ตั้งแต่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็มีผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง นายจ้าง ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ แต่ที่ผ่านมามี ‘มาตรการเยียวยา โควิด-19’ ของภาครัฐ ที่ออกมาเพื่อดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ โดยแต่ละมาตรการตั้งใจจะช่วยลดภาระให้ผู้ได้รับผลกระทบ และแบ่งเบาผลกระทบที่ทางภาคธุรกิจทุกระดับต่างได้รับ บทความนี้เราจึงตั้งใจรวบรวมทุกมาตรการดูแลและเยียวยาที่มีประโยชน์กับคนแต่ละกลุ่มมาบอกกันแบบง่ายๆ นำไปปรับใช้ได้เลยทันที
แชร์ ทุก ‘มาตรการเยียวยา โควิด-19’ ใครเข้าข่าย รับสิทธิทันที
จากรายงานข่าว สามารถแบ่งกลุ่มประชาชน ที่ มาตรการภาครัฐ ตั้งใจจะดูและเยียวยาความเสียหายจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คือ หนึ่ง กลุ่มประชาชนทั่วไป สอง ผู้ประกอบการ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบต้องหยุดให้บริการเนื่องจากการระบาดในช่วงนี้ ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว อุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน และธุรกิจสายการบิน เป็นต้น และ สาม แรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม
โดยมาตรการดูแลประชาชนทั่วไป มีดังนี้

มาตรการดูแลและเยียวยาผู้ประกอบการ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ และต้องหยุดให้บริการเนื่องจากการระบาดในช่วงนี้ มีดังนี้


มาตรการดูแลและเยียวยาแรงงานที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม รวมถึงผู้ประกันตนตามมาตรา 39,40


มาตรการดูแลและเยียวยาแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม มีดังนี้

ข่าวดีสำหรับลูกหนี้ ผ่อน บ้าน-รถ-บัตรเครดิต แบงก์ชาติเพิ่ม 6 มาตรการช่วยเหลือ มีผล 1 เม.ย. 63
นอกจาก ‘มาตรการเยียวยา โควิด-19’ ของภาครัฐ ที่มุ่งดูแลและเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว ทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ยังผนึกกำลังกับอีก 9 หน่วยงาน เพื่อส่งมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ 6 ประเภทสินเชื่อ เกี่ยวกับการผ่อน บ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และ SME ที่ไม่เป็น NPL ด้วย
ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้อธิบายมาตรการช่วยลูกหนี้เพิ่มเติมว่า
“จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างและผลกระทบไปสู่หลากหลายพื้นที่และหลายอุตสาหกรรม ทางแบงก์ชาติได้ประกาศมาตรการที่ทำก่อนหน้าแล้ว เช่น การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยมียอดลูกค้าเข้าโครงการ 1.56 แสนราย มูลหนี้กว่า 3.10 แสนล้านบาท หรือการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อส่งผ่านให้ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ย ซึ่งมองว่าไม่เพียงพอกับผลกระทบที่รุนแรงขึ้น”
ด้วยเหตุนี้ ดร.วิรไท จึงหารือและทำงานร่วมกับสมาคมและหน่วยงาน 9 แห่ง อาทิ สมาคมธนาคารไทย (TBA) สมาคมธนาคารนานาชาติ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ชมรมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non Bank) และสมาคมเช่าซื้อ เป็นต้น

เพื่อออกมาตรการขั้นต่ำใน 6 ประเภทสินเชื่อสำหรับลูกหนี้ที่ยังไม่ได้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยจะมีผลในงวดชำระวันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ มาตรการขั้นต่ำใน 6 ประเภทสินเชื่อ ได้แก่ โดยประเภทสินเชื่อที่เข้าข่าย ได้แก่
- บัตรเครดิต และสินเชื่อเงินสดหมุนเวียน (revolving loan) โดยลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ จากเดิม 10% เหลือ 5% ในปี 2563-2564 และในปี 2565 ปรับมาอยู่ที่ 8% และปรับขึ้นมาสู่ระดับ 10% ในปี 2566 นอกจากนี้ ลูกหนี้สามารถแปลงหนี้เป็นสินเชื่อระยะยาวที่มีดอกเบี้ยต่ำลงได้ จากเดิมจะเสียเฉลี่ยอยู่ที่ 18%
- สินเชื่อส่วนบุคคล ที่ผ่อนชำระเป็นงวด (installment) และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ โดยให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI) เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนผู้ให้บริการอื่นให้เลือกดำเนินการระหว่าง เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือลดค่างวดอย่างน้อย 30% ของค่างวดเดิมเป็นเวลา 6 เดือน
- สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ วงเงินไม่เกิน 35,000 บาท และรถทุกประเภท วงเงินไม่เกิน 250,000 บาท รวมถึง
- ลีสซิ่ง (Leasing) ที่มูลหนี้คงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยให้ผู้ให้บริการเลือกดำเนินระหว่าง การเลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือพักชำระหนี้เงินต้นเป็นเวลา 6 เดือน
- สินเชื่อบ้าน วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท
- สินเชื่อธุรกิจ SMEs ไมโครไฟแนนซ์ นาโนไฟแนนซ์ วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท ให้พักชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามสถานการณ์ของแต่ละราย
“แนวทางสินเชื่อ 6 ประเภท จะเป็นมาตรการขั้นต่ำที่แต่ละสถาบันการเงินจะยึด นอกเหนือจากที่แต่ละธนาคารยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าอยู่แล้ว” ดร.วิรไท กล่าวชัดเจน
“ทั้งในการพักชำระเงินต้น และยืดอายุการชำระหนี้ ธนาคารจะมีการออกโปรดักต์โปรแกรมออกมา เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและหยุดทำงานในช่วงนี้ ดังนั้น มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดภาระหนี้ให้ประชาชน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี”
“และลูกหนี้ไม่ต้องกังวลหากจะถึงงวดชำระ โดยลูกหนี้ยังมีสถานะปกติ ไม่มีผลต่อข้อมูลเครดิตแต่อย่างใด ส่วนลูกหนี้ที่ยังสามารถผ่อนชำระปกติที่ไม่รับผลกระทบจากไวรัสดควิด-19 ขอให้ชำระหนี้ตามปกติ แต่ธนาคารจะมีเงื่อนไขเป็นพิเศษให้”
ที่มา :
- รายงานข่าว เรื่อง “แบงก์ชาติเพิ่ม 6 มาตรการผ่อนภาระลูกหนี้ “บ้าน-รถ-รูดปรี๊ด” มีผล 1 เม.ย.63” จากเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (วันที่ 25 มีนาคม 2563)
- ข้อมูลจาก www.เราไม่ทิ้งกัน.com
- รายงานข่าว เรื่อง “ส่องมาตรการช่วยแรงงาน รองรับผลกระทบโควิด – 19” จากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (วันที่ 26 มีนาคม 2563)
ฝ่าวิกฤต โควิด-19 ไปด้วยกัน กับหลากหลายไอเดียและมาตรการน่าสนใจ
โลกต้องการ “แนวทางบริหารเมืองรูปแบบใหม่” หลังผ่านวิกฤตโควิด-19










