‘จับใจ บอท’ หุ่นยนต์เอไอเพื่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ร่างกายเจ็บป่วยได้ จิตใจก็สามารถเจ็บป่วยได้เช่นกัน สถานการณ์ด้านสุขภาพจิตในประเทศไทยมีความรุนแรงขึ้น จากผลกระทบทางสังคมและภาวะเศรษฐกิจ แนวโน้มผู้ป่วยซึมเศร้าของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นทุกปีโดยมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากว่า 1.8 ล้านคน และพบว่าปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ 2-3 คน/ชั่วโมง นับเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้


จึงเป็นแรงบันดาลใจให้สตาร์ทอัพสายเฮลท์เทค บริษัท พอดีคำ ดอทเอไอ จำกัด ประกอบด้วย ดร.กลกรณ์ วงศ์ภาติกะเสรี อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ดร.ยงยศ แก้วพิทักษ์คุณ Co-Founder, พณิดา โยมะบุตร นักจิตวิทยาคลินิก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จับมือกันวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านสุขภาพจิต เพื่อช่วยผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เป็นรายแรกของประเทศไทย ในชื่อจับใจ บอท เพื่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า” (Jubjai Bot) เป็นระบบหุ่นยนต์เอไอเพื่อนคุยแสนอบอุ่นที่สามารถตรวจจับเข้าถึงระดับจิตใจเพื่อช่วยคัดกรองและประเมินสภาวะซึมเศร้าเบื้องต้น เพื่อดูว่ามีแนวโน้มป่วยซึมเศร้าหรือไม่ หากพบว่ามีอาการซึมเศร้ามากก็ช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจไปพบแพทย์ได้เร็วขึ้น
(ซ้าย) ดร.กลกรณ์ วงศ์ภาติกะเสรี, (กลาง) พณิดา โยมะบุตร, (ขวา) ดร.ยงยศ แก้วพิทักษ์คุณ
ดร.กลกรณ์ วงศ์ภาติกะเสรี นักวิจัยและอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าจับใจ บอท เอไอคัดกรองภาวะซึมเศร้านี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดที่ว่าเราอยากจะให้วัยรุ่น​​คนรุ่นใหม่วัยทำงานและทุกเพศวัยสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก และลดขั้นตอนใช้งานให้น้อยที่สุด มาเป็นแชทบอท บนสื่อโซเชียลที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นก็คือ Facebook messenger จึงสะดวกแก่ผู้ใช้ นอกจากนี้ ยังพัฒนาสร้างรูปแบบการสนทนาให้มีความเป็นกันเองและเข้าใจง่าย ผู้ใช้รู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกับบอท
สำหรับฟังก์ชั่นของ จับใจ บอท ปัจจุบันมี 2 ฟังก์ชั่น ได้แก่
1. ประเมินระดับความซึมเศร้าภายในจิตใจ โดยในฟังก์ชั่นนี้ ผู้ใช้จะพูดคุยตามโปรแกรมบทสนทนาที่เตรียมไว้ ซึ่งออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจะมีทั้งคำถามปลายเปิด มีการเล่นเกมส์ตอบคำถาม โดยภายหลังจากการพูดคุย ระบบจะใช้ AI ในการประมวลผลคำตอบทั้งหมดก่อนจะสรุปมาเป็นคะแนนระดับความซึมเศร้าในจิตใจและคำแนะนำสำหรับแต่ละช่วงระดับคะแนนซึ่งระบบได้ทำการวิจัยผลที่ได้จากจับใจบอทว่ามีความใกล้เคียงกับผลที่ได้จากการประเมินด้วยแบบประเมินสภาวะซึมเศร้ามาตรฐานทำให้มั่นใจได้ถึงความถูกต้อง
2. การพูดคุยเล่น (Chitchat) ผู้ใช้จะสามารถพูดคุยกับ จับใจ บอท ในหัวข้อทั่วไป ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกผ่อนคลาย แก้เหงา และมีเพื่อนพูดคุยในเวลาที่ต้องการได้ ซึ่งในอนาคตมีแผนการที่จะพัฒนาฟังก์ชั่นให้สามารถประเมินหาสภาวะซึมเศร้าจากประวัติ พฤติกรรมการสนทนา ซึ่งจะเตือนผู้ใช้งานได้ตั้งแต่เนิ่นๆ (Proactive Alert)

ดร.ยงยศ แก้วพิทักษ์คุณ Co-Founder บริษัท พอดีคำ ดอทเอไอ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้ทั้งคนรุ่นใหม่และทุกเพศวัยเข้ามาพูดคุยกับ Jubjai Bot แล้วกว่า 110,000 ราย วิธีใช้งาน ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปใช้งานโดยเสิร์ชหาคำว่า Jubjai Bot ในช่องค้นหาของแอพลิเคชั่นเฟสบุ้ค หลังจากเข้ามาที่หน้าเฟสบุ้คเพจจับใจบอทแล้วก็สามารถกดปุ่มส่งข้อความ เพื่อเริ่มคุยได้ทันที

