6 เป้าหมายหลักจากการประชุมข้ามซีกโลก ‘G20 Virtual Summit’ สู้วิกฤตโควิด-19

292

ตามข่าวการประชุม G20 กันหรือเปล่าคะ ที่มีผู้นำประเทศเศรษฐกิจสำคัญในกลุ่ม G20 ร่วมแถลงการณ์ผ่านการประชุมออนไลน์ (Virtual Summit) โดยต่างให้คำมั่นว่า จะเป็น “แนวหน้าร่วมกัน” ในการต่อสู้กับวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19)

แม้ภัยคุกคามจาก COVID-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จะย้ายสถานการณ์ความรุนแรงจากซีกโลกตะวันออกไปยังตะวันตก แต่อย่างไรก็ตาม สงครามที่มนุษยชาติต้องต่อสู้จัดการเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้จะไม่สามารถทำได้เลย หากทุกประเทศไม่ร่วมมือกัน
ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดที่เกิดขึ้นคร่าชีวิตผู้คนนับหมื่นอย่างรวดเร็ว การขอความร่วมมือให้ทุกคนเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing เพื่อลดการแพร่ระบาดจึงเกิดขึ้นในระดับนานาชาติ ซาอุดิอาระเบีย ผู้จัดการประชุมสุดยอดพิเศษในปีนี้จึงดำเนินการผ่านการเชื่อมต่อระบบวิดีโอ ให้ผู้นำจากประเทศเศรษฐกิจในกลุ่มจี 20 ร่วมปฏิญาณในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ

A view of the screen in the Secretary-General António Guterres’ conference room as he takes part in the extraordinary Virtual Leaders’ Summit of the Group of Twenty (G-20) on the Covid-19 Pandemic. // www.unmultimedia.org

แถลงการณ์ของกลุ่มผู้นำ G20 ระบุว่า…

“เราสนับสนุนและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะปฏิบัติตามประกาศขององค์การอนามัยโลกในการร่วมต่อต้านภาวะระบาดใหญ่ของทั่วโลก” 
“เราจะแบ่งปันข้อมูลอย่างโปร่งใสให้ทันท่วงที แลกเปลี่ยนข้อมูลทางระบาดวิทยาและทางคลินิก แบ่งปันวัสดุที่จำเป็นต่อการวิจัยและพัฒนา และเสริมสร้างระบบสุขภาพทั่วโลก รวมถึงสนับสนุนการดำเนินการตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. 2005 ขององค์การอนามัยโลก (IHR 2005) ให้ครบถ้วน”
“เรามอบหมายให้บรรดารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของเราพบปะกันตามความจำเป็น เพื่อแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของแต่ละประเทศ และพัฒนาชุดปฏิบัติการเร่งด่วนเพื่อร่วมต้านภาวะระบาดใหญ่ของกลุ่มจี 20 โดยการประชุมระดับรัฐมนตรีจะจัดขึ้นในเดือนเมษายน” 
ทั้งนี้ ผู้นำในกลุ่มจี 20 ที่เข้าร่วมการประชุมทางออนไลน์มุ่งมั่นที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะโรคระบาดพร้อมกับ
  • องค์การอนามัยโลก (WHO)
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
  • ธนาคารโลก กลุ่ม (WBG)
  • สหประชาชาติ (UN)
  • และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

King Salman bin Abdulaziz Al Saud is chairing the extraordinary #G20VirtualSummit to address the #COVID19 crisis under the #G20SaudiArabia Presidency. // twitter.com/g20org
www.xinhuathai.com

เป้าหมายสำคัญของการดำเนินงานร่วมกัน 6 ประการ ได้แก่

  • มุ่งปกป้องชีวิต (Protect lives.)
  • มุ่งรักษาตำแหน่งงานและรายได้ของประชาชน (Safeguard people’s jobs and incomes.) 
  • มุ่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น, รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ฟื้นการเติบโตและความแแข็งแกร่งให้กลับคืนมา (Restore confidence, preserve financial stability, revive growth and recover stronger.)
  • มุ่งลดความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในด้านการค้าและระบบห่วงโซ่อุปทานโลก (Minimize disruptions to trade and global supply chains.)
  • มุ่งให้ความช่วยเหลือแก่ทุกประเทศที่ต้องการ (Provide help to all countries in need of assistance.)
  • มุ่งประสานงานด้านสาธารณสุขและมาตรการทางการเงินต่างๆ (Coordinate on public health and financial measures.)
www.xinhuathai.com
www.csis.org

twitter.com/g20org

G20 ในมุมเศรษฐกิจการค้าและชาติมหาอำนาจ

ในวันที่ 27 มีนาคม ผู้นำในกลุ่ม G20 ให้คำปฏิญาณว่า จะอัดฉีดเงินกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1.62 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโลก โดยใแถลงการณ์ระบุว่า
เรากำลังอัดฉีดเงินกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐสู่เศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการคลังแบบเจาะจงเป้าหมาย มาตรการทางเศรษฐกิจ และแผนตอบโต้ผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ และการเงิน อันเกิดจากการระบาดใหญ่” 
กลุ่มผู้นำ G20 ยังระบุด้วยว่า จะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่ออำนวยความสะดวกด้าน การค้าระหว่างประเทศ และประสานงานกันโดย มุ่งหลีกเลี่ยงการแทรกแซงที่ไม่จำเป็น
“เราขอย้ำเป้าหมายของเราที่จะคงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมทางการค้าและการลงทุนที่มีอิสระ ยุติธรรม ไม่กีดกัน โปร่งใส คาดเดาได้ และมีเสถียรภาพ และเปิดตลาดของเราต่อไป” 
www.xinhuathai.com

สี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นว่าโรคระบาดไม่คำนึงถึงพรมแดนและเผ่าพันธุ์สัญชาติใด จึงถือเป็นศัตรูของมนุษยชาติ และต้องอาศัยการตอบสนองร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศเท่านั้นจึงจะสามารถเอาชนะได้ ดังเช่นความพยายามร่วมกันของบรรดาประเทศสมาชิกกลุ่มจี 20 ที่ได้จัดการประชุมสุดยอดพิเศษ ว่าด้วยโรคโควิด-19 ซึ่งบรรลุผลในเชิงบวก

ในแถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า ผู้นำกลุ่มจี 20 จะ “ทำทุกอย่าง” และใช้ “นโยบายทั้งหมดที่มี” เพื่อลดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ให้น้อยที่สุด ตลอดจนร่วมฟื้นฟูการเติบโตทั่วโลก รักษาเสถียรภาพของตลาด ร่วมกับการเสริมสร้างความยืดหยุ่น

‘จีน – เมกา’ พักยกสงครามการค้า มาร่วมต่อกรกับไวรัส

ผู้นำจีนยังเน้นความสำคัญของประสานงานด้านนโยบายเศรษฐกิจมหภาค, การสร้างเสถียรภาพของตลาด, การรักษาอัตราการเติบโต, การรับประกันการทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพของผู้คน และการรับรองว่าห่วงโซ่อุปทานระดับโลกจะมีลักษณะเปิดกว้าง มั่นคง และปลอดภัยอยู่เสมอ

ต่อมา สี จิ้นผิง ต่อสายถกประเด็นกับทรัมป์ โดยสองผู้นำเห็นพ้องต้องกันเรื่อง ‘ต้องร่วมมือกันสู้วิกฤตโควิด-19’

“เราจะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายรวมถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนองค์การอนามัยโลก (WHO) ในการให้ข้อมูลด้านการป้องกันและควบคุมโรคระบาด การแบ่งปันประสบการณ์ การเร่งงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการผลักดันให้เกิดการปรับปรุงพัฒนาระบบดูแลสุขภาพของทั่วโลก” สี จิ้นผิงกล่าว
ผู้นำจีนยังตอบคำถามอย่างละเอียดเกี่ยวกับ มาตรการของจีนที่ใช้ในการต่อสู้กับโรคระบาด ทั้งยังย้ำว่า กังวลกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในอเมริกา เห็นแล้วว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้มาตรการหลากหลายในการแก้ไขปัญหา จีนจึงหวังว่าอเมริกาจะควบคุมการแพร่ระบาดได้ในไม่ช้า และลดอัตราการสูญเสียได้โดยเร็ว
แม้ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอเมริกายังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่สี จิ้นผิงกล่าวว่า “การร่วมมือกันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเพียงข้อเดียวเท่านั้น” ที่จะเกิดผลประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ ยังบอกด้วยว่า บางเขตปกครองและหน่วยงานธุรกิจในจีนกำลังจัดหาเวชภัณฑ์เพื่อส่งให้แก่อเมริกา เพราะเข้าใจถึงความยากลำบากที่อเมริกากำลังเผชิญอยู่
www.xinhuathai.com

หลังจาก ‘ทรัมป์’ ฟังคำปราศรัยของผู้นำทุกประเทศ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ทั้งจีนและอเมริกาต่างก็กำลังเผชิญกับความท้าทายของโรคระบาดโควิด-19 ทว่า ดีใจที่เห็นว่าจีนมีพัฒนาการที่ดีในการต่อสู้กับโรคระบาด อีกทั้งประสบการณ์ต้านโรคของชาวจีนยังเป็นแรงผลักดันให้แก่เขา

หลังจากฟังคำปราศรัยของผู้นำทุกประเทศ ทรัมป์กล่าวชื่นชมมุมมองและความคิดริเริ่มของสี จิ้นผิง และถามสี จิ้นผิง เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของจีนอย่างละเอียด

“ขอขอบคุณจีนที่มอบเวชภัณฑ์ให้เพื่อต่อสู้กับโรคระบาด ทั้งยังเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนด้านการแพทย์และสุขภาพระหว่างสองประเทศ รวมถึงให้ความร่วมมือในการพัฒนายาต้านโรคระบาดที่มีประสิทธิภาพ” 
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศต่อสาธารณชนลงในสื่อออนไลน์ว่า ชาวอเมริกันรักและเคารพชาวจีนอย่างยิ่ง บรรดานักเรียนนักศึกษาชาวจีนล้วนสำคัญยิ่งต่อการศึกษาของอเมริกาและจะปกป้องพลเมืองจีนในอเมริกาอีกด้วย

ที่มา