‘ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล’ ชี้การทำงานแบบ “เคียงบ่าเคียงไหล่” หัวใจของการขับเคลื่อน EEC HDC

845

“ความท้าทายของการทำงานของ EEC HDC หรือ คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในตอนนี้ อยู่ที่การเตรียมการเดินไปสู่ Milestone หรือเป้าหมายข้างหน้า เพราะหลังจากวิกฤตการระบาดของเชื้อโควิด-19 ผ่านพ้นไป บรรยากาศของการลงทุนก็จะกลับเข้ามา เศรษฐกิจจะฟื้นตัว และความจำเป็นต้องใช้บุคลากรจะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน คำถามจึงตีกลับมาที่ “ตอนนี้เราได้เตรียมกำลังคนไว้รองรับความต้องการในอนาคตนี้แล้วหรือยัง?” ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล หนึ่งในคณาจารย์ที่เป็นกำลังหลักของ คณะทำงาน EEC HDC ให้สัมภาษณ์ไว้ชัดเจนในประเด็นภารกิจเร่งด่วน ที่ต้องทำควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศ นั่นคือการพัฒนากำลังคน นั่นเอง

ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล
เพราะเส้นทางแห่งการขับเคลื่อนด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย จำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผลในระยะยาว
และด้วยหมวกอีกสองใบที่ ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล สวมอยู่ นั่นคือ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา ทำให้ อาจารย์ณยศ สะท้อนมุมมองในฐานะบุคลากรการศึกษาที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ควรเป็นได้อย่างตรงเป้า

อัปเดตภารกิจหลัก และภารกิจล่าสุดที่ประสบความสำเร็จด้วยการขับเคลื่อนของ คณะทำงาน EEC HDC

ในฐานะหนึ่งในคณะทำงาน EEC HDC อาจารย์ณยศ ย้ำว่าภารกิจสำคัญที่สุดของ EEC HDC ตอนนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องของการวางแผนพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการทั้งในปัจจุบันและในอนาคตของอีอีซี เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเข้ามาใหม่ และสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน
“หลักการในการพัฒนากำลังคนที่ทาง EEC HDC ยึดมั่นมาตลอด คือ การใช้หลัก Demand Driven หรือการที่เราเปิดรับฟังจากบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสีย อันได้แก่ ผู้ประกอบการ เป็นสำคัญ ดังนั้น การทำงานของคณะทำงาน EEC HDC จึงไปที่ภารกิจหลัก คือ”
หนึ่ง การพัฒนาหลักสูตรตามรูปแบบของ EEC Model Type A ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการจริงๆ โดยสถานศึกษามีหน้าที่จัดหลักสูตรร่วมกันกับผู้ประกอบการหรือผู้ที่จะใช้บัณฑิต โดยจะร่วมกันทั้งในส่วนของการลงทุน การสนับสนุน การให้ยืมใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในภาคอุตสาหกรรมสำหรับทำการเรียนการสอน ไปจนถึงการรับผู้ฝึกงานไปทำงานภายหลังจากที่จบการศึกษา

ตอนนี้มีการดำเนินการปรับหลักสูตรตามหลัก EEC Model Type A อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันสถานศึกษาหลายแห่งก็พยายามที่จะพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับโมเดลนี้มากขึ้น และได้ปรับตัวให้มีความใกล้ชิดกับผู้ประกอบการมากขึ้น ด้วยการดึงผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของการดำเนินงานเกี่ยวกับหลักสูตรต่างๆ ที่เปิดสอนมากขึ้น ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นส่วนของการดำเนินการในระยะยาว ที่ทาง EEC HDC ให้ความสำคัญมากมาโดยตลอด
สอง การพัฒนากำลังคน เป็นอีกส่วนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งวิธีการที่ใช้ คือ การจัดหลักสูตรระยะสั้น ตรงนี้ทาง EEC HDC ก็มีมาตรการอยู่หลายด้าน เพื่อเสริมเรื่องการพัฒนากำลังคนด้วยหลักสูตรระยะสั้น
โดยในภารกิจนี้ หมายรวมทั้งการนำเอาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมที่มีอยู่แต่เดิม มาผ่านกระบวนการ Reskill คือการพัฒนาทักษะ ความรู้ ให้สอดคล้องกับความต้องการใหม่ หรือแม้แต่การนำนิสิต นักศึกษา ชั้นปีสุดท้าย ที่กำลังสำเร็จการศึกษาและได้ออกไปทำงานในภาคอุตสาหกรรม มาเติมเต็ม หรือเรียนรู้ในทักษะความรู้เพิ่มเติม ที่อาจจะไม่ได้ระบุอยู่ในหลักสูตรของเดิม ในรูปแบบของการ Upskill เพื่อให้พวกเขามีทักษะที่ตรงและตอบโจทย์ของภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่