ประโยชน์ของจับใจคือระบบเอไอแชทบอทเป็นระบบสนทนาอัตโนมัติ สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้งานได้ฟรี รวมทั้งยังมีความเป็นส่วนตัวสูง จึงทำให้ผู้ใช้สามารถประเมินสภาวะซึมเศร้าได้ด้วยตัวเองและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็วขึ้น จุดเด่นคือเป็นแชทบอทแรกในประเทศไทยที่เน้นไปที่การประเมินสภาวะทางอารมณ์ของผู้ใช้ควบคู่ไปกับเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ซึ่งแชทบอททั่วไปไม่ได้เน้นเกี่ยวกับจิตใจ

พณิดา โยมะบุตร หนึ่งในทีมวิจัย นักจิตวิทยาคลินิก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรคซึมเศร้า เป็นความเจ็บป่วยทางอารมณ์ แบ่งออกเป็น 3 แบบ
  • 1. Major Depressive Disorder คือโรคซึมเศร้าแบบที่มีอาการรุนแรงต่อเนื่องสองสัปดาห์ขึ้นไป มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างชัดเจน
  • 2. Dysthymia คือมีความเศร้าไม่รุนแรง แต่มีระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน รบกวนการดำเนินชีวิตพอสมควร
  • 3. Bipolar Disorder ในช่วงที่มีช่วงอารมณ์ซึมเศร้าเป็นอาการหลัก ซึ่งอาการเหล่านี้ต้องให้จิตแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย
การรักษาโรคซึมเศร้าจะต้องรักษาทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านอารมณ์ ด้านความคิด และด้านร่างกาย (การเสียสมดุลของสารเคมีในสมอง) โดยในการรักษาจะต้องทำให้ครอบคลุมทุกด้าน จะมีการใช้ยาในการรักษาด้วยเพราะผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีอาการผิดปกติในการทำงานของสารเคมีในสมอง ส่วนการรักษาทางด้านความคิดและการจัดการอารมณ์จะใช้การทำจิตบำบัดซึ่งเป็นการพูดคุยตามหลักการทางจิตวิทยา นอกจากนี้ความเข้าใจใส่ใจและการเป็นผู้ฟังที่ดีของคนรอบข้างเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผู้ป่วยซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี
บทบาทของนักจิตวิทยาในการดูแลผู้ป่วยซึมเศร้านั้น จะเริ่มตั้งแต่การประเมิน โดยแบบประเมินมาตรฐานทางจิตวิทยาคลินิก และการบำบัดรักษาทางจิตสังคมโดยใช้การพูดคุยหรือการทำจิตบำบัด เพื่อประคับประคองอารมณ์ ปรับกระบวนการคิด มุมมอง และสร้างทักษะการจัดการกับอารมณ์และปัญหา ซึ่งจับใจแชทบอทนี้ ถือเป็นเครื่องมือที่นอกจากจะเอื้อให้บุคคลทั่วไปสามารถประเมินภาวะซึมเศร้าของตนเองได้แล้ว ผู้ป่วยที่รับการรักษาอยู่ยังสามารถใช้แชทบอทนี้ประเมินความเปลี่ยนแปลงของสภาวะอารมณ์ตนเอง เพื่อนำไปให้ข้อมูลแก่ผู้รักษาหรือนักจิตวิทยาของตนได้อีกด้วย
ล่าสุดนวัตกรรมจับใจ บอทคว้ารางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : ผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2563 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นอกจากนี้ ยังสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลกโดยได้รับความชื่นชมจาก 30 ประเทศที่มาร่วมงานประชุมนานาชาติ Technology Mind & Society ซึ่งจัดโดย American Psychological Association ในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา อีกด้วย

ที่มา : BrainAsia Communication

ย้อนอ่านบทความเกี่ยวเนื่อง

Let’s talk with ‘AI Chatbot’ หุ่นยนต์นักบำบัด เพื่อนใหม่ช่างเจรจา เยียวยาภาวะซึมเศร้าได้จริง

Previous articleCOVID-19 Global Report Vol.3
Next articleวิธีลดความซับซ้อนของระบบ Supply Chain ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
mm
ด้วยความหลงใหลในกลิ่นอายน้ำหมึก หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร จึงสมัครเป็นรีไรท์เตอร์กับนิตยสารเล็กๆฉบับหนึ่งในปี 2535 ก่อนถูกชักชวนให้เขียนนวนิยายพ็อกเก็ตบุ๊คป้อนโรงพิมพ์ แต่แวะเวียนอยู่ในโลกจินตนาการไม่นานก็กลับเข้าวงการสื่อสารมวลชนกับนิตยสารและหนังสือพิมพ์ กระทั่งพลิกผันมาสู่วงการข่าวเศรษฐกิจสายการค้า-การลงทุน ตั้งแต่ปี 2539 จนปัจจุบัน