์คืนช่องทีวีดิจิทัลจำนวนมากเมื่อปีที่ผ่านมา
ยิ่งกับวงการลูกหนังแล้วก็ยิ่งร้ายไปกันใหญ่ เพราะในรอบ 2-3 ปีให้หลังมานี้ ศึกฟุตบอล FA Cup ก็ดี ศึกฟุตบอล League Cup ก็ดี โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป หรือศึก UEFA Champions League ก็ไม่มีการซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์
โดยศึก UEFA Champions League มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน “ผ่านเว็บไซต์” Goal.com ซึ่งถือเป็น “ประวัติศาสตร์” ครั้งแรกของโลกเลยทีเดียว!
กระแสดังกล่าว ทำให้เราเห็นว่า ทั้ง UEFA ทั้ง true และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Premier League เองก็ดูเหมือนจะจับปรากฏการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี ทำให้เมื่อปีที่แล้ว มีข่าวการประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ที่ครึกโครมมาก

กล่าวคือ มีผู้เล่นหน้าใหม่ แต่เป็นยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ที่ประกาศความต้องการลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ซึ่งสร้างกระแส และสร้างความฮือฮาให้กับคอบอลเป็นอย่างมาก

แต่แล้วจู่ๆ ข่าวคราวดังกล่าวก็เงียบหายไป และแทนที่ด้วยการเกิดขึ้นของคำว่า Premflix ที่เป็นการประกาศ Co-branding ครั้งสำคัญระหว่าง Premier League กับ Netflix
ก่อนหน้าที่ Premflix จะเป็นรูปเป็นร่างเป็นตัวเป็นตน อย่าลืมว่า ทุกวันนี้ Premier League ได้ชิมลางการถ่ายทอดสดฟุตบอลอังกฤษผ่านเว็บไซต์โดยความร่วมมือของ Amazon ภายใต้แคมเปญ Amazon Prime Video อยู่ก่อนแล้ว

ดังนั้น การประกาศข่าวแผนการจับมือระหว่าง Premier League กับ Netflix ผู้ให้บริการ Movie Streaming ภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของโลก เพื่อถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ในฤดูกาล 2022 ที่จะถึงนี้ จึงแทบไม่สร้างความประหลาดใจอะไรในโลก IT มากนัก

ทว่า กับวงการฟุตบอลแล้ว เป็นทั้งความตื่นตาตื่นใจระคนกังวลอยู่บ้างของคอบอลหลายกลุ่มที่คุ้นเคยกับการดูบอลผ่านทีวีมานานหลายสิบปี
อย่างไรก็ดี สุดท้ายนี้ คงต้องยืม “คำพระ” มาเทศน์ที่ SALIKA กันสักหน่อยนะครับ “อนิจจํ วต สํขารา” สังขารทั้งหลายล้วนเป็นของไม่เที่ยง ใดๆ ในโลกล้วน ไม่จีรังยั่งยืน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ฉันใด
ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ก็ฉันเพล เอ๊ย! ฉันนั้น ย่อมมีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดาของโลกกลมๆ ใบนี้ครับ!

Netflix

รู้ว่าเสี่ยง…แต่คงต้องขอลอง เมื่อ NETFLIX เล่นของสูง

เปิดตัว ‘Netflix Asia’ ความบันเทิงอุบัติใหม่ ย้ำเทรนด์ ‘คอนเทนต์เอเชีย’ เชื่อมโลก

แผนงานที่ ‘เน็ตฟลิกซ์’ จะพัฒนาทักษะดิจิทัลเชิงสร้างสรรค์ในอาเซียน