หลักการ Demand Driven

“และในปีนี้ จะเป็นปีงบประมาณแรก ที่ทางอีอีซี จะได้จัดสรรงบประมาณไว้บางส่วนแล้ว เพื่อที่จะร่วมมือ และร่วมจ่ายกับภาคเอกชน ในการพัฒนากำลังคนด้วยหลักสูตรระยะสั้นเร่งด่วนนี้ โดยเราเรียกว่ามาตรการ 50 : 50 เพื่อจะสร้างหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับจากอีอีซี ว่าเป็นหลักสูตรที่พัฒนากำลังคนได้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม”
“ทั้งนี้ ถ้าทำได้ ทางอีอีซีก็จะมีการอุดหนุน ในรูปแบบของการ Subsidy ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในหลักสูตรไม่เกินร้อยละ 50 โดยขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ร่วมจ่ายด้วยในหลักสูตรอบรมฯนี้ ร้อยละ 50”
“ขณะเดียวกัน ในตอนนี้เราก็ทำงานกับกรมสรรพากร เพื่อจะออกมาตรการยกเว้นภาษีรัษฎากร หรือว่าการยกเว้นภาษีให้กับภาคเอกชนที่จ่ายเงินเข้ามาสำหรับการพัฒนากำลังคนในลักษณะนี้ด้วย”
และ อาจารย์ณยศ ยังได้บอกถึงกลไกสำคัญ ที่ใช้ในการรับรองหลักสูตรของอีอีซี ว่าแรกเริ่มสถานศึกษาต้องเป็นคนไปดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อให้ได้มาซึ่งหลักสูตรที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ เสร็จแล้วก็นำหลักสูตรนี้มานำเสนอให้กับ EEC HDC พิจารณา โดยจะใช้หลักเกณฑ์ต่อไปนี้
หนึ่ง ต้องเป็นหลักสูตรที่ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10+2 S curves โดยทางอีอีซีจะได้เชิญทั้งสถานศึกษาและสถานประกอบการ ที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตร มาสัมภาษณ์อย่างเข้มข้น เพื่อให้ทางภาคอุตสาหกรรมได้แสดงเจตจำนง แสดงเจตนา ออกมาชัดเจนว่ามีความตั้งใจที่จะดำเนินงานร่วมกันกับสถานศึกษานั้นจริงๆ และในอีกทางหนึ่ง หลักสูตรนั้นต้องเป็นหลักสูตรที่ภาคเอกชนมีความต้องการจริงๆก่อน
สอง ทางภาคเอกชนเอง ยินดีที่จะร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ทาง EEC HDC ถึงจะพิจารณารับรองหลักสูตรนี้ให้
สาม ทางสถานประกอบการต้องทำสัญญากับสถานศึกษาว่าภายหลังจากที่ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรนี้แล้ว โดยสถานประกอบการจะต้องรับนักศึกษาเหล่านั้นเข้าไปทำงานเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
“เพราะฉะนั้น โดยหลักแล้ว หลักสูตรที่จะผ่านการรับรอง จะต้องตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ซึ่งในปัจจุบันได้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาหลักสูตรไปแล้ว 2 ครั้ง”

“ในขั้นแรก อย่างรายงานข่าวล่าสุดที่ได้ประกาศรับรองหลักสูตรระยะสั้นชุดแรก 18 หลักสูตร เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา และเมื่อหลักสูตรผ่านการรับรองแล้ว ทางอีอีซีก็จะส่งลิสต์รายชื่อหลักสูตรนี้ พร้อมทั้ง Code ID ของแต่ละหลักสูตรให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง กรมสรรพากร และทาง BOI หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้ทราบด้วย เพื่อจะได้นำไปสร้างฐานข้อมูลสำหรับหักลดหย่อนภาษีหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ได้ต่อไป”

สรุปแล้วด้วยมาตรการที่กล่าวมานี้ อาจารย์ณยศยืนยันว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนอย่างเร่งด่วนของผู้ประกอบการได้ เพราะสามารถเสริมทักษะหรือความรู้ใหม่ให้กับบุคลากรได้ในเวลาจำกัด

รูปแบบการทำงานในแบบ คณะทำงานฯ จับมือสถานศึกษาทุกระดับ มุ่งสู่เป้าหมายการสร้างบุคลากรคุณภาพได้จริง

ในปัจจุบัน คณะทำงาน EEC HDC มีศูนย์บัญชาการ หรือ office อยู่ที่ มหาวิทยาลัยบูรพา และในการทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการผลิตและพัฒนาบุคลากรนั้น อาจารย์ณยศ ชี้แจงว่าที่ผ่านมาได้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาของคณะทำงานฯในแต่ละอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วย ประกอบด้วย
  1. ผู้เชี่ยวชาญชำนาญงานด้านจากภาคอุตสาหกรรม เป็นผู้ประกอบการตัวจริง
  2. ผู้แทนจากสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในแต่ละภาคอุตสาหกรรม เป็นผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการและรู้จริงในเรื่องนั้นๆ
  3. นักวิชาการ ซึ่งก็คือ คณาจารย์จากมหาวิทยาลัย หรือจากวิทยาลัยเทคนิค ภาคอาชีวศึกษาต่างๆเข้ามาร่วมด้วย
“ที่ผ่านมา การทำงานของ คณะทำงาน EEC HDC ไม่ได้มีการประชุมเป็นวาระที่กำหนดแน่นอนตายตัว แต่จะจัดประชุมเป็น Agenda base แต่ถ้ามีประเด็นที่เราต้องรีบจัดประชุมขึ้นมา ทางประธานคณะทำงาน EEC HDC ก็จะเป็นผู้ประกาศเรียกประชุมคณะทำงานฯ”

“ด้วยวิธีนี้ ในมุมมองส่วนตัวของผม ดีกว่าการประชุมเป็นวาระที่กำหนดขึ้นมาแบบตายตัวเสียอีก เพราะพอมีประเด็นเร่งด่วนอะไร คณะทำงานฯก็พร้อมที่จะระดมสมอง พิจารณาหามาตรการตอบสนองประเด็นที่เกิดขึ้นนั้นในทันที โดยเรามีคณะทำงานขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนในแต่ละ S-curve ซึ่งที่ผ่านมาในแต่ละกลุ่มก็มีการทำงานกันอย่างใกล้ชิด ด้วยการติดต่อกันผ่านสื่อออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียเป็นหลัก จึงมีความแอคทีฟกันตลอดเวลา”

“มาในส่วนคณะทำงานประสานงานกลาง ก็มีหน้าที่หลักในการคุมนโยบายกลาง และการติดตาม Monitoring กิจกรรมต่างๆ ของแต่ละคณะทำงานฯ และทำงานร่วมกับเครือข่ายสถานประกอบการ ดังนั้น ในตอนนี้ EEC HDC จึงเป็นเหมือนพี่เลี้ยง”

พร้อมเปลี่ยน ปัญหาและอุปสรรค เป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนการศึกษา ให้ตอบโจทย์การขับเคลื่อนประเทศแบบไร้รอยต่อ 

“การได้เข้ามาร่วมทำงานในคณะทำงาน EEC HDC ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก” อาจารย์ณยศเกริ่น ก่อนขยายความว่า “ความท้าทายแรกที่เห็นและต้องก้าวข้ามผ่าน คือ การทำงานท่ามกลางระบบเดิมที่ยังคงมี mindset เดิมอยู่ และบุกเบิกไปสู่การทำงานในระบบใหม่ ซึ่งสภาวะนี้เป็นความท้าทายที่คณะทำงาน EEC HDC ได้พบเจอกันมาตลอดเวลา”
“เพราะอย่าลืมว่าระบบการศึกษาของเราแต่เดิม เป็น Supply push คือ สถานศึกษามีอำนาจชัดเจนในการกำหนดว่าจะเปิดหลักสูตรอะไร จะสอนอย่างไร ทางสถานศึกษาจะเป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น ถึงแม้ในช่วงระยะหลัง เราจะบอกว่าเราฟังเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาก็มักเป็นการดำเนินการในเชิงสถิติ หรือจะเป็นลักษณะในการสัมภาษณ์เอาความคิดเห็นที่ได้มาประมวลผลมากกว่าที่จะมาดำเนินงานร่วมกันแบบ “เคียงบ่าเคียงไหล่” ของผู้ประกอบการและสถานศึกษา”
“แต่เมื่อเกิดโครงการอีอีซีขึ้น และถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาพิเศษ จึงมีการพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วและมีอัตราเร่งที่สูงมาก ในขณะที่พื้นที่อื่นๆอาจพัฒนาไปโดยไม่ได้มีอัตราเร่งที่สูงเหมือนอีอีซี เพราะในพื้นที่อีอีซี มีแรงสนับสนุนจากภาครัฐในเชิงนโยบายเต็มที่”

“ด้วยเหตุนี้ ต้องยอมรับว่ามีบางหน่วยงานหรือบางส่วนงานที่ยังตามไม่ทัน ตรงนี้ก็ถือเป็นความท้าทายตั้งแต่เริ่มทำงานในช่วงต้น แต่พอได้มาเริ่มทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง ความท้าทายที่เล่ามานี้ มันไม่ใช่อุปสรรคใหญ่โตอะไรเลย เพราะเมื่อถึงเวลาแล้ว ด้วยการที่รัฐบาลกำหนดพื้นที่ดำเนินงานมาชัดเจน เป็นนโยบายเชิงพื้นที่ที่ชัดเจนมากว่า อยู่ในขอบเขต 3 จังหวัด ภาคตะวันออก คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ทุกคนจึงพร้อมที่จะทำความเข้าใจ”

อีอีซี Demand Driven
“ที่สุดแล้ว ความท้าทายที่ผมเล่าให้ฟังเบื้องต้น จึงกลายเป็นเพียงแค่ความกังวลมากกว่าว่าคนจะปรับตัวไม่ทัน แต่ในความเป็นจริง ทุกคนปรับตัวได้ดีมาก และพร้อมที่จะรับความเปลี่ยนแปลง ผมมองว่าเป็นกุศโลบายที่ดีมากเลยที่เลือกพื้นที่ดำเนินโครงการอีอีซีอย่างชัดเจนมาก่อน เพราะขั้นตอนในการทำความเข้าใจสามารถทำได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นทุกคนก็เข้าใจตรงกันได้เลยว่า นี่มันคือการทดลอง ซึ่งทุกคนก็พร้อม”
และแง่มุมที่สร้างสรรค์ ซึ่งเกิดขึ้นตลอดการทำงานของ EEC HDC คือ การได้ทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการพัฒนากำลังคน ให้มาร่วมมือกันกับภาคการศึกษา ภาคสถานประกอบการด้วย อย่าง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ก็มีทั้งศูนย์ฝึกและมีหน้าที่ในการพัฒนากำลังคน และ อาจารย์ณยศ กล่าวเสริมในประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า
“แม้แต่ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี หรือ สถาบันการบินพลเรือน ซึ่งเดิมทีเราในฐานะสถาบันการศึกษามีปฏิสัมพันธ์กันน้อยมากกับหน่วยงานเหล่านี้ เช่นกันกับการทำงานเชื่อมโยงกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยกับมัธยมศึกษา ซึ่งมีประโยชน์มาก”
“EEC HDC จึงเป็นเหมือนสื่อกลางเชื่อมให้องคาพยพเหล่านี้ได้มาทำงานร่วมกัน ต้องเจอกัน คุยกัน รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ให้ความช่วยเหลือกันในการทำงาน ในขณะเดียวกัน เราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับภาคผู้ประกอบการด้วย”
และการทำงานของ คณะทำงาน EEC HDC อาจารย์ณยศ กล่าวว่าเป็นการทำงานแบบมี Milestone เป็นช่วงระยะเวลา
“ในตอนนี้ ผมมองว่าความท้าทายของ EEC HDC ไปอยู่ที่ Milestone หน้าแล้ว นั่นก็คือ ช่วงหลังจากวิกฤตการระบาดของเชื้อโควิด-19 สงบลง และนักลงทุน บรรยากาศของการลงทุนกลับเข้ามา เศรษฐกิจฟื้นตัว แน่นอนว่า จะมีความจำเป็นต้องใช้บุคลากรเกิดขึ้นอีก ช่วงเวลาตอนนี้จึงเป็นระยะเวลาแห่งการเตรียมการให้พร้อมเพื่อเดินหน้าพัฒนาและผลิตบุคลากรใน Milestone ต่อไป”

e-Education

“ทั้งนี้ จากวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้เอง ก็ส่งผลให้รูปแบบการทำงานบางส่วนเปลี่ยนไปตลอดกาลด้วย เช่น การทำงานออนไลน์ หรือมีการจัดระบบงาน หรือ work flow ใหม่ เป็นต้น ทาง EEC HDC ได้นำปัจจัยนี้มาคิดด้วยว่าจะส่งผลกระทบต่อ Work flow ของคณะทำงาน EEC HDC ที่เปลี่ยนแปลงไป หรือไม่ อย่างไร”
“ในช่วงที่เกิดวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาดนี้ คณะทำงาน EEC HDC ก็ไม่ได้หยุดทำงาน เพราะในส่วนของการเปิดหลักสูตรออนไลน์ เราก็ทำและพัฒนามาโดยตลอดและยิ่งต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะเทรนด์หลักสูตรออนไลน์ต่อจากนี้ไปจะเข้ามามีบทบาทในการศึกษา และการอบรมมากขึ้นแน่นอน”
ขณะเดียวกัน ทาง EEC HDC ยังยืนหยัดบนจุดยืนที่จะต้องเป็นผู้ที่สร้างความมั่นใจให้กับทางสถานประกอบการด้วยว่าการมาทำงานร่วมกับสถานศึกษา เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ แทนที่จะจับคู่กันเองในการพัฒนาหลักสูตรตามแนวทางแบบเดิม แต่เมื่อมาร่วมทำตามโมเดลของ EEC HDC ก็จะเกิดเป็นมรรคเป็นผลมากขึ้น เกิดเป็นการดำเนินการที่ต่อเนื่องมากขึ้น ด้วยการดำเนินการเป็นภาพใหญ่ ซึ่งทาง EEC HDC จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ นั่นเอง

ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล ชี้ ม.บูรพา ได้อานิสงส์ปรับหลักสูตร ตามรอย EEC Model และหลัก Demand driven

และด้วยหมวกอีกสองใบในฐานะผู้บริหารทั้งในระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัยของ อาจารย์ณยศ นี่เอง ทำให้มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับอานิสงส์ในการปรับเอาแนวทางการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนในแบบ EEC HDC มาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยฯเองด้วย
“มหาวิทยาลัยบูรพา จัดเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ในที่นี้ผมหมายถึง Comprehensive University คือ มีการเปิดการเรียนการสอนในทุกสาขาวิชา ทั้งในกลางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  ไปจนถึงด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เราก็มีคณะแพทยศาสตร์ ด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือ เราต้องมั่นใจว่ากำลังคนที่เราผลิตออกไปตอบสนองกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง”

EEC Project

“จากแต่เดิมทางมหาวิทยาลัยฯ ก็มีการวางแนวทางอยู่แล้วว่าจะปรับปรุงหลักสูตรให้ตอบสนองความต้องการของสังคมอย่างไร เพียงแต่ด้วยอัตราเร็วและความเร่ง และมาตรการการปรับหลักสูตร ก็จะต้องยอมรับว่าเป็นแบบ “ค่อยๆเป็นค่อยๆไป” แต่หลังจากที่ได้ทำงานกับ EEC HDC และทาง EEC HDC ได้เข้ามีบทบาท ก่อให้เกิดเครือข่ายการดำเนินงานร่วมกันในการพัฒนาหลักสูตร ก็ทำให้เกิดอัตราเร่งที่มากขึ้นอย่างมาก”
“ตอนนี้ มหาวิทยาลัยบูรพาจึงอยู่ในระหว่างการปรับปรุงหลักสูตร ซึ่งตอนนี้ก็ได้ออกแบบหลักสูตรใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บัณฑิตมากขึ้น โดยการดึงผู้ใช้บัณฑิตเหล่านี้มาดำเนินการแบบ “เคียงบ่าเคียงไหล่” อย่างที่ผมได้พูดไป โดยจัดการศึกษาในแบบ EEC Model Type A ให้มากขึ้นด้วย”

“ดังนั้น การที่เกิดคณะทำงาน EEC HDC ขึ้นนี้ นับว่าเป็นตัวเร่งการปรับเปลี่ยนในภาคการศึกษาที่ดี  เพราะทำให้เกิดการสำรวจและการประเมินหลักสูตรว่าตอนนี้หลักสูตรของเราตอบสนองต่อความต้องการของประเทศขนาดไหน ซึ่งตอนนี้ มหาวิทยาลัยบูรพาก็อยู่ในช่วงการปรับหลักสูตรขนานใหญ่ แล้วในการปรับหลักสูตรครั้งนี้ก็มีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น ว่าต้องเป็นไปตามหลัก Demand driven เท่านั้น”

“เพราะฉะนั้นตรงนี้เราอยากจำกัดความว่า มันคือ “การเปลี่ยนโฉม” มากกว่า และผมเชื่อว่าไม่ใช่ มหาวิทยาลัยบูรพา แห่งเดียว ที่เห้นโอกาสนี้ ผมเชื่อว่าต่อจากนี้ไปมหาวิทยาลัยทุกแห่ง วิทยาลัยและหน่วยงานที่พัฒนากำลังคนทุกแห่ง ก็จะต้องพยายามปรับทิศทาง ปรับหลักสูตรให้ตอบสนองความต้องการของสถานประกอบการตามแนวทาง EEC Model นี้อย่างจริงจัง”

EEC HDC หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น

สุดท้ายแล้ว อาจารย์ณยศ สื่อสารว่า เขาคาดหวังจะเห็นการจัดการไทย เป็นการจัดการศึกษาในแบบองค์รวม หรือ Holistic Education ที่มีความแม่นยำ หรือเป็น Precision Education
“เพราะโดยบริบทของประเทศไทย เรากำลังก้าวเข้าสู่บริบทของสังคมสูงอายุ และกำลังจะมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลากรที่เกิดใหม่และจะเข้ามาสู่วัยทำงาน ซึ่งมีจำนวนไม่มาก ถ้าเราสูญเสียคนกลุ่มนี้ไปในระบบการศึกษาที่ไม่แม่นยำพอ ที่ไม่ได้ฝึกฝน ไม่ได้ให้ทักษะ หรือความรู้ให้เขา ตรงกับความถนัด ตรงความต้องการทั้งของผู้เรียนเองและของสังคม ลองคิดดูว่า ความสูญเสียนั้นจะก่อให้เกิดผลกระทบอะไรต่อสังคมบ้าง”
“ผมจึงอยากเห็นระบบการศึกษาในภาพใหญ่ขึ้นไป ไม่ใช่แค่ในมหาวิทยาลัย เป็นการศึกษาที่เน้นเส้นทางการพัฒนาคนตั้งแต่เกิด ไปจนถึงในวัยที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ จนถึงวัยที่เข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในภาคอาชีวศึกษา หรือภาคอุดมศึกษา หรือไปจนถึงการศึกษาขั้นสูง ในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก เป็นการศึกษาในรูปแบบของ Demand driven อย่างแท้จริง ในภาพรวม”
“และเชื่อว่าระบบการศึกษาแบบนี้จะเป็นระบบเดียวที่สามารถสร้างทุนมนุษย์ที่จะร่วมพัฒนาประเทศให้รอดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจในฐานนวัตกรรมและฐานความรู้อย่างแท้จริง”

อัปเดตหลากหลายมุมมองในการพัฒนาและผลิตบุคลากรตอบโจทย์ความต้องการของอีอีซี

‘ช็อตคอร์ส’ หลักสูตรการศึกษา 4.0 ตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่

เปิดตัว ‘EEC Automation Park’ ศูนย์พัฒนาบุคลากร หุ่นยนต์ & ระบบอัตโนมัติ ตอบโจทย์อุตฯเป้าหมาย ต้นแบบความร่วมมือ รัฐ-เอกชน-สถาบันการศึกษา

เปิดตัว ‘ศูนย์พัฒนาและรับรองทักษะดิจิทัลสากล’ ICDL-ATC ขานรับ EEC Model ตอบโจทย์ Reskill-Upskill บุคลากรดิจิทัลไทย