โรคระบาดครั้งใหญ่ สอนให้รู้ว่า จีนใช้ 5G แก้ปัญหาและพัฒนาระบบสาธารณสุขอย่างไร

965

หากติดตามข่าวช่วงวิกฤตโควิด-19 จะเห็นว่ามีเทคโนโลยีและผลงานการออกแบบมากมายที่มนุษย์สร้างหรือประยุกต์ขึ้นเพื่อการใช้งานหรือช่วยเหลือในสถานการณ์ โรคระบาดครั้งใหญ่ (Pandemic) ซึ่ง SALIKA เชื่อแน่ว่า คนทั่วโลกจะได้เรียนรู้อะไรมากมายในปี 2020 นี้ โดยเฉพาะจีน ชาติแรกที่เผชิญกับความสูญเสียก่อนใครและเร่งแก้วิกฤตอย่างเร่งด่วนจนสถานการณ์ดีขึ้น ขณะที่ทั่วโลกทยอยจมลงสู่ภาวะวิกฤต

Combating COVID-19 with 5G

หนึ่งในข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาผ่านโซเชียลมีเดีย, อีเมล มีสมุดปกขาวที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Huawei และ Deloitte. ชื่อ Combating COVID-19 with 5G: Opportunities to improve public health systems หรือ สู้โรคโควิด-19 ด้วย 5G: โอกาสพัฒนาระบบสาธารณสุข ซึ่งเปิดเผยการวิเคราะห์ตัวอย่างของการควบคุมและการรักษาโรคโควิด-19 ในจีนด้วยการใช้เทคโนโลยี 5G ผสานรวม DATA สู่การป้องกันการแพร่ระบาด การรักษา วิเคราะห์คาดการณ์จาก Big Data ไปจนถึงการพัฒนาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ระบบสาธารณสุขของประเทศ 
ในสมุดปกขาวดังกล่าวให้ข้อมูลว่า จีนค้นคว้าเกี่ยวกับความต้องการข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน และนำเสนอผลการค้นคว้าเอาไว้ โดยระบุถึงฟีเจอร์หลักของเทคโนโลยี 5G ที่ได้ใช้ประโยชน์ในวิกฤตของโรคระบาดครั้งใหญ่  

รวมฟังก์ชันและอิมแพ็คจากการใช้งาน 5G ในวิกฤตโรคระบาดของชาติมังกร

  • ใช้ 5G อินทิเกรตกับเทคโนโลยีอื่นๆ เสริมประสิทธิภาพการมอนิเตอร์
คุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อความเร็วสูง ศูนย์รวมจุดเชื่อมต่อขนาดใหญ่ ค่าความหน่วงต่ำ และแบนด์วิดต์ข้อมูลขนาดใหญ่ 5G จึงสามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี Big Data, AI, และ Cloud ในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรคระบาดครั้งใหญ่ อาทิ มอนิเตอร์ผู้ติดเชื้อจากอุณหภูมิร่างกายรายคนด้วย HD thermal camera ร่วมกับการใช้ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ 
5G thermal temperature monitoring system
ระบบตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายที่ส่งต่อ DATA จากอุปกรณ์ต่างๆ ไปยังศูนย์ควบคุมโดยใช้เทคโนโลยี 5G

  • ใช้ความเสถียรของ 5G สังเกตการณ์และให้คำปรึกษาระยะไกล (Telemedicine)
จากโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายอุปกรณ์มือถือที่มีความเสถียรสูง จีนจึงสามารถใช้ 5G เฝ้าสังเกตอาการผู้ป่วยจากระยะไกลได้อย่างต่อเนื่อง, วินิจฉัยอาการระหว่างเคลื่อนย้ายได้ รวมทั้งสนับสนุน การถ่ายภาพความร้อน (thermal imaging) เพื่อตรวจหาการแพร่กระจ่ายของโรคติดต่อ ผ่านแพลตฟอร์มที่รองรับการเฝ้าระวังโรคระบาดครั้งใหญ่และแพลตฟอร์มการให้คำปรึกษา
5G + 4K SMART ambulance network โรคระบาดครั้งใหญ่
ระบบรถพยาบาลอัจฉริยะที่ช่วยวินิจฉัยอาการผู้ติดเชื้อระหว่างเคลื่อนย้าย เพื่อดูว่าผู้ป่วยแต่ละรายควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ระยะไกล หรือควรส่งห้องฉุกเฉิน
5G remote medical consultation platform
แพลตฟอร์มการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ระยะไกล

  • ใช้ 5G วิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์และช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนรังสีแพทย์
Huawei ร่วมมือกับ Huazhong University of Science & Technology and Lanwon Technology พัฒนาและเปิดตัว บริการผู้ช่วย AI สำหรับวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เชิงปริมาณสำหรับโรคโควิด-19 ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) และการวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์ ซึ่งสามารถรายงานผลการตรวจ (CT quantification) ให้แก่รังสีแพทย์และอายุรแพทย์ได้อัตโนมัติ และจากจำนวนผู้ป่วยในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การใช้ 5G ช่วยวิเคราะห์และรายงานผลจึงช่วยแก้ไขสถานการณ์การขาดแคลนรังสีแพทย์ที่สามารถวินิจฉัยโรคโควิด19 ได้ ซึ่งช่วยลดภาระงานให้กับแพทย์ได้เป็นอย่างมาก และยังลดความกดดันจากการกักตัวผู้ป่วยได้อีกทางหนึ่ง

ใน Combating COVID-19 with 5G: Opportunities to improve public health systems ระบุว่า ประสิทธิภาพของการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการคัดกรองหาผู้ติดเชื้อและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

  • ใช้ 5G หนุนการทำงานของหุ่นยนต์ทางการแพทย์ในพื้นที่กักกัน

นอกเหนือจากการใช้ 5G ในด้านเทคนิคระหว่างการรักษา จีนยังใช้ 5G เสริมการทำงานของหุ่นยนต์การแพทย์ (5G Smart medical robots) ที่พัฒนาขึ้นสำหรับสภาพแวดล้อมในพื้นที่กักกัน โดยหุ่นยนต์ดังกล่าวสามารถทำกิจวัตรต่างๆ ได้ เช่น การตรวจตราชั้น (floor checkups) การทำความสะอาด การส่งยา ช่วยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่กักกัน และที่สำคัญ ช่วยลดการทำงานซ้ำๆ และลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อให้แก่หมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์

  • ใช้ 5G เชื่อมต่อระบบสาธารณสุข เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบสาธารณสุขที่เชื่อมต่อถึงกันด้วย 5G บนฐานของเทคโนโลยีคลาวด์ ส่งผลให้ระยะเวลาตอบสนองหรือรับมือสถานการณ์ต่างๆ รวดเร็วยิ่งขึ้น, เฝ้าระวังอาการผู้ป่วยได้ดีขึ้น, รวบรวมและวิเคราะห์ DATA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนประสานงานและการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

เพื่อต่อกรกับเชื้อไวรัสโควิด-19 เหล่าบิ๊กเทคเจ้าของเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติงในจีนร่วมผนึกกำลังฝ่าวิกฤต ทั้ง Huawei Cloud, Alibaba Cloud, Tencent Cloud และ Baidu AI Cloud ในฟังก์ชันที่ต่างกันไป

5G จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้ประโยชน์ Big Data ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระบบสาธารณสุขอัจฉริยะ
The data requirements of different population groups โรคระบาดครั้งใหญ่
ภาพแสดงความต้องการใช้ DATA ที่แตกต่างกันตามกลุ่มประชากรผู้ติดเชื้อ กลุ่มที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ กลุ่มที่ต้องกักกันเพื่อสังเกตโรค และกลุ่มที่ปลอดเชื้อ
Epidemic control scenarios โรคระบาดครั้งใหญ่
สถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดกับการใช้ DATA จำเป็นที่รัฐจะต้องยกระดับกลไกการตอบโต้ในภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยรัฐต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วและจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ จะเห็นว่าการสร้าง แพลตฟอร์มรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินสาธารณะในรูปแบบดิจิทัล’ ที่ขับเคลื่อนด้วย DATA บนฐานเทคโนโลยีคลาวด์ เป็นโมเดลของจีนที่ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ นอกจากนี้ ในสมุดปกขาวยังระบุถึงความสำเร็จของการประยุกต์ใช้ 5G กับระบบสาธารณสุขว่า จะสร้างแรงบันดาลใจให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการจะยกระดับการใช้งาน 5G และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ๆ นั้นดำเนินต่อไป เช่น การจัดการสมาร์ทซิตี้ การจัดสรรทรัพยากรการผลิต การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบำรุงรักษาระบบคมนาคมขนส่ง

ที่มา 


โรคระบาดครั้งใหญ่ (Pandemic) ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่า ‘เทคโนโลยี’ เป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยเหลือและสนับสนุนให้ภาคส่วนต่างๆ เดินหน้าต่อไปได้

ส่องแผนรับมือ COVID-19 ‘เกาหลีใต้’ ทำอย่างไรถึงเอาอยู่

e-Education ทางออกการศึกษาไทย สู้ภัย COVID-19

รู้ไหมว่า หัวหน้ากังวลเรื่องไหน พนักงานต้องการอะไรในช่วง Work from Home?