“กระแสอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต้องยกระดับเป็นวัฒนธรรม” ชัยพร นำประทีป

1163

นอกจากที่ “ชัยพร นำประทีป” หรือ “เอี้ยว ณ ปานนั้น” จะมีชื่อเสียงในแวดวงเพลงสร้างสรรค์ หรือเพลงเพื่อชีวิตแล้ว วัตรปฏิบัติของเขาถือได้ว่าสอดคล้องกับอาชีพการงาน คือการเป็นศิลปินเพื่อสังคม


การยืนระยะในวงการเพลงไทยยาวนานถึง 30 ปี โดยไม่หนีไปประกอบอาชีพอื่นของ “ชัยพร นำประทีป” กับอัลบั้มจำนวน 9 ชุด นอกจากจะเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการงานแล้ว วิถีชีวิตประจำวันของเขายังไม่ขัดแย้งกับความคิดสร้างสรรค์ที่เขาใช้ในการเขียนเพลงอีกด้วย
แม้จะไม่เคยประกาศให้โลกรู้ แต่คนใกล้ชิดรวมถึงแฟนเพลงจำนวนหนึ่งทราบดีว่า “ชัยพร” คือ “นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวจริง” คนหนึ่ง

ชัยพรยืนอาบน้ำในกะละมัง แล้วเอาน้ำในกะละมังนั้นไปรดต้นไม้ เขาซักผ้าด้วยมือโดยใช้กะละมังหลายใบ เอาน้ำซักผ้าใบหนึ่งไปราดโถส้วม ใบหนึ่งใช้ล้างพื้น อีกใบใช้รดต้นไม้ และอีกใบใช้ถูบ้าน

เขาไม่ทานอาหารจากกล่องโฟมมาหลายสิบปีแล้ว เขาไม่ซื้อกับข้าวถุง เขานำปิ่นโตและนำกล่องข้าวไปซื้ออาหาร เขาเอากระติกไปซื้อน้ำเต้าหู้ ชา กาแฟ เขาใช้ขวดน้ำพลาสติกซ้ำหลายครั้ง และแน่นอน เขาไม่รับถุงหิ้วพลาสติกจากร้านค้ามาหลายสิบปีแล้วเช่นกัน

ชัยพร นำประทีป

Q : จากวันดีเดย์ 1 มกราคม 2563 ที่ร้านรวงต่างๆ และห้างสรรพสินค้า งดแจกถุงหิ้วพลาสติก ดูเหมือนว่า เข้าเดือนมีนาคม ร้านสะดวกซื้อบางร้านแอบใส่ถุงให้กับลูกค้าอีกแล้ว

A : มองในแง่ดี เขาแอบให้ก็ยังดีกว่าแจกกันอย่างเต็มที่เหมือนที่ผ่านมานะครับ ความจริงแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างมากกับนโยบายรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก แต่ผมคิดว่า นโยบายมันมาช้ามาก แต่มองในแง่ดี มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา
แต่สำหรับการแก้ปัญหาในระยะยาวนั้น ผมคิดว่า นอกจากที่เราจะปลุกจิตสำนึกด้วยแคมเปญรณรงค์แบบขอความร่วมมือแล้ว เราน่าจะสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาบังคับใช้กันอย่างจริงจังควบคู่กันไป เพราะปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมา เราก็เห็นกันแล้วว่า การพึ่งพาจิตสำนึกอย่างเดียว ประเภทขอความร่วมมือ บางที บางคนเขาก็ไม่สะดวกที่จะร่วมมือน่ะ ถ้าเกิดว่าเหตุปัจจัยรอบข้างเขาเนี่ยมันยังเอื้อให้เขาใช้ถุงพลาสติกอย่างสะดวก เขาก็จะติดอยู่กับความสะดวกตรงนั้นนะครับ แต่ถ้าเรามีมาตรการออกมาให้มันชัดเจนขึ้นเนี่ย มันอาจจะเกิดความไม่คุ้นเคยขึ้นในช่วงแรก แต่พอเขาเคยชินแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงการปรับตัว และจะกลายเป็นนิสัยไปในที่สุด ซึ่งผมอยากเรียกว่าเป็นการสร้างวัฒนธรรม ให้วัฒนธรรมเป็นตัวปลุกจิตสำนึกครับ

Q : มีข่าวร้านสะดวกซื้อบางร้านแอบใส่ถุงให้กับลูกค้า

A : นี่ไงที่ผมบอก การขอความร่วมมือแบบนี้มันไม่ Work มันเป็นแค่ Event เป็นแค่ผักชีโรยหน้าครับ หลายคนขาดความจริงใจที่จะทำอย่างต่อเนื่อง บางคนบอกว่าเพราะยอดขายตก ลูกค้าไม่เข้า เขาก็เลย Support ลูกค้าบางกลุ่ม ด้วยถุงพลาสติกใต้โต๊ะ อะไรประมาณนี้ ผมจะบอกว่า ถ้าเรารณรงค์กันจริง ถ้าเราสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาแล้วบังคับใช้กันอย่างจริงจังควบคู่กันไป คือ สร้างจิตสำนึกผ่านวัฒนธรรม โดยเราต้องสร้างวัฒนธรรม แล้วให้วัฒนธรรมเป็นตัวปลุกจิตสำนึกครับ

Q : หลายคนบอกว่า พนักงานจะถามว่าลูกค้าเอาถุงผ้ามาหรือเปล่า ถ้าไม่เอามา ก็หยิบถุงพลาสติกใส่ให้เหมือนเดิม

A : เห็นมั้ย ที่ผ่านมามันก็เหมือนเป็นการสร้างภาพใช่มั้ยครับ ว่าผมงดแจกถุงพลาสติก ผมใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผมตอบสนองนโยบายแล้ว คือเราไม่รู้ว่า ลึกลงไปแล้ว เขาเป็นคนใส่ใจสิ่งแวดล้อมจริงจังแค่ไหน เหมือนศิลปินที่ประกาศตัวว่ารักธรรมชาติ เราไม่แน่ใจว่า เขารักธรรมชาติจริงๆ จากใจจริงๆ หรือสร้างภาพ
ชัยพร นำประทีป
www.thaivolunteer.org

Q : คุณเคร่งครัดกับการใช้กล่องโฟม ถุงพลาสติกมานานแค่ไหนแล้ว

A : นานมากแล้วครับ คือผมก็ทำบนเงื่อนไขที่ผมทำได้นะครับ ไม่ได้วิเศษเลิศเลออะไร ผมเริ่มด้วยตัวของผมเองก่อน ผมไม่ไปสร้างเงื่อนไขกดดันคนรอบข้างด้วยคำพูด ผมจะไม่ไปก้าวก่ายวิถีชีวิตคนอื่นในเรื่องนี้นะ นี่พูดจริงๆ นานมากแล้วที่ผมยืนอาบน้ำในกะละมัง แล้วเอาน้ำที่อาบแล้วในกะละมังไปรดน้ำต้นไม้ ผมทำเองเงียบๆ มาหลายสิบปีแล้ว อย่างที่บอก เราทำเพราะเรารักน้ำ เราอยากรักษาน้ำ รักษาทรัพยากรน้ำ เราทำแบบส่วนตัว แล้วก็ไม่ไปกดดันอะไรใครครับ
หรือแม้แต่การใช้ถุงพลาสติกผมก็ทำของผมเงียบๆ คือไม่รับถุงพลาสติก กล่องโฟม แก้วพลาสติกทุกรูปแบบ เอากล่องข้าว เอาปิ่นโต เอากระติกน้ำไปใส่ เรื่องนี้ผมก็ไม่คุกคามคนอื่นอีกเช่นกัน เพราะผมเข้าใจว่า การเรียกร้องคนอื่น แม้ว่าจะเป็นคนสนิท บางทีมันก็ไปก่อให้เกิดความรำคาญกับเขาได้ ผมรู้ว่าการไปเรียกร้องคนอื่นมากๆ มันเหมือนก้าวก่าย ผมก็เลยทำเงียบๆ ของผมคนเดียว เรื่องซักผ้าด้วยมือนี่ ผมก็ใช้ 3-4 กะละมัง น้ำ 2 น้ำ 3 น้ำ สุดท้ายเนี่ย ผมก็จะเอาไว้ราดชักโครก น้ำ 3 เอาไปรดน้ำต้นไม้ น้ำ 2 ก็เอาไปล้างพื้นหรือถูบ้าน เพราะความจริงก็คือ จะมีน้ำเหลือทุกครั้งที่เราอาบน้ำและซักผ้า แม้จะเป็นน้ำเสีย แต่ก็ยังมีประโยชน์ครับ

Q : เวลาไปเล่นดนตรี แล้วเขาแจกอาหารกล่องโฟมให้ศิลปิน คุณทำอย่างไร

A : เรื่องกล่องโฟมเนี่ย คือถ้าเกิดว่ามันไปในพื้นที่ที่ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ถึงระดับหนึ่งผมก็ต้องยอม ผมเข้าใจคนจัดงาน เขาเตรียมมาแล้ว ผมไม่มีสิทธิ์ไปตำหนิอะไรใคร คือเราก็ไปเลี่ยงในวันอื่น สถานที่อื่นที่เราควบคุมได้ ผมไม่ได้เครียดมากถึงขนาดจะเป็นจะตายเมื่อเห็นกล่องโฟม แต่แน่นอน เมื่ออยู่ในสถานที่ และเวลาที่เราควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างเวลาไปซื้อกับข้าว ผมก็เตรียมภาชนะไปใส่เอง พวกกล่องข้าว พวกปิ่นโต พวกกระติกน้ำ แก้วน้ำ แรกๆ แม่ค้าก็อาจจะยังไม่ชินกับผม แต่ตอนหลังเขาก็เริ่มชิน ยิ่งช่วงนี้มันมีการรณรงค์มากทางสื่อต่างๆ

Q : ผมเองก็เคยเขียนบทความ “ฮาวทูทิ้ง ภาค 2 ถึงเวลากำจัดถุงร้อน” คือผมพบข้อมูลที่น่าสนใจของกรมควบคุมมลพิษว่า ถุงพลาสติกประเภทถุงร้อนถุงเย็นซึ่งใช้ใส่อาหารมีมากถึงร้อยละ 86

A : จริงเหรอ!

Q : จริงครับ

A : อืม คิดๆ ดูก็น่าจะจริง อย่างน้ำเต้าหู้แบบนี้ใช่มั้ย น้ำเต้าหู้นี่เจ้าประจำแถวบ้านเขาจะรู้เลยผมกระติกไปใส่ตลอด คืออย่างที่บอก อันไหนที่มันแบบอยู่ในพื้นที่ที่หรือในช่วงที่ผมจัดการได้ด้วยตัวเอง ผมจะทำ คือทำจนเป็นนิสัยไปแล้ว อย่างเรื่องแยกขยะนี่ผมก็ทำมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ผมไม่ก้าวก่ายคนอื่น และผมก็ไม่เคยประกาศให้โลกรู้ คือจะเรียกร้องตัวเองให้ทำสม่ำเสมอให้ได้มากที่สุด
ส่วนเรื่องแอบแจกถุงพลาสติกนี่คือความไม่ต่อเนื่อง คือความไม่จริงใจ อย่างที่เราคุยกัน การที่จะทำให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เราต้องยกระดับให้เป็นวัฒนธรรม ให้เป็นนิสัย ให้เป็นนิสัยอนุรักษ์ เป็นวัฒนธรรมอนุรักษ์ เพราะเอาเข้าจริงๆ เรื่องสิ่งแวดล้อมเนี่ยมันไม่ใช่เป็นเรื่องของความไม่รู้นะ ผมเชื่อว่าเรามีข้อมูลมากพอสมควร เอาเข้าจริงๆ แล้วเนี่ย มันเป็นเรื่องความไม่ใส่ใจ
โจทย์ก็คือ เราต้องทำยังไงให้มนุษย์หันมาใส่ใจ ทำยังไงให้เขาลงรายละเอียด ทำยังไงให้เขาใส่ใจรายละเอียดกับการใช้ชีวิต กับวิถีชีวิต กับการช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม แต่เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลายาวนานพอสมควร

หากเห็นความสำคัญของการลดใช้พลาสติก ไม่ควรพลาดบทความเหล่านี้

ฮาวทูทิ้ง…ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือขยะ

ฮาวทูทิ้ง ภาค 2 ถึงเวลากำจัด “ถุงร้อน”

ภารกิจพิสูจน์ใจ ผู้บริโภค-สถานประกอบการ ร่วม Says NO! ‘ถุงพลาสติก’ เพื่อไทยก้าวสู่สังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน

ร่วมลด ‘ขยะพลาสติกในทะเล’ ให้โลก ด้วยนวัตกรรม ‘ถุงพลาสติกจากแป้งมัน’ ผลงานจากความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